แต่งงาน มีลูกแล้ว กำลังจะซื้อบ้าน สุดท้ายครอบครัวภรรยาบอกจะ ‘ขออยู่’ ด้วย
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

แต่งงาน มีลูกแล้ว กำลังจะซื้อบ้าน สุดท้ายครอบครัวภรรยาบอกจะ ‘ขออยู่’ ด้วย

เป็นอีกปัญหาเลยนะคะที่คู่แต่งงานหลายคู่จะเจอเรื่องคล้ายๆ กันหรือเพราะความเป็นคนไทยด้วยทำให้เราคิดเรื่องการเลี้ยงดูครอบครัวเป็นพิเศษ บางคนอาจถึงกับยืนยันว่าแม้แต่งงานแล้วก็จะยังอยู่กับครอบครัวซึ่งมันขึ้นอยู่แต่ละครอบครัวจริงๆ ค่ะ บางครอบครัวเป็นครอบครัวใหญ่อยู่รวมกันไม่มีปัญหา บางครอบครัวแต่งแล้วแยกออกตามปกติ ไม่ว่ากรณีไหนอยู่ที่ความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายด้วย

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

แต่งงาน มีลูกแล้ว กำลังจะซื้อบ้าน สุดท้ายครอบครัวภรรยาบอกว่าจะขอมาอยู่ด้วย!!

‘ผมกับภรรยาอายุเข้าใกล้เลข 3 ด้วยกันทั้งคู่ครับ อยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว ตอนนี้แต่งงานแล้ว มีลูกเล็กด้วยกัน 1 คน ผมกับภรรยาทำงานคนละจังหวัด แต่ไม่ไกลกันมากครับ จันทร์-ศุกร์ ผมเป็นคนเลี้ยงลูกเอง (ขอภรรยามา อยากเลี้ยงเอง) อยู่กัน 2 คนพ่อลูกที่ ตจว เช้าไปส่ง เย็นไปรับเนอสเซอรี่ เสาร์อาทิตย์ก็จะกลับมาเจอก้นที่กรุงเทพ เป็นอย่างนี้มาเรื่อย ๆ

จนกระทั่งวางแผนที่จะซื้อบ้านในละแวกใกล้ที่ทำงานผม และให้ภรรยาย้ายมาหางานทำในพื้นที่ใกล้บ้านหลังใหม่นี้ ตอนนี้บ้านใหม่ใกล้จะเสร็จแล้ว อีกไม่กี่เดือนก็น่าจะได้ย้ายเข้า ผมรู้สึกดีใจมากกก..ที่จะได้มีชีวิตอยู่กันเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพ่อแม่ลูกเสียที

แต่มันดันมีประเด็นนิดนึงตรงที่ ช่วงหลังนี้ภรรยาพูดเปรย ๆ อยู่บ่อย ๆ ว่าเดี๋ยวแม่ของเค้าก็จะได้ย้ายมาช่วยเลี้ยงหลานแล้วนะ พูดบ่อยจนผมรู้สึกได้ว่าผมคิดมาก และเริ่มจะเครียด ผมได้หาโอกาสเปิดใจไปกับภรรยาว่า ผมไม่ค่อยสะดวกใจนะถ้าที่บ้านจะมาอยู่ด้วยถาวรเลย แต่ถ้าไป ๆ มา ๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรนะ คือผมรักและเคารพแม่ภรรยานะครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่คิดว่าปัญหาหลัก ๆ ที่จะเกิด น่าจะเป็นเรื่องแนวทางการเลี้ยงลูก ซึ่งที่ผมตั้งใจขอเอาลูกมาเลี้ยงเองตั้งแต่แรก เพราะผมเป็นคนชอบอ่านบทความ การสอนลูก สร้างวินัยเชิงบวก ฯลฯ อะไรแนว ๆ นี้

แต่แม่เค้าจะใช้วิธีแบบคนสมัยก่อน ไม่ได้จะบอกว่าไม่ดีนะครับ แต่ก็มีหลายอย่างที่มันไม่เหมาะกับวิทยาการวันนี้แล้ว ผมจะเลี้ยงจะสอนยังไงก็ตามนั้นแหละส่วนปัญหารอง ๆ ผมคิดว่าคำว่าครอบครัวคงจะต่างออกไป ในภาพที่บ้านมีแต่พ่อแม่ลูก กับภาพที่บ้านมีครอบครัวภรรยาเข้ามาด้วย รู้สึกเหมือนว่าเรากำลังมองเห็นปัญหาบนทางที่จะเลือกเดิน แล้วยังจะเดินต่อไปทางนั้นจริงหรอ? หรือว่าผมคิดมากเกินไป ก็แนะนำกันหน่อยนะครับ ความตั้งใจในตอนนี้คือจะหาโอกาสคุยกับเค้าอีกครั้ง และอธิบายเหตุผลให้เค้าฟังอีกสักรอบ แต่ในใจก็คิดว่าถ้าผลสุดท้ายแล้ว ที่บ้านเค้าต้องย้ายมาอยู่ด้วย ผมก็ยังไม่สะดวกใจครับ’

ความคิดเห็นที่ 2

คุยตรงๆเลยครับ คุยก่อนที่แม่นายและน้องจะมาอยู่กับคุณครับ บอกว่าคุณไม่สะดวกที่จะรับใครมาอยู่ด้วย

อีกทางเลือกของการจบเรื่องนี้ก็ตามความเห็นนี้ค่ะ สำหรับผู้ที่พร้อมและกล้าพอ

ความคิดเห็นที่ 3

ก็น่าจะเผยความในใจแบบที่คุณเล่ามากับภรรยาคุณนะครับ ลองดูว่าเธอจะเห็นด้วยไหม ผมเองเห็นด้วยกับคุณนะครับ

อันดับแรกลองบอกกับภรรยาก่อน ซึ่งเห็นด้วยที่จะหันหน้าคุยกันให้เรียบร้อยก่อนจะสาย

ความคิดเห็นที่ 6

แย่แน่นอน ภรรยาคุณก็ดูไม่รู้สึกตัวอะไรเลยนะ บ้านซื้อด้วยกัน แต่จะขนทั้งบ้านเข้ามาอยู่…

ในเมื่อภรรยาบอกเป็นนัยแบบนั้นเราก็สวนกลับตรงๆ ไปเลยค่ะ จะได้ไม่มีอะไรค้างคา

ความคิดเห็นที่ 7

ก็คงจะต้องเข้าใจเขาด้วย ในเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่มีบ้านอยู่

-ญาติสนิทกับผม(ลูกพี่ลูกน้อง)เขาแต่งงานปลูกบ้านใหม่ราคาสองล้านเจ็ดแสนบาท ปลูกในที่ดินของตนเอง แต่ตอนนี้ที่เห็นฝ่ายพ่อแม่ของฝ่ายหญิง(ฝ่ายผมจะเป็นฝ่ายชาย)ยกครอบครัวมาอยู่กันเต็มบ้านเลย แต่เราก็เข้าใจเขานะ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งเขายากจน จะไปกีดกันเขาก็อาจจะดูไม่ดี ตระกูลของผมมีฐานะดีทุกคน เมื่อมีครอบครัวอีกฝ่ายหนึ่งก็มักจะมาอาศัยอยู่ด้วย(ครอบครัวน้องชายก็เหมือนกัน น้องสองคนเจอเหมือนกันเลย แต่ของผมภรรยาพ่อแม่เสียแล้ว แต่ก็มีพี่สาวมาอยู่ด้วย) แต่เราก็เข้าใจเขา เห็นใจเขา คิดว่าช่วยๆกันไป และเราก็ภาคภูมิใจด้วย เพราะเราก็จะกลายเป็นที่พึ่งของเขาด้วย และก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อีกฝ่าย จงรักภักดีกับเรามากๆ(ครอบครัวมั่นคง) ภรรยาของผมเองยังกล่าวเลยว่า ผมมีบุญคุณกับเธอมาก

สำหรับคนที่ยอมรับได้ในเรื่องนี้ต้องขอชื่นชมเลยค่ะ เพราะเป็นเรื่องยากจริงๆ กับการรับใครเข้ามาอยู่ร่วมกับครอบครัวเรา รู้สึกสบายใจแทนในเรื่องเจ้าของความเห็น 7

ความคิดเห็นที่ 10

เห็นด้วยกับจขกท. แม่เค้าไม่ได้ลำบากหรอก แต่เมียคุณคงจะอยากเอาใจแม่ อยากให้แม่อยู่สบาย ๆ และตัวเองก็ได้หน้ากับญาติ ๆ ด้วย เมื่อวานอ่านกระทู้ที่เมียเอาแม่มาอยู่ด้วย แล้วแม่เมียจุ้นจ้านคอยดุคอยบ่นลูกเขยตลอด ลูกเขยไม่กล้าหือ เพราะตัวเองหัวเดียวกระเทียมลีบ แล้วคนแก่อ่ะนะ เตือนอะไรฟังที่ไหนล่ะ อ่านแล้วสงสารมาก ถ้าไม่อยากมีเรื่องปวดหัวผิดใจกันทีหลัง คุยกับเมียดี ๆ

ถึงจะบอกว่าแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น ถ้าได้ดีก็ดีไป แต่ถ้าผลออกมาในด้านลบคงต้องทนระยะยาว

ความคิดเห็นที่ 15

ข้าพเจ้าเป็น แม่ยาย นะ (ลูกเขย ปลูกบ้าน มีห้องให้ พ่อแม่ตัว และ แม่ยาย พร้อม) ยังไม่เคยคิดจะไปวุ่นวายบ้านลูกเลย รอให้แก่จนไปไม่รอดก่อน ถึงจะไปอยู่บ้านเขา ตอนนี้เป็น เจ้าที่ บ้านตัวเองไปก่อน สมัยเป็นสาว ก็ไม่ยินดีให้ญาติฝ่ายไหนมาสิงในบ้านเหมือนกัน ทำงานมาเหนื่อยๆ กลับบ้านต้องมารับใช้ใครต่อใครอีก ไม่เอาด้วยหรอก เลยเข้าใจ จขกท ที่ขนาดจะทิ้งเงินดาว์นบ้าน คุยกับภรรยาดีๆ ละกัน นี่ถึงกับจะเอาทั้งแม่ทั้งน้องมาอยู่ด้วย ถามภรรยาว่า ถ้าแม่ผม พี่น้องผม เห็นดีเห็นงาม ตามมาอีกบ้าน จะไหวไหม ?

เป็นความเห็นดีๆ ที่ได้จากแม่ยาย ในมุมมองแม่ยายแล้วก็คงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากเลย เข้าใจกันทั้งสองฝ่าย แต่ไม่ใช่แม่ยายทุกคนจะคิดและมีนิสัยแบบเจ้าของความเห็นนี่นา

วิธีที่ดีที่สุดในสถานการณ์นี้คงต้องไปคุยกับภรรยาให้เขารับรู้ความคิด ความรู้สึก อย่างน้อยเขารู้จะได้กลับมาคิดและหาทางออกที่ลงท้ายด้วยความสบายใจกันทั้งคู่ ล่าสุดนี้เห็นว่าเจ้าของกระทู้คุยกับภรรยารู้เรื่องแล้ว ดีใจด้วยนะคะที่แก้ปัญหาได้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/38783010