ไม่อ่านวนิยาย มังงะ ดูซีรี่ย์เลยเพราะไม่ใช่เรื่องจริง อ่านแต่ ‘ตำราฟิสิกส์ คณิตศาสตร์’ แบบนี้จะส่งผลอย่างไร?
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

ไม่อ่านวนิยาย มังงะ ดูซีรี่ย์เลยเพราะไม่ใช่เรื่องจริง อ่านแต่ ‘ตำราฟิสิกส์ คณิตศาสตร์’ แบบนี้จะส่งผลอย่างไร?

เคยคิดเล่นๆ เหมือนกันค่ะว่าทั้งชีวิตนี้ถ้าตัดเวลาที่ใช้ไปกับสื่อบันเทิงทั้งหลายทุกรูปแบบมันจะเป็นยังไง สิ่งที่แต่งขึ้น สิ่งเพ้อฝัน มองดูผิวเผินมันอาจดูเป็นสิ่งที่หาสาระไม่ค่อยได้ แต่ทุกอย่างที่เกิดจากจินตนาการคือแขนงหนึ่งของงานศิลปะ แล้วรู้หรือไม่คะว่าตั้งแต่โบราณ บุคคลสำคัญของประวัติศาสตร์แทบทุกคนก็มาจากด้านนี้ทั้งนั้น เหมือนประโยคที่ชอบพูดเล่นกันบ่อยๆ ว่า ‘จินตนาการสำคัญกว่าความรู้’ ก็ถูกนะ ถ้าคุณอยู่กับทฤษฏีมากไปก็ขาดบางอย่าง หรือแม้แต่จินตนาการเองถ้าอยู่กับความบันเทิงอย่างไม่มีสติก็ขาดเหมือนกัน ต้องรักษาสมดุล!

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ไม่อ่านวนิยาย มังงะ ดูซีรี่เลยเพราะไม่ใช่เรื่องจริง อ่านแต่ตำราฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ หนังสือnon-fictionแบบนี้จะส่งผลอย่างไร

‘ไม่อ่าน นิยาย มังงะ ไม่เล่นวิดีโอเกม ไม่ดูหนัง ซีรี่ ละคร แอนิเมะ ไม่ฟังเพลง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องแต่งไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องสมมติ และescapism เคยอ่าน พวกนี้มามากแต่วันนึงคิดได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เลยรู้สึก waste of time ตอนนี้มีทั้ง aisplay,trueid,netflix,hooq,iflix,viu,linetv,wetv,torrent,youtube รู้สึกมันมากเกินไป

อ่านแต่ตำราฟิสิกส์ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หนังสือ non-fiction แบบนี้จะส่งผลอย่างไร มีใครเคยหักดิบอะไรแบบนี้ไหม ผลเป็นอย่างไร และส่งผลอย่างไรในแง่ของปัจเจกชนและคนในสังคม’

ความคิดเห็นที่ 1

ขาดจินตนาการ หนังไม่ดูไม่แปลก แต่ไม่ฟังเพลงเลยซิแปลก ‘ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก’นวัตกรรมต่างๆในโลกใบนี้เกิดจากจิตนาการ

เห็นด้วยว่าบางอย่างไม่จำเป็นต้องดูก็ได้ แต่เรื่องเพลงเหมือนเป็นพื้นฐานของสติปัญญาและจินตนาการเลยนะเออ ไม่งั้นเขาจะเปิดเพลงคลาสสิคให้เด็กๆ ฟังเพื่อพัฒนาสมองทำไม

ความคิดเห็นที่ 2

ถ้าอ่านแนวเดียว คลังคำศัพท์ในสมองจะไม่หลากหลาย รู้แต่ศัพท์วิชาการ ไปเจอคำเปรียบเปรย อุปมาอุปมัย จะงง เหมือนฝึกภาษาจากตำราจะได้แต่ศัพท์ทางการ ศัพท์สุภาพ ประโยคในชีวิตจริง แสลง หาได้จากภาพยนตร์ เพลง

เรื่องคำศัพท์นี่ชัดเจนเลยค่ะ สังเกตได้จากการคุยแชทกับเพื่อน ส่วนตัวเจอเพื่อนที่คุยกันสนุกๆ ผ่านตัวหนังสือคือเพื่อนที่เป็นนักอ่าน และคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมีเซ้นส์ดี

ความคิดเห็นที่ 7

ปรกติมากเลยคับ ผมมีเพื่อนหลายคนที่ไม่ใช้เวลากับอะไรที่เปน fiction เลย ก็เหนอยู่ได้ดี เวลาว่างเค้าก็จะให้เวลาอะไรที่เค้าสนใจ เช่น การเล่นหุ้น แต่งหน้า เสริมสวย ที่เที่ยว อะไรแบบนี้แทน

ต้องมีบ้างอยู่แล้วล่ะค่ะ ส่วนใหญ่เขาก็จะได้จินตนาการ ความรู้ คำศัพท์ จากสิ่งที่แตกต่างกัน แต่อย่าลืมว่าความบันเทิงของเขาก็ยังมีอยู่นะ แค่ไม่ใช่ในหมวด fiction

ความคิดเห็นที่ 9

ไอน์สไตน์ยังฟังเพลงเลยนะน้อง เล่นไวโอลินด้วย ไม่เห็นจะ waste of time หรือท่านปูติน แม้จะเป็นคนรัสเซีย ยังชอบวง the Beatles ของอังกฤษ

เพราะดนตรีเป็นพื้นฐานของมนุษย์ ไม่ว่าจังหวะ เสียง ล้วนอยู่ใกล้ตัวมากๆ

ความคิดเห็นที่ 10

มันก็แค่ความชอบคนละแบบ อยู่คนละสังคม ไม่ควรก้าวก่ายดูถูกกัน ไม่ดูหนังฟังเพลง แต่มีงานอดิเรกท่องเที่ยว หรือเลี้ยงสัตว์ปลูกต้นไม้ ชอบออกกำลังกาย ไรงี้ก็ไม่เป็นไร เพราะคุณก็จะสนิทกับวงที่สนใจแบบเดียวกัน หนังเพลงไม่ใช่งานอดิเรกของคนทั้งโลก

ตามที่คหบนๆบอกว่า อย่าตึงเกิน ถ้าอ่านพวกวิทยาศาสตร์แล้วฮีลใจมีความสุขดีก็ไม่เป็นไร ก็จะมีสังคมของตัวเอง เข้ากับคนในห้องการ์ตูนไม่ได้แค่นั้น แล้วจะหักดิบไปทำไม ???

นั่นสินะ แค่ความชอบไม่เหมือนกันเท่านั้น แต่ถ้านำมาเปรียบเทียบจะได้อะไรที่มากกว่าความชอบและรสนิยม ถกกันยังไงก็ไม่สิ้นสุดหรอกค่ะ สู้ทำในสิ่งที่ชอบ มีความสุขและพัฒนาอารมณ์ ความคิดตัวเองดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 12

แปลกดีที่วิทยาศาสตร์สมัยนี้กำลังดำเนินตามโดราเอมอน / back to the future และหนังอีกหลาย ๆ เรื่องที่จินตนาการไปไกลกว่าที่วิทยาศาสตร์สมัยนั้นจะตามทัน

คงเพราะส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ต้องพึ่งสมอง การคิดที่ซับซ้อน และแน่นอนว่าต้องเริ่มต้นจากจินตนาการที่มีเหตุผลรองรับ เท่านั้นเอง

ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน รวมถึงความชอบส่วนบุคคล ทุกอย่างต้องมีความสมดุล จะแข็ง จะยืดหยุ่นควรมาคู่กันอยู่แล้ว ถ้าสิ่งที่เราคิดว่าดีและมีความสุข ไม่เดือดร้อนคนอื่นก็ทำไปเถอะค่ะ คิดเยอะบางทีก็ไม่เกิดประโยชน์เท่าลงมือตามลิมิตและความเหมาะสมของตัวเอง เนอะ!

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39073813