เลี้ยงลูกอยู่บ้าน…เรียกว่า ‘เห็นแก่ตัว’ ไหม?
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

เลี้ยงลูกอยู่บ้าน…เรียกว่า ‘เห็นแก่ตัว’ ไหม?

การเลี้ยงลูกไม่ใช่เหตุผลของคนขี้เกียจและเห็นแก่ตัวเลยค่ะ กลับกันคือเป็นคนที่เสียสละมากกว่านะ เพราะเวลา 70-80% คุณต้องหมดไปกับการเลี้ยงลูก บางทีในสายตาผู้ชายเขาอาจจะมองว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่เปลืองแรงเท่าออกไปทำงาน ทั้งๆ ที่คนอยู่บ้านนี่แหละค่ะเหนื่อยพอๆ กัน ทั้งงานบ้าน เลี้ยงลูก หรือแม้แต่คุณแม่บางคนก็หางานออนไลน์ทำ เห็นแก่ตัวหรือไม่ให้ตัวเราเป็นคนตัดสินค่ะ แต่ต้องอยู่ในพื้นฐานความเป็นจริงไม่เข้าข้างตัวเองนะ

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

เลี้ยงลูกอยู่บ้าน เรียกว่าเห็นแก่ตัวไหม?

‘สวัสดีค่ะ.. นี่เป็นกระทู้แรกในชีวิตค่ะ ปกติจะเป็นผู้อ่านอย่างเดียว หากผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ..จะเล่าตั้งแต่แรกเลยนะคะ..คือแฟนเราตัดสินใจไปทำงานที่ กทม. ค่ะ ส่วนเราอยู่จังหวัดบ้านเกิดแต่อยู่ไกลบ้านค่ะแล้วเราท้องค่ะ พอเข้าเดือนที่4เราจึงตัดสินใจเปลี่ยนงาน ไปทำงานกับพี่สาวค่ะเผื่อว่าท้องแก่จะได้มีคนดูบ้าง เราก็ทำงานตลอดนะคะ ทำจนอาทิย์สุดท้ายก่อนคลอดค่ะ ระหว่างนี้แฟนมาอยู่ด้วย1เดือนก่อนคลอดค่ะ หลังจากนั้นเราก็ลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกอยู่บ้าน แฟนโอนเงินให้เดือนละ7000ค่ะ (ซื้อของใช้ลูกบางอย่างกับเก้บให้ลูกค่ะ ส่วนเราใช้เงินเก็บของตัวเอง) ตอนนี้ลูก5เดือน อยู่บ้านก็ทำงานทุกอย่างเอง ย้ำนะคะว่าทุกอย่าง งานบ้าน ซักผ้า เลี้ยงลูกเองทั้งกลางวันกลางคืนค่ะ

พอถึงตอนนี้ค่ะ แฟนบอกว่าให้เรากลับไปทำงาน และให้ไปทำกับเขาที่ กทม. แล้วให้แม่เราหยุดงานมาเลี้ยงลูกให้ค่ะ ซึ่งเรายังไม่พร้อมค่ะ แล้วเราก็บอกไปตรงๆแล้วว่าเรายังไม่พร้อม ถ้าถึงเวลาที่เราว่าเหมาะสมเราก็จะกลับไปทำงานเอง เขาก็บอกให้เราฝึกลูก เขาพูดว่าพี่คนนั้นยังทำได้พี่คนนี้ยังทำได้ ลูกคนอื่นเขายังทำได้ ..บอกตรงๆว่าเราค่อนข้างไม่พอใจเลยค่ะที่เอาเรากับลูกไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งจริง ๆ ถ้าเราจะทำเราก็ทำได้ แต่เรายังไม่อยากทำ บอกตรง ๆ ว่าเรายังอยากอยู่กับลูก ยังอยากเห็นพัฒนาการของลูกในทุก ๆ วันค่ะ พอเราบอกไปแบบนี้ก็เหมือนเขาจะเข้าใจเรานะคะ ล่าสุดเขาทักแชทมาบอกว่าให้เราทำข้อสอบที่ส่งให้ แล้วไปทำงานกับเขา เขาบอกว่าเขาทำงานคนเดียวไม่ไหว ต้องช่วยกันถึงจะถูกต้อง เขาว่าเราเห็นแก่ตัวค่ะ ว่าเราคอยแต่จะให้เขาโอนเงินให้

*ดังนั้น ทุกอย่างที่เราทำ เราเป็นคนเห็นแก่ตัวใช่ไหมคะ? เราแค่อยากทำหน้าที่แม่ คอยอยู่ข้างๆเวลาที่ลูกต้องการค่ะ’

ความคิดเห็นที่ 1

ความคิดของคุณถูกต้องทุกอย่าง ถ้าเงินพร้อม แม่ทุกคนอยากเลี้ยงลูกเอง แต่ไม่ทุกคนที่สามารถทำตรงนั้นได้ ต้องมองไปไกลถึงอนาคต ทีนี้ถ้าเงินไม่พร้อม สามีไม่เห็นด้วย การเป็นแม่บ้านที่อาศัยเงินจากสามีเป็นเรื่องที่จะทำให้เกิดปัญหาตามมาเป็นลูกโซ่ เงินไม่ใช่แค่กระดาษ แต่เป็นสิ่งที่สร้างคุณภาพชีวิตให้คนได้

เงินส่งให้ลูกแค่ 7 พันยังต้องมาขอคืน มันบอกว่า สถานะทางการเงินไม่พร้อมมากๆ ถ้าคุณไม่ช่วยหาเงินเพิ่ม อีกหน่อยถ้าลูกป่วย หรืออีกปีสองปีลูกก็ต้องเข้าโรงเรียนแล้ว วางแผนการเงินเอาไว้แล้วหรือยัง คุณไม่อยากจากลูก ก็อาจต้องหางานเพิ่มโดยอยู่กับลูกแล้วหางานทำไปด้วย ไม่ต้องกลับกรุงเทพ

คนเป็นแม่ทุกคนต้องอยากเลี้ยงลูกด้วยตัวเองทั้งนั้นค่ะ เห็นด้วยกับ คห.นี้ที่บอก จขกท.คิดถูกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2

ในเมื่อสามีเอ๋ยปากว่าทำงานคนเดียวไม่ไหวต้องช่วยกัน และคุณก็ยังอยากเลี้ยงลูกเอง เช่นนั้นคุณก็ต้องทำงานที่สามารถเลี้ยงลูกได้

เดี๋ยวนี้เส้นทางการทำงานมีหลากหลายนะ งานขายออนไลน์อยู่บ้านก็เป็นที่นิยม ค่อยๆ เริ่มทีละนิดๆ ให้พอเห็นผลกำไร

ความคิดเห็นที่ 5

สามีบอกว่าไม่ไหวแล้ว คุณต้องช่วยกันหารายได้มาเติมค่ะ ไม่ใช่ดื้อยืนกระต่ายขาเดียวว่าจะเลี้ยงลูก ลูกต้องโต ต้องใช้เงินมากขึ้นทุกวัน ยิ่งเข้าเรียนยิ่งต้องใช้เงินมาก ถึงตอนนั้นจะทำยังไงคะถ้าไม่มีเงิน??

แม่คนไหนก็อยากเลี้ยงลูกเองค่ะถ้าทำได้ แต่หลายคนก็ต้องฝากลูกที่เนอสฯ ฝากปู่ย่าตายายเลี้ยงเพราะจำเป็นต้องช่วยสามีหารายได้เข้าบ้าน คุณบอกเองว่าเป็นคนเอาแต่ใจ แต่กรณีนี้อยากให้คุณมองให้ไกลจากตัวเอง มองถึงอนาคตของลูกด้วย

พอเห็น คห.นี้ก็ทำให้เห็นอีกมุมมอง จะเข้าข้างคนใดคนหนึ่งไม่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายมีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

ความคิดเห็นที่ 6

ซักพักถ้ามันถึงจุดที่เค้าไม่ทน เค้าอาจจะไม่ส่งเงินมาเลยนะคะคุณแม่ แล้วหายเงียบไปแทน ทีนี้จะลำบากกันทั้งคุณแม่คุณลูกแน่เลย

ถ้าไม่รีบหาทางออกแน่นอนว่าวันหนึ่งต้องถึงขีดจำกัดแน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 11

ชีวิตเราไม่ใช่มีรายได้แค่ใช้ไปวันต่อวันแล้วจบนะคะ ยิ่งมีลูกค่าใช้จ่ายมากมายเกินกว่าที่วางแผนไว้ อย่างน้อยก็ควรมีเงินสำรอง​ไว้ เงินเก็บเพื่ออนาคต ลองช่วยกันคิดกับสามีว่าจะหารายได้ทางไหนให้สามารถเลี้ยงลูกได้ด้วย ของพี่ลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกเต็มตัวช่วงแรกๆทำขนมขายก่อนค่ะ​ แล้วค่อยๆขยับขยายหารายได้อีกหลายๆทางเมื่อลูกเข้ารร.

อย่างที่ คห.นี่บอกเลยค่ะว่าควรมีเงินสำรอง ไม่ใช่วันต่อวัน การที่ จขคห. ขายขนมทำกิจการเองเป็นตัวอย่างที่ดีเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 16

เรื่องเงินที่ จขกท. บอกว่า “อยากให้แฟนเข้าใจค่ะ ว่าถึงเงินจะจำเป็นขนาดไหน มันก็เป็นได้แค่กระดาษที่มนุษย์เราสมมติขึ้นว่ามันมีค่า สุดท้ายแล้วเงินก็ไม่สามารถซื้อทุกอย่างได้” เพราะตอนนี้ จขกท. ยังมีพ่อแม่พร้อมซัพพอร์ตให้อยู่ ให้กิน ยังไงละครับ ถึงกล้าพูด ถ้าวันใดที่ จขกท. กับลูก ต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเองแบบ 100% คงจะไม่พูดแบบนี้แน่ครับ ขนาดตัว จขกท. ยังบอกเองเลยว่า ถ้าตัวเองออกไปทำงาน แล้วต้องจ้างคนเลี้ยงลูกแทนให้ ก็แทบจะไม่พอกินเหมือนกัน แสดงว่าด้วยตัว จขกท. เอง ก็ใช่ว่าจะมี “ศักยภาพ” ล้นเหลือ จนสามารถทะนงตนได้ขนาดนั้นนะครับ

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว “เลิกกัน” ไปเลย ทางใครทางมันดีกว่ามั้ยละครับ เพราะยังไงตอนนี้ จขกท. ก็มีสภาพแทบไม่แตกต่างจากคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอยู่แล้ว ตัวแฟนก็อยู่ไกล ดูท่าคงจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันด้วยละมังเนี่ย

จะตัดสินเรื่องภายในเขาก็ไม่ได้นะ แต่การแสดงความเห็นให้คิดก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้ จขกท.คิดอะไรหลายๆ อย่าง

ปัญหานี้ต้องรีบคุยกันให้รู้เรื่องค่ะ เพราะยิ่งปล่อยไว้นานไม่เกิดผลดีแน่นอน หรือบางที จขกท.จะแก้ที่ตัวเองลดความเอาแต่ใจที่ตัวเองบอกดู ลองมองหางานทำที่บ้านก็เป็นทางออกที่ดีนะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39011137