ใครเป็นคนบัญญัติหรอ……..ว่าเรียนจบก็ต้องหางานทำสิ……..!
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

ใครเป็นคนบัญญัติหรอ……..ว่าเรียนจบก็ต้องหางานทำสิ……..!

พอเรียนจบใครๆ ก็ชอบมาพูด มาถาม เจอหน้าไม่ได้ ถามอยู่ตลอดว่าทำงานหรือยัง ได้งานที่ไหน สงสัยจริงๆ ว่าเรียนจบแล้วมันต้องทำงานเลยเหรอ ใครเป็นคนกำหนด!

เราต้องยอมรับว่าไม่ใช่แค่เจ้าของกระทู้ที่คิดแบบนี้ ยังมีอีกหลายคนพึ่งเรียนจบและต้องเคยคิดถึงประเด็นนี้แน่นอน บ้างก็ถูกถามจากญาติผู้ใหญ่ บ้างก็เห็นจากคนอื่นจนเป็นความกดดันแล้วสงสัยขึ้นมาว่า เรียนจบนี่ต้องทำงานเลยเหรอ? ไม่มีใครบอกคุณได้หรอก ในเมื่อเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อม ทัศนคติ และเป้าหมายที่แตกต่าง อยู่ที่มุมมองของคำว่า ‘จบแล้วทำงานเลย’ เป็นแบบไหนในสายตาคุณ มันหมายถึงอะไร เราให้คำนิยามกับคำๆ นั้นว่าอะไร? ซึ่งหลายๆ คนอาจเข้าใจมากขึ้นจากเรื่องราวของเจ้าของกระทู้ จากความเห็นของชาวพันทิป ตามไปอ่านกัน

 

 

เจ้าของกระทู้ตั้งชื่อกระทู้ว่า….

ใครเป็นคนบัญญัติหรอ……..ว่าเรียนจบก็ต้องหางานทำสิ……..!

‘*แก้ไขคำพูดใหม่สุภาพขึ้น+อธิบายใหม่นะครับ (พอดีมีเวลาพิมพ์แล้ว) เกริ่นก่อนเลย จขกท.เนี่ยเป็นคนตจว. และเป็นนักศึกษาที่จบวิศวะมาจากกทม.ได้หลายปีแล้ว อายุพอสมควรแล้วครับทำงานอยู่องค์กรใหญ่องค์กรหนึ่ง ไม่ใช่ประเด็น แต่ประเทศไทยเนี่ย พ่อ แม่(ไม่ใช่ทุกครอบครัวครับ)สอนลูก ปลูกฝังเรื่องการศึกษาได้ห่วยแตก มากๆ ลูกฉันต้องเรียนได้เกรด ดีๆ ลูกฉันต้องเข้ามหาลัยดีๆ ดังๆ คณะ ดีๆ บลาๆ แต่เชื่อไหมไม่เคยสอนลูกเรื่องชีวิตหลังเรียนจบเลย ว่าทำงานมันจะเป็นยังไง ชีวิตหลังจากนี้มันจะพบเจออะไรบ้าง ตั้งหน้าตั้งตาเรียนลูกเดียว (ย้ำว่าไม่ใช่ทุกครอบครัวนะครับ) เข้าเลยละกันก็คือเวลานั้น ย้อนไป 11 ปี จขกท.พึ่งเรียนจบมาใหม่ๆ เลย เพื่อนบางคนก็ทำงานทำการเลย บางคนเรียนต่อ บลาๆ แต่ผมเนี่ยจะไปเที่ยวก่อน ขึ้นเหนือล่องใต้ กับเพื่อนๆไปเลยอยู่หลายเดือนเลย แต่เชื่อไหมเวลาเรากลับบ้านนะไปเจอญาติไม่ว่าจะเป็นญาติตัวเอง เพื่อนเอย น้องเอย บลาๆ ส่วนใหญ่ เขารู้ว่าเราจบ ทุกคนก็จะถามคำถามstandard มากๆคือจบยัง ทำงานที่ไหน $^@@&*%( เราก็บอกอ่อ จบแล้วครับ แต่ยังไม่ได้ทำงาน จากสีหน้ายิ้มแย้มนะหุบยิ้มทันทีเลยจ้า ดั่งปานแมลงวันบินเข้าปาก อารมณ์ดูถูกเหยียดหยามมาก ไม่ทำงาน เกาะพ่อแม่กิน ซึ่งผมว่าทุกประเทศ ทุกที่มันเป็นก็คล้ายๆกัน ลูกเรียนจบมา ทำงานดูแลพ่อ แม่ ซึ่งเป็นความคิดที่ดีครับ ไม่ใช่ไม่ดี (หลายคนคงเจอคำถามนี้ จนรีบตั้งหน้าตั้งตาหางานอย่างเร่งด่วน)

 

แต่ผมถามหน่อยครับ ใครเป็นคนบัญญัติ “ว่าเรียนจบต้องทำงานเลย” จบมาทำงานเลยไม่ผิดครับ(ยกเว้นบางคนฐานะไม่เอื้ออำนวย หรือมีภาระหน้าที่ความจำเป็น) ซึ่งก่อนที่ผมจะจบผมบอกแม่ว่า “ขอเวลาเที่ยวสักครึ่งปีนะ แล้วจะทำงานเลี้ยงแม่เอง” เที่ยวในที่นี้ไม่ใช่เวลากิน เหล้า เมายา เที่ยวผู้หญิงครับ แต่เที่ยวในที่นี้คือ เปิดโลก หามุมมองของตัวเอง(ก็มีกินดื่มบ้างธรรมดา) โดยใช้ตังเก็บที่เก็บมาตอนเรียน(เงินที่จากตอนเรียนก็มีการเก็บสะสมทุกเดือนครับ)+ทำงาน+กับขอทางบ้านด้วย หลายคนถามว่า…ทำงานอะไร ก็ช่วยงานอาจารย์นี่แหละครับ ในสายวิศวะมีงานเยอะแยะครับ สุดท้ายผมก็ทำงานที่ตัวเองคิดว่ามีความสุขกับมันครับแล้วงานจะออกมาดี เงินดีตามมาเองทีนี้ถามว่า ใครเป็นคนบัญญัติ “ว่าเรียนจบต้องทำงานเลย”

 

คำถามนี้ผมจั่วหัวกระทู้ขึ้นมาเพื่อไม่ได้ต้องการคำตอบครับ แต่ต้องการบอกน้องๆหลายๆคนที่กำลังศึกษา หรือว่าจบการศึกษาแล้วก็ตาม แทนที่เราจะวิ่งไปจุดหมายอย่างใจจดใจจ่อแบบไม่มองอะไรเลยไม่ว่าก่อนหรือหลังเรียนจบ(แต่ส่วนใหญ่จะก่อนจะจบหรือจบแล้วทั้งนั้นถึงจะมองเป้าหมายชีวิตของตัวเอง) ย้ำว่าไม่ใช่ทุกคนแต่ ส่วนใหญ่เด็กทุกวันนี้เป็นแบบนี้จริงๆครับ ลองครับลอง ลองเดินช้าๆ แล้วหันมองทิวทัศน์รอบข้างบ้างชีวิตนี้มีอะไรอีกเยอะแยะ จบมาก็ใช่ว่า จะต้องทำงานที่เรียนมาครับไม่มีใครเขียนกฏไว้ ถ้าชอบก็ทำ ไม่ชอบก็ลองมองอย่างอื่น อาจจะมีสิ่งที่ชอบกว่า แล้วงานจะออกมาดี ชีวิตมีความสุขกับการทำงาน เพราะองค์กรที่ผมทำงานประสบปัญหา กับการรับพนักงานจบใหม่มากๆ:”) บุคลลากรที่จบใหม่แล้วเข้ามาทำงานคิดจะมาฝึกงานหาประสบการณ์ไม่ผิดครับ ย้ำนะไม่ผิด เพราะผมก็เป็นจบใหม่ๆ:”) แต่บุคลากรที่จะเข้ามานั้นส่วนใหญ่ (ไม่ใช่ทุกคนนะครับ) ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะต้องมาทำอะไร บุคลากรเข้ามาทำงานเพื่อคาดหวัง Exp ใหม่+เงิน องค์กรที่รับเข้ามาก็คาดหวังกับบุคลากรนั้นเหมือนกันโดยการดูจาก Profile เมื่อถึงจุดๆนึงที่บุคลากรนั้นไม่พอใจกับการทำงานก็ลาออก แถมบางครั้ง เรามอบหมายงานนั้นให้บุคลากรท่านนั้นทำงาน แต่เนื่องจากทำงานมาสักพัก โดยที่ตัวเองไม่รู้เลยว่าไม่ชอบก็ลาออกไปซะงั้นๆ แล้วงานที่ค้างอยุ่ละครับ มันทำให้เสียงานเสียเวลาทั้ง 2 ฝ่าย

ปล.ส่วนหัวข้อกระทู้ ผมตั้งใจจั่วไว้ คำว่าใครบัญญัติ ผมไม่ได้ต้องการคำตอบครับ แค่สื่ออารมณ์ประมาณว่า เห้ยน้องจบมายังไม่ต้องทำงานก่อนก็ได้นะ ลองค้นหา ถามตัวเองดูก่อน เพื่อที่วันข้างหน้าจะได้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพและมีความสุข:”) ในส่วนที่กล่าวมาข้างบน วิธีในการหามุมมองของผมเองก็คือการออกเดินทาง(หรือที่ผมพิมพ์ไปก่อนหน้านี้ว่า เที่ยว) ผมไม่ได้เที่ยวเล่นครับ แต่เป็นการเที่ยวเพื่อการลงทุน เที่ยวเพื่อExpใหม่ๆ ของผมนั้นใช้เวลาครึ่งปี เป็นประวัติและวิธีการของผมเอง ซึ่งไม่ได้บอกว่าต้องทำแบบผม:”) หรือใครทำแบบผมก้ไม่ได้บอกว่าจะต้องไปครึ่งปีนี่ครับ ทุกคนต่างมีวิธีการของตัวเอง แต่ใจความสำคัญก็คือ “หาตัวเองให้เจอครับเพื่อที่วันข้างหน้าเมื่อเราวิ่งไปจุดหมาย เราจะได้รู้ว่าเราไม่ได้ไปผิดทาง” เพราะฉะนั้น ขอเถอะ ครับ จบมาต้องทำงาน ใครบัญญัติ ลองถามใจกลับไปมองลูกดูครับ สอนลูกเรื่องชีวิตหลังเรียนจบบ้างครับ สุดท้ายผมไม่ได้มีเจตนาจะว่าร้ายคนที่จบมาแล้วทำงานครับ ผมย้ำเสมอว่า จบมาทำงานเลยเป็นเรื่งที่ดี แต่….ลองอ่านกระทู้นิดนึงนะครับและขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ’

 

 

เป็นอีกกระทู้ที่มีเรื่องราวยาวมากๆๆๆๆ แต่ก็มีเนื้อหาสาระชวนคิดมากด้วยเช่นกัน

 

ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าเวลาครึ่งปีของคุณ ที่จะเที่ยว

ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ หรือพ่อแม่รวย มีมรดกล้นฟ้า

ก็ตามที่ชอบเลยพ่อ…..

สำหรับตัวผม ก่อนเรียนจบ ก็เริ่มมองๆ หางานทำแล้ว

 

 

ไม่ทุกคนที่จะมองตรงกัน อย่างความเห็นที่ 1 ไม่อยากเสียเวลาไปกับการเที่ยวและเริ่มมองหางานตั้งแต่ก่อนเรียนเรียนจบ บางคนจะรู้สึกเสียดายเวลาไปกับการเที่ยว อยู่ที่เรามองว่าเวลานั้นทำอะไรได้

 

ความคิดเห็นที่ 3

จบมาไม่ทำงาน เที่ยวต่อ นั้นเป็น ลูกคนมีตังค์ จบมาต้องรีบทำงาน พ่อแม่ เอาที่นา ไร่สวน ไปจำนำไว้ ค่าเทอมแสนเจ็บปวด โลกนี้ไม่ได้บัญญัติไว้แต่ ความจนบังคับให้ต้องหางานทำ ถ้ามัวแต่เที่ยวอีกครึ่งปี ที่สวนไร่นาหาย เก่งไม่เก่งอยู่ที่ประสบการณ์ คนไม่เรียนวิศวะ ฉาบปูนเก่งกว่าคนเรียนวิศวะเสียอีก หน้าที่ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อยู่ที่ให้โอกาศหรือไม่

 

 

ความคิดเห็นนี้ก็จริงอยู่ที่คนส่วนใหญ่จบมาทำงานหาเงินเลยเพื่อเอาไปช่วยเหลือครอบครัว หรืออีกเป้าหมายคือเก็บเงินไว้ทำบางอย่างตามที่วางเป้าหมายไว้ เพราะฉะนั้นเขาเลยไม่อยากปล่อยเวลาไปแม้แต่นิดเดียว

 

ความคิดเห็นที่ 4

555 อ่านทีแรกตกใจคิดว่าลูกชายแอบมาตั้งกระทู้..พูดเหมือนลูกชายตอนจบใหม่ๆเมื่อ 5-6 ปีที่แล้วเลยค่ะ “แม่ๆ ผมขอเกาะแม่กินอีกสักครึ่งปีนะแม่นะ” คนเป็นแม่ยอมรับนะคะว่าเครียดเวลาคนถามว่าลูกชายจบแล้วทำไมยังไม่ไปทำงาน บางคนเป็นเดือดเป็นร้อนหางานให้อีก เจ้าลูกเจ้าลูกชายก็หงุดหงิด บอกไม่ต้องมายุ่งผมหางานเองได้ คนเป็นแม่ไม่ว่าดอก แต่สังคมรอบตัว คาดหวังกันมั้งคะ ที่สุดถึงเวลาลูกชายก็หางานทำ รับผิดชอบตัวเอง แถมให้เงินแม่ใช้ทุกเดือนไม่เคยขาด..เอาเถอะนะคะ ถือว่าคนรอบข้างที่เค้าถามเพราะเค้ารักก็แล้วกันเน๊าะ..

 

 

ส่วนใหญ่ที่เป็นปัญหาและคำถามที่พบเจอกันบ่อยๆ มาจากคนรอบข้างมากกว่าคนในครอบครัวนี่ล่ะ เรื่องจริงที่พอว่างงานทุกคนพร้อมจะหางานบางรายแกมยัดเยียดให้เสียด้วยซ้ำ สังคมปัจจุบันเป็แบบนั้นจริงๆ แต่ส่วนหนึ่งเข้าใจเพราะเขาหวังดีกับเรา

 

ความคิดเห็นที่ 7

คนเค้าคงมองว่า เราปล่อยให้พ่อแม่ดูแลมานานแล้ว เมื่อเรียนจบก็ควรรีบหางานทำจะได้ไม่เป็นภาระของพ่อแม่ต่อไป แต่เงื่อนไขแต่ละคนแต่ละครอบครัวมันต่างกัน บางคนต้องรีบปากกัดตีนถีบเพื่อสร้างอนาคต บางคนเกิดมาต้นทุนดีพ่อแม่มีตังค์ไม่เดือดร้อน ก็ว่ากันไป ถ้าจะขัดใจว่าคนอื่นเค้ามองเราอย่างดูถูกเหยียดหยามที่ไม่หางานทำ อันนี้ก็พอเข้าใจ คนมันมีตังค์ทำไงได้ (ไม่รู้คุณใช้ตังค์ใครเที่ยวนะ) ก็อย่างคุณว่า ใครเป็นคนบัญญัติว่าจบแล้วต้องหางานทำ คงไม่มี เพืยงแต่ค่านิยม สังคม ความเข้าใจมันเป็นแบบนั้น ว่าแต่คุณเจ็บปวดกับปฏิกริยาเหล่านั้นเหรอ ไม่มีใครรู้จักคุณดีไปกว่าตัวคุณ อาจจะทำให้เสียอารมณ์บ้างแต่ก็อย่าเก็บมาเป็นอารมณ์นักเลย คนที่คุณควรแคร์คือ พ่อกับแม่คุณว่าท่านรู้สึกยังไงกับสิ่งที่คุณทำต่างหาก

 

 

ใช่แล้ว ไม่มีใครรู้จักเราดีเท่าตัวเรา ถึงแม้บางคนจะสนิทมากราวกับรู้ทุกเรื่องของเรา แต่มีแค่เราเท่านั้นที่รู้ละเอียดสุด ทั้งด้านความคิด การประพฤติ เรารู้ตัวเองดี มองที่ครอบครัวไว้ก็พอแล้ว

 

ความคิดเห็นที่ 9

อุ๊ย..แย่เลย เราทำงานตั้งแต่17 ทำงานด้วยเรียนด้วย งั้นเราคงจนมากเลยสินะ!! — การทำงานไม่ได้วัดฐานะค่ะ แต่วัดความรับผิดชอบ การแบ่งเวลา การทำงานร่วมกับบุคคลอื่น การเตรียมพร้อมก้าวสู่โลกของผู้ใหญ่ต่างหาก มันเป็นเรื่องของจิตสำนึกค่ะ ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน พ่อแม่ไม่ได้คาดหวังให้ลูกมาเลี้ยงค่ะ เราไม่เคยได้ยินสักหนจากปากครอบครัวเราว่าต้องเลี้ยงพ่อแม่ แต่เรายินดีให้ด้วยความเต็มใจค่ะ พ่อแม่เขาแค่คาดหวังให้ลูกมีการศึกษา มีความรู้ ที่จะประกอบอาชีพได้ต่อไปในอนาคต หากไม่มีพ่อแม่แล้วต่างหากล่ะคะ เขาถึงเรียกว่าหมดห่วง ที่ญาติคุณถาม เขาไม่ได้กดดันอะไรคุณหรอกค่ะ แต่มันเป็นไปตามธรรมชาติ ที่เราเห็นต้นไม้เติบใหญ่ ได้ปุ๋ยดี ดินดี มันควรจะออกดอกออกผลหรือให้ร่มเงาแก่ใครบ้างเท่านั้นเอง คุณจะทำงานเขาก็ยินดี คุณขอเที่ยว พักสมองก่อนไม่มีไรแปลก ถ้าเงินนั้นเป็นเงินเก็บของคุณเอง ไม่ได้ขอพ่อแม่ คุณเข้าใจประเด็นนี้ไหมคะ??

 

ถ้าคุณบอกเงินพ่อแม่จะเผือกอะไรด้วย?? -> เอามาแชร์เพื่อหวังความคิดเห็นจากคนทั่วไป คุณก็ต้องยอมรับฟัง ว่าคนทั่วไปเขาไม่ค่อยเห็นด้วย ในกรณียังขอเงินพ่อแม่เท่านั้นเอง ทั้งๆที่ก็เรียนจบแล้ว และญาติคุณเขาก็คิดเช่นคนทั่วไป อยากเห็นโลก อยากใช้ชีวิต เราใช้เราเห็นตั้งแต่17เพราะหาเงินเองได้ อยู่มหาวิทยาลัยปี1ค่ะ เงินเรา ใช้สบาย จะไปไหนก็ไปทั้งเมืองไทยเมืองนอก และเห็นโลกได้ตลอดเวลาค่ะ เพราะทุกวันนี้เราก็ยังท่องเที่ยวอยู่ แต่กรณีคุณ หากทางบ้านไม่ว่าอะไรก็ตามสบายค่ะ แต่ไม่ควรไปดูถูกคนอื่นเขา ความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นของแต่ละคนต่างกันค่ะ สวัสดีค่ะ

 

 

ไม่มีใครผิดใครถูกนะ การตีความมีมากมายตามแต่ความคิดคน ซึ่งความเห็นที่ 9 ก็เป็นอีกความเห็นที่น่าสนใจ

 

ความคิดเห็นที่ 13

ถาม – ใครเป็นคนบัญญัติหรอ……..ว่าเรียนจบก็ต้องหางานทำสิ……..!
ตอบ – ไม่น่าจะมีใครบัญญัติไว้ครับ
เพราะฉะนั้น ขอเถอะ ครับ จบมาต้องทำงาน ใครบัญญัติ ลองถามใจกลับไปมองคุณลูกดูหน่อยสอนลูกเรื่องชีวิตหลังเรียนจบบ้างเถอะครับ ถ้าคุณขอ ผมก็จะให้ครับ ถ้าผมมีลูก ผมจะสอนลูกผมให้รู้จักชีวิตหลังเรียนจบ ตั้งแต่มันยังเรียนอยู่แหละครับ ถ้ามันจบมา ไม่อยากทำงานก็เรื่องของมัน โตแล้วคิดเอง หมดเวลาสอนแล้ว เรียนรู้เองได้แล้ว แต่ เงิน หาเองก็แล้วกัน โตแล้ว
ปล.ทำงานก็เที่ยวได้ เรียนรู้ชีวิตหลังเรียนจบได้ครับ ไม่มีใครบัญญัติไว้ว่าทำงานแล้วห้ามเที่ยว ห้ามสนุก

 

 

ความคิดเห็นที่ 14

ไม่รู้ แต่ถ้าเป็นผมจะรู้สึกอายมากถ้าเรียนจนจบแล้วยังต้องขอพ่อแม่กิน ไม่ต้องให้ใครบัญญัติ แต่มาตรฐานความคิดผมเป็นแบบนั้น เรื่องขอว่างงานเพื่อทำนั่นทำนี่ไม่มีอยู่ในหัว ถ้าจะทำก็รับผิดชอบตัวเอง ไอ้ช่วงเวลา “เดินช้า ๆ มองหาความฝัน” น่ะ มันควรจะทำตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว ไม่ใช่ตอนเรียนจบ เรื่องเที่ยว ใคร ๆ ก็อยากเที่ยว แต่เงินที่เที่ยว จะต้องเป็นเงินที่ผมหามาเอง แค่ช่วงที่หางานตอนจบใหม่นี่ก็กดดันมาก เครียด รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นยาคูลท์หมดอายุ ทำงานพิเศษแปลเอกสารช่วยทางบ้านไป

 

 

ไม่มีใครบัญญัติ เพียงแต่คำของคนรอบข้างเป็นตัวกดดันให้เกิดคำถามนี้ขึ้นมา บางคนไม่ได้อยากทำงานเลยก็มี แต่เพราะภาระทางบ้านหรือสภาพแวดล้อมรอบตัวเป็นตัวกำหนดให้ต้องหางานทำเลย ภาพลักษณ์ที่หลายๆ คนคุ้นชินเลยเป็นการทำงานหลังเรียนจบ ผู้ใหญ่ดูเซ้าซี้สักหน่อยแต่เราต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเพราะเขาอยากให้เราได้ดิบได้ดี ถ้ามีความคิดเป็นของตัวเองและวางแผนไว้แล้วแต่แค่ตอนนี้อยู่ในช่วงพักหลังเรียนจบก็คงจุดยืนตัวเองไว้ อย่างที่บอกว่าเรารู้ตัวเองดีที่สุด เพื่อนๆ คนไหนมีสถานการณ์ที่เป็นเป็นอยู่และอยากเข้าไปอ่านในกระทู้แบบเจาะลึก! นี่คือกระทู้เก่าที่ควรค่าแก่การอ่านอีกครั้ง pantip.com