เรียนจบแล้ว…’อยากทำงาน’ แต่พ่อแม่ไม่ให้ทำ ทำยังไงดีคะ?
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

เรียนจบแล้ว…’อยากทำงาน’ แต่พ่อแม่ไม่ให้ทำ ทำยังไงดีคะ?

ถือเป็นเรื่องที่ไม่ได้แปลกอะไรมากมาย จริงอยู่ว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่อยากให้ลูกทำงานหาประสบการณ์ทันทีหลังเรียนจบแต่ก็มีพ่อแม่บางกลุ่มที่มองว่าไม่ควรไปเป็นลูกน้องใคร อันนี้เราก็ไปว่าใครไม่ได้เพราะมันเหมือนเป็นวิธีคิด มุมมองส่วนบุคคลที่ทำได้แค่รับไว้เพื่อเรียนรู้ แต่โดยปกติแล้วก่อนเป็นนายคนหรือประสบความสำเร็จก็ต้องผ่านประสบการณ์ความพยามกันทั้งนั้น ในกรณีที่ผู้ปกครองมีแนวคิดแบบนี้ซึ่งขัดแย้งกับตัวเรา…ที่ทำได้คือต้องเด็ดขาดในจุดยืนของตัวเองนะคะ ต้องเชื่อฟังพ่อแม่จริงอยู่ แต่ทุกคนมีสิทธิ์เลือกเส้นทางของตัวเองทั้งนั้น

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ถ้าเรียนจบแล้ว อยากทำงานแต่พ่อแม่ไม่ให้ทำ ทำยังไงดีคะ ?

‘ถ้าเรียนจบแล้ว อยากทำงานแต่พ่อแม่ไม่ให้ทำ ทำยังไงดีคะ ? สวัสดีค่ะ เราปวดหัวมากตอนนี้ อึดอัดอยากร้องไห้ ไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครดี  จึงเลือกมาปรึกษาคนในพันทิปอาจจะได้คำตอบที่หลากหลายในการตัดสินใจ ก่อนอื่น เราเรียนจบมาจะ ขึ้นเดือนที่ 4 แล้วค่ะ และตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา เราพยายามหางานทำตลอด แต่ขอบอกก่อนนะคะว่าบ้านเราไม่ได้ขันสนอะไร และไม่ได้รวยอะไรขนาดนั้น

เราเรียนจบสายนิเทศมาค่ะ เราชอบออกแบบและผลิตสื่อมากๆ พอเรียนจบก็หางานทำทันที เราหาทุกช่องทางไม่ว่าจะในเว็บ หรือคนรู้จักช่วยแนะนำให้ และเราเกือบได้งานดีๆหลายต่อหลายรอบแล้วด้วย แต่เราติดอย่างเดียวเลย คือคุณพ่อของเราค่ะ ท่านเป็นที่ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร เป็นเจ้านายตัวเองเสมอ สิ่งที่เราได้เวลาขอป๊า (คุณพ่อค่ะ บ้านเราเป็นคนจีน) ไปสัมภาษณ์งานหรือขอไปทำงาน เขาจะสวนกลับมาว่า ” จะไปทำทำไม ไปเป็นลูกน้องเขาทำไม ” เรานี่สะอึกเลย พูดไม่ออกเลยเวลาเขาสวนมาแบบนี้ และในใจเราก็คิดว่าแบบ เอ้า ไปทำงาน มันก็ต้องสะสมประสบการณ์จาก 0 ก่อนมั้ยอะ ทุกคนก็ต้องมีพื้นฐานกันทั้งนั้น ป๊าก็เคยมี แล้วทำไมป๊าพูดแบบนี้ พอเราถามกลับว่าถ้าไม่ให้ทำงาน แล้วจะให้เราทำอะไร เขาก็เงียบและบอกกับเราว่า ” ส่งไปให้เรียนจะได้มีหัวคิด ไปเป็นลูกน้องเขามันดีตรงไหน เนี่ย ดูป๊าสิ ทำงานมาขนาดนี้เพื่อเป็นเจ้านายตัวเองทั้งนั้น ” โอ้โห อันนี้คือเราร้องในใจเลย แบบ นั่นป๊ามั้ย ไม่ใช่เรา เราเรียนสายนี้มาเราก็อยากทำงานสายนี้มั้ยอะ ให้เราไปทำงานอะไรก็คงไม่เก่งเท่าสายที่เราเรียนมาอยู่แล้ว แต่พอเราเถียงกลับเขาก็ปัดมือหนีและไม่คุยกับเราแล้ว เราอึดอัดมากเลยค่ะ 

ที่เราคิดจะหางานทำ เหตุผลมีไม่กี่ข้อเลยค่ะ และเหตุผลหลักเลยคือรายได้หลักของบ้านคือป๊าคนเดียว ถึงจะมีพี่ชายช่วยแต่ก็แค่เล็กๆน้อยๆ ถ้าเกิดวันนึงมันเกิดอะไรขึ้นมา คนในบ้านจะทำยังไง ถึงตอนนั้นเราก็ต้องพยายามไปทำงานอยู่ดี แล้วมันต่างกับตอนนี้ยังไงเหรอคะ เราไม่เข้าใจมากๆ เรารู้นะคะว่าท่านทั้งสองคนเป็นห่วง แต่แบบ ยังไงซักวันเราก็ต้องออกไปทำงานมั้ย สู้ให้เราสะสมประสบการณ์จากที่นั้นที่นี้ไม่ดีกว่าเหรอ เราไม่อยาก เกาะพ่อแม่กินเราว่าเราโตพอที่จะเรียนรู้ชีวิต และเรียนรู้โลกข้างนอกได้แล้ว แต่สิ่งที่พ่อแม่ทำกับเรา มันเหมือนเรายังเป็นเด็กเล็กๆ ที่พ่อแม่คอยเลี้ยงอยู่อะ 

สุดท้าย เราอยากทำงานมากเลยค่ะ จากประสบการณ์ตอนฝึกงาน เราว่าเราเจอมาหนักพอสมควรเลยด้วย

ความคิดเห็นที่ 2

ยอมบ้านแตกอะ เคสนี้  แปลกที่พ่อทำไมคิดขนาดนี้ แทนที่จะให้แน่ใจว่า ลูกยืนบนขาตัวเองได้ ยังไงเราจะเอาตัวเองให้ได้งานก่อน แล้วตอนจะไปทำงาน ให้เราออกจากบ้านก็ยอม แล้วถ้ายอมรับได้เมื่อไหร่ เราค่อยกลับเข้าบ้าน

อย่างน้อยมันก็เป็นประสบการณ์จริงที่ต้องเรียนรู้ ในเมื่อถึงจุดนี้แล้ว จขกท.ต้องเด็ดขาดไปเลยค่ะ!

ความคิดเห็นที่ 3

เรียนจบแล้ว ถือว่าโตแล้ว คุณไม่ต้องขออนุญาตพ่อแม่ไปทำงาน และไม่ต้องอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น คุณลองสมัครงานใหม่ เวลาได้งานแล้วก็ลองไปทำเลยค่ะ ถ้าพ่อบ่นก็ทำหูทวนลมไป คุณไม่ต้องไปเถียงท่าน ในขณะเดียวกันก็ต้องช่วยออกค่าใช้จ่ายในบ้านด้วย ทำให้พ่อแม่เห็นว่าคุณโตแล้ว รับผิดชอบตัวเองและช่วยเหลือที่บ้านได้ แต่ถ้าพ่อยังบ่นไม่เลิกและคุณทนไม่ไหว ก็หางานใหม่ที่อยู่ไกลบ้าน แล้วนาน ๆ ค่อยกลับบ้านที

ทำหูทวนลมถึงจะโดนสอนบ่อยๆ ว่าอย่าหูทวนลมกับผู้ใหญ่ แต่บางเรื่องเนี่ย…ต้องหูทวนลมจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4

งง จริงๆ พ่อแบบนี้ก็มีด้วย “ลองพูดไปว่า ป๊าดูแลหนูไม่ได้ตลอดไป วันไหนที่ป๊าแก่แล้วหนูก็มีงานหรือมีประสบการณ์เปิดกิจการตัวเองมาดูแลป๊าต่อไง” ผมนี่ลูก 5 ขวบนั่งมองหน้าลูก “เอ็งโตขึ้นจะตกงานมั๊ยวะเนี่ย”

โดยปกติของพ่อแม่แค่ลูกยังพึ่งหัดเดินต็อกแต๊กๆ ก็เป็นห่วงอนาคตกันแล้ว ทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายและหน้าที่การงานลูก

ความคิดเห็นที่ 6

ไปทำงานฮะ ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านบ้างแหละ เธอเป็นคนที่ต้องมีชีวิตต่อไป ไม่ใช่แค่พ่อแม่ บ่นมากๆก็เอาเงินเดือนที่ได้มาคืนไปบ้าง เดี๋ยวเงียบเองฮะ

เท่าที่เห็นพอได้เงินมาก็เงียบจริงๆ นะ พ่อแม่ที่ไหนได้เงินจากลูกแล้วจะไม่เงียบบ้าง? ส่วนมากก็ต้องยอมรับว่านี่คือเงินที่ลูกหามาเอง

ความคิดเห็นที่ 7

แอบไปสัมภาษณ์งานเลยค่ะ ไม่ต้องบอกใคร สัมภาษณ์ได้เมื่อไร แอบเช่าหอขนของไปทีละนิด และค่อยบอกป๊า ชีวิตเรา เราควรยืนได้ด้วยตัวเอง น้องเพิ่งเรียนจบโอกาสในชีวิตเข้ามาตลอด อย่าปล่อยให้ผ่านไปแล้วมาเสียดาย

รีบก่อนจะสาย เรื่องที่เราคิดว่าถูกไม่จำเป็นต้องบอกพ่อแม่เสมอไป หรืออาจจะบอกไม่ทั้งหมด เพราะสิ่งที่คุณตัดสินใจคือความคิดที่ไตร่ตรองมาดีที่สุดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 8

ป๊าไม่โต แต่…ที่สำคัญกว่า   ลูกก็ไม่ยอมโต แก้ยังไง แก้ป๊าไม่ได้  ก็…แก้ที่ตัว จขกท  ให้โตได้แล้วครับบบ แก้ยังไง …. โตแล้ว อย่าโทษนั่น โทษนี่ไงครับ เลือกเอง รับผิดชอบเองครับ

เหมือนกับนาทีนี้ต้องมีความกล้าและเด็ดเดี่ยวเท่านั้น!

ความคิดเห็นที่ 9

งง จะไปสัมภาษณ์งานยังต้องขออนุญาตพ่อแม่อีกเหรอคะ ที่คุณเจออยู่ทุกวันนี้ก็เพราะคุณเองนั่นแหล่ะ เรียนจบแล้ว จะทำงานยังตัดสินใจไม่ได้ แค่แจ้งให้ทราบแล้วก็ออกไปสัมภาษณ์แค่นั้นพอ อายุขนาดนี้แล้ว ตัดสินใจทำอะไรๆด้วยตัวเองได้แล้วค่ะ ย้ำแจ้งให้ทราบว่าจะไปไหนไม่ใช่ขออนุญาต

จะเป็นเจ้านายเค้าก็ต้องเรียนรู้งานตั้งแต่เป็นลูกน้องก่อน ที่บอกให้ออกมาทำเอง มีเงินให้ลงทุนแล้วใช่ไหมคะ งงมากเด็กพึ่งจบมา ใจคอจะไม่คิดให้ทำงานหาประสบการณ์เลยเหรอคะ เป็นพ่อแม่ที่แปลกมาก แทนที่จะยินดีที่ลูกจะทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีดตัวเอง กลับชอบให้ลูกเกาะ

เป็น คห.ที่ให้แง่คิดดีนะคะ ในเมื่อโตแล้วสิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การขออนุญาตเหมือนตอนเด็กๆ แต่เป็นการบอกให้รู้ว่าไปไหน หลังจากนั้นคือเรื่องของเรา

คงทำได้แต่ให้กำลังใจ จขกท.และอวยพรให้กล้าเด็ดขาด ซื่อสัตย์ต่อความคิด ความรู้สึก เพื่อจะได้ตัดสินใจได้อย่างไม่ลังเล ไม่งั้นแล้วอนาคตคุณอาจเสียดายที่ต้องปล่อยโอกาสในตอนนี้…บางครั้งผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ถูกเสมอไป ในเมื่อโตๆ กันแล้วเราย่อมรู้ว่าแบบไหนคือหนทางที่ดีแก่ตัวเอง

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39371312