เวลาเจอ ‘ผู้ชายขี้โม้’ ควรทำตัวยังไงดีคะ?
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

เวลาเจอ ‘ผู้ชายขี้โม้’ ควรทำตัวยังไงดีคะ?

เอาล่ะ ประสบการณ์เจอคนขี้โม้คงไม่ได้พบกับแค่ผู้ชายอย่างเดียวแน่ๆ ถึงแม้เปอร์เซ็นต์การเกิดกับผู้ชายจะเยอะกว่าแต่ผู้หญิงขี้โม้ก็มีเหมือนกันนะคะคุณ~ มันต้องมีบ้างในสังคมโม้เพื่อให้ได้เธอ หรือนาๆ เป้าหมายของการขี้โม้ แล้วเมื่อเจอคนแบบนี้เข้า…คุณจะทำยังไง? ควรทำยังไง? เลี่ยงหรือแสดงท่าทางแบบไหน? ตามไปอ่าน คห.ด้านล่างกันเถอะ!

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

เวลาเจอผู้ชายขี้โม้ควรทำตัวยังไงดีคะ

‘กรณีคุยกันทั้งแบบเพื่อนและศึกษากันอยู่ แล้วเจอผู้ชายขี้โม้ เราควรยิ้มๆ ตามน้ำไปหรือขัดเขาดีคะ? ปกติก็ยิ้มๆ ตามน้ำไป แต่บางทีก็คันปากยิกๆ อยากจะขัดๆ แหย่ๆ ซะเหลือเกิน ผู้ชายเป็นมนุษย์เงินเดือน หน้าที่การงานดี บางอย่างก็พูดจริง แต่ก็โม้เยอะไปหน่อย’

ความคิดเห็นที่ 1

ถ้าเรา เราถอยห่างค่ะ คงขี้เกียจฟังอะไรที่มันย้อนแย้งก่ะความจริง 😂😂😂 กลัวพลั้งปากไปขัดเข้าซักวัน จิมองหน้ากันไม่ติดอ่าาา

ถ้าฟังเขาครั้งนึงแล้วอีกฝ่ายอาจเข้าใจผิดคิดว่าคุณฟังได้เรื่อยๆ ก็ได้ คห.นี้มีเหตุผลดี

ความคิดเห็นที่ 3

มองบน เมิน ไม่ตั้งใจฟัง เออๆออๆไปงั้นแหล่ะ แต่จริงๆแล้วน่าลำไย

จริงๆ อีกฝ่ายน่าจะรู้ว่าคุณลำไยตั้งแต่มองบนแล้วค่ะ! แสดงอาการชัดขนาดนั้นถ้าอีกฝ่ายไม่รู้คือ…หมดคำพูดเลย

ความคิดเห็นที่ 5

เรานั่งฟังไปเรื่อย ซักถามบ้าง เดี๋ยวโป๊ะแตกเอง แบบปลาหมอไปเพราะปาก  แล้วเราปกติเป็นคนหน้าเอ๋อๆ  ไม่ค่อยขัดใคร  ถ้าขัดคือวงแตก 😂😅

สุภาษิตปลาหมอนี่ใช้ได้กับเฉพาะบางคนนะ อย่างคนที่สกิลโม้เยอะๆ หน่อยคงไม่ง่าย!

ความคิดเห็นที่ 7

คนเรามีหลายอาการโม้ ต้องพยายามดูกันไป เช่น โม้เพื่อเป็นมุกขำขัน โม้ไปตามนิสัยขี้อวดขี้โม้ โม้ไปตามอาการทางจิต(มุ่งหาคนมาสนใจเรื่องโม้ของตัวเอง ซึ่งอาการก็มีหลายระดับตั้งแต่ระดับผิวเผินไปจนถึงปรารถนาอย่างแรงเพื่อให้ได้โม้โอ้อวดออกมา) โม้ไปตามอาการติดลมเมื่อได้คุยฟ่อง โม้เพื่อสร้างเรื่องชวนคุย โม้แบบติงต๊อง(โม้ด้วยเรื่องราวและอารมณ์แบบเด็ก) แสร้งพูดโม้(จริงๆไม่ใช่คนโม้) ฯลฯ

ส่วนในกรณีจขกท. ถ้าเห็นว่าเขาแค่โม้ไปตามอาการติดลมบนเมื่อได้คุย หากเราช่วยแสดงความสนใจให้เขาได้โม้ปลดปล่อยอารมณ์บ้างนั้นถือเป็นมิตรภาพที่ดี   แต่ถ้าตาคนนนี้ชักจะโม้จริงจังจนขาดสติเกินเลย ก็ควรช่วยเตือนหรือหยอกล้อใดๆที่ช่วยให้เขาหายโม้แบบขาดสติ นั้นถือเป็นกัลยาณมิตรที่ดีจ้า

ขอยกให้เป็น คห.ดีเด่นของกระทู้นี้เลยค่า เพราะอาการโม้ไม่ได้มีแค่โม้ด้านลบ แต่โม้แบบสร้างสรรค์ก็มีเหมือนกัน ปัญหาคืออีกฝ่ายโม้แบบไหนนี่แหละ!

ความคิดเห็นที่ 9

ปล่อยมันไปค่ะ อย่าสนใจฟัง เดี๋ยวก็เลิกโม้ไปเองถ้าเห็นเราไม่สนใจ เปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นเลย หักหน้าเล็กๆ 😆😂

แน่ใจเหรอคะว่าเขาจะเลิกโม้ไปเอง~ ดูยังไงคำว่า ‘โม้’ ก็คืออาการพูดได้เรื่อยๆ นะ เราให้โอกาสคิดอีกที…

ความคิดเห็นที่ 12

ถ้าไม่ชอบ ก็ถอยออกมาค่ะ มลภาวะหู ผู้ชายบางคนโม้เป็นนิสัย (เพื่อนๆ ผู้ชายโม้เก่งมาก) บางคนโม้เฉพาะคนที่เค้ารู้สึกสบายใจด้วย ประมาณอยากเล่า อยากเป็นคนมีความสำคัญ เอาจริงๆ ถ้าเราชอบเค้านะ เค้าโม้มา เราโม้กลับ ทับไปให้เต็มๆ สนุกๆ ขำๆ แกล้งบ้างไรบ้าง ถ้าชอบเค้าแล้วจะโม้มายังไงก็ยอมล่ะ ทำตาโต กระดิกหู ไปตามเรื่อง อมยิ้มนิดๆ

อันนี้ขอสงวนให้กับคนที่ชอบแล้วกันนะ ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรอย่าคิดมาโม้ด้วยเชียว

ความคิดเห็นที่ 13

คำว่าโม้ของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกันบางครั้งผู้ชายมาจีบคุณเค้าก็อยากบอกให้คุณรู้ว่าเค้ามีความพร้อมหลายๆอย่างเพื่อให้คุณพิจรณาร่วมเดินทางกัน. แต่การบอกความจริงก็ควรขึ้นกับสถานการณ์เวลาที่เหมาะสมไม่ใช่เพิ่งคุยกันก็พูดหมด. ผู้หญิงบางคนเค้าไม่ได้มองที่เปลือกนอกแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าการที่เค้าจะเลือกคบคุณ. ต้องทำให้ชีวิตเค้าดีขึ้น.  

ส่วนพวกที่พูดในสิ่งที่ไม่มีอันนั้นก็คือการโม้มีรูปแบบนึง. ซึ่งมันคือการโกหกควรตีตัวออกห่าง. แต่ไม่ควรทะเลาะกันต่างคนต่างอยู่

ถูกของ คห.นี้ค่ะ การโม้ต้องดูตามสถานการณ์หรือจังหวะที่เหมาะสม ถ้าโม้แบบมีทักษะไม่เกินจริงเกินไปก็น่าจะคุยกันรู้เรื่องอยู่นะ

เท่าที่เห็นจากหลายๆ คห.ดูเหมือนการโม้ไม่ใช่เรื่องไม่ดีและทุกคนไม่ได้ปิดกลั้น เพียงแต่ทุกอย่างต้องมีขอบเขตของมัน การโม้ก็เช่นกัน จะโม้ยังไงให้สร้างสรรค์? โม้ยังไงให้ดูพอดี?   ถือเป็นการบ้านให้คิดสำหรับคนชอบขี้โม้ เว้นแต่ถ้าคุณเจอคนขี้โม้แบบพูดๆๆๆ พ่นๆๆๆ ไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น กลอกตามองบนไปเลยค่ะ ให้เขารู้ตัวว่ามากไปแล้วนะยู!

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39695518