เอาแล้วไง! ‘Huawei’ ถูกจับได้ว่าภาพที่ใช้ในการโฆษณาถูกถ่ายกล้อง DSLR ไม่ใช่กล้องมือถือของค่ายตัวเอง
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

เอาแล้วไง! ‘Huawei’ ถูกจับได้ว่าภาพที่ใช้ในการโฆษณาถูกถ่ายกล้อง DSLR ไม่ใช่กล้องมือถือของค่ายตัวเอง

ดูโฆษณาสมัยนี้ต้องฟังหูไว้หู (ที่จริงก็ควรทำทุกสมัยแหละนะ) อย่าปักใจเชื่อทุกอย่างที่เห็นในจอ เพราะสิ่งที่เห็นกับความเป็นจริงอาจจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างเช่นโฆษณาตัวล่าสุดของ ‘Huawei’ ในอิยิปต์ ที่เราจะนำมาเล่าให้ท่านฟังดังต่อไปนี้

 

ภาพที่เห็นทางด้านบนนี้ เป็นภาพจากโฆษณาของโทรศัพท์มือถือ ‘Huawei Nova 3’ ในประเทศอิยิปต์

จากภาพจะเห็นว่าผู้ชายกำลังทำท่าเหมือนยกโทรศัพท์ขึ้นมาเซลฟี่กับสาวเสื้อแดง เพื่อสื่อให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกล้องรุ่นนี้มาว่าถ่ายออกมาแล้วสวยงาม คมชัด แม้ยังแต่งหน้าไม่เสร็จ อะไรก็ว่าไป…

ทุกอย่างในภาพรวมถึงในคลิปข้างล่างนี้ก็ดูปกติดี ดูแล้วก็เหมือนโฆษณามือถือออกใหม่ธรรมดาที่มีให้เห็นกันบ่อยๆ ทุกปี

 

แต่ความงามไส้มันโผล่มาตอนที่ทุกอย่างถูกปล่อยออกอากาศไปหมดแล้วนี่แหละ เมื่อแม่สาวเสื้อแดงในภาพตัวดีคนนั้น (เธอมีนามว่า ‘Sarah El Shamy’) อยากโพสต์ภาพเบื้องหลังผลงานโฆษณาชิ้นล่าสุดของตัวเอง ที่พึ่งออนแอร์ไปหมาดๆ ให้แฟนๆได้เห็น

 

เท่านั้นแหละ! ทุกอย่างก็ถูกเฉลยในภาพนี้ทันที ซึ่งจากภาพเราจะเห็นได้ว่าผู้ชายในภาพแค่ยื่นมือออกมาข้างกล้อง DSLR เฉยๆ เพื่อให้เหมือนกับกำลังเซลฟี่ด้วยกล้องมือถือรุ่นใหม่ แต่ความจริงแล้วความคมชัดระดับ HD ที่เห็นในโฆษณา มันมาจากกล้อง DSLR ล้วนๆ

หลังรู้ว่าตัวเองพลาดไม่กี่นาทีต่อมา ‘Sarah El Shamy’ ก็ลบรูปนี้ทิ้ง แต่ก็ไม่ทันแล้ว เพราะนักแคปในตำนานแคปรูปของเธอเก็บไว้เรียบร้อยแล้ว งานเลยไปงอกต่อที่บริษัท ‘Huawei’ ในประเทศอิยิปต์ ที่ต้องมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนและลูกค้าที่กำลังหัวร้อนกันยกใหญ่

แต่แทนที่พวกเขาจะออกมาขอโทษ กลับออกมาพูดหน้าตาเฉยว่า “ในโฆษณาไม่ได้บอกสักหน่อยว่าภาพที่เห็นถ่ายด้วย ‘Nova 3’ ” (แบบนี้ก็ได้เหรอ)

เอาเป็นว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ ‘Huawei’ แล้วกันที่ทำเรื่องแบบนี้ เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2016 ‘Huawei’ ก็เคยนำภาพสวยแจ่มที่บอกว่าถ่ายมาจาก ‘Huawei P9’ ออกมาโชว์ให้ชาวโลกได้เห็น แต่พอเว็บไซต์อย่าง Android Police นำภาพไปตรวจสอบแล้ว

ปรากฎว่ารูปที่ถูกนำมาโชว์นั้นถูกถ่ายมาจากกล้อง ‘Canon 5D Mark III’ ซะอย่างงั้น

งานนี้คงหมดความน่าเชื่อถือไปมากโขทีเดียว

ที่มา : www.theverge.com