เรารู้สึกแย่ที่ ‘แฟนไม่มีรถ’ เราคิดเล็กคิดน้อยไปไหมคะ?
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

เรารู้สึกแย่ที่ ‘แฟนไม่มีรถ’ เราคิดเล็กคิดน้อยไปไหมคะ?

เรื่องนี้ไม่แปลกเลย เพราะผู้หญิงต่างก็ต้องการความเอาใจใส่ ต้องการถูกดูแล ไม่งั้นมันจะมีประโยคที่บอกว่าผู้หญิงแพ้ผู้ชายปากหวานเหรอ? นั่นเพราะผู้ชายที่เป็นแบบนั้นจะใช้คำพูดที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ ‘รถ’ หรือการ ‘ขับ ไป-ส่ง’ เป็นอีกไอเทมที่คุณผู้ชายส่วนใหญ่มีเพื่อดูแลผู้หญิง

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

เรารู้สึกแย่ที่แฟนไม่มีรถ เราคิดเล็กคิดน้อยไปไหมคะ?

‘เนื่องจากแฟนคนนี้เป็นแฟนคนแรกค่ะ เลยไม่ทราบว่าปกติแล้วคู่รักอื่นๆเค้าปฏิบัติตัวกันอย่างไรจึงอยากทราบความเห็นของคนอื่นๆค่ะ ไม่ได้มีเจตนาจะประจานแฟน หรือ ดราม่านะคะ รบกวนให้คำแนะนำด้วยค่ะ เราคบกับแฟนคนนี้มาได้ 3 ปีแล้วค่ะ แฟนอายุ 35 (อายุห่างกัน 6 ปี)รู้สึกโอเคทุกอย่างยกเว้นเรื่องนี้คือ แฟนเราไม่มีรถค่ะ ที่ผ่านมา เค้าแทบจะไม่เคยไปรับไปส่งเราเลย ทั้งที่บ้านไม่ได้ไกลกันขนาดนั้น จริงๆเค้ามีรถอยู่คันนึง แต่เค้ามักจะอ้างว่า มันเป็นของที่บ้าน ไม่ใช่ของเค้า พอถึงวันที่จะใช้รถจริงๆ เค้าก็จะบอกว่า”พอดีที่บ้านจะใช้รถ”ตลอด กลับกัน เรามีรถยนต์ส่วนตัว กลับเป็นเราที่เป็นคนขับรถไปส่งเค้าที่บ้าน(บางครั้ง) แฟนเราจะไปส่งเราเฉพาะโอกาสพิเศษ เช่น เราไม่สบาย/กลับดึกมากๆ เค้าจะขับรถของเราเพื่อไปส่งเรา และนั่งแท๊กซี่กลับ แต่สิ่งที่น้อยใจคือ บางครั้งที่เราไม่สบาย เราก็บ่นๆให้แฟนฟังว่า ปวดท้องนะ เค้าก็เป็นห่วงนะคะ ถามไถ่ว่าเป็นอะไรยังไง แต่แฟนไม่คิดจะเอ่ยปากว่า “ไปส่งไหม” อะไรแบบนี้ ถ้าเราบอกว่า “เทอไปส่งเราหน่อยสิ” เค้าถึงจะไปขับรถเราไปส่ง เราเลยลองใจเค้าครั้งนึงคือ เราปวดท้อง แต่ลองไม่เอ่ยปากให้เค้าไปส่งเราก่อน เค้าก็ไม่ไปค่ะ กินข้าวด้วยกันเสร็จก็แยกกันไป แต่เค้าก็เป็นห่วงเรานะคะ กลับถึงบ้านเค้าก็จะโทรมาถามตลอดว่า อาการเป็นยังไงบ้าง แต่ไม่มาส่ง -*- ถ้าเราสองคนจะไปเที่ยวไหนด้วยกันก็จะใช้รถเราตลอด โดยที่เค้าเป็นคนขับ ถ้าทางใกล้ๆเราจะเป็นคนขับ แต่ค่าน้ำมันแฟนไม่เคยเอ่ยปากจะช่วยออก(แต่อันนี้ไม่ได้ซีเรียส) ซึ่งเราก็เป็นผญที่ดูแลตัวเองได้ ก็ไม่ได้คาดหวังว่าแฟนจะต้องมารับมาส่งทุกวัน แต่ก็แอบน้อยใจ เห็นเพื่อนไปไหนมาไหนแฟนเค้าก็มารับตลอด เราคิดว่าแฟนเราอายุเยอะกว่าเเรามาก ทำไมถึงดูแลเราน้อย ทั้งที่เรานึกภาพไว้ว่าแฟนอายุมากกว่าจะต้องดูแลเราดี จริงๆเราไม่เคยรู้สึกโอเคเลย ตั้งแต่ที่คบกันมา แต่ก็อดทนมาตลอดเพราะรัก TT จนกระทั่ง พ่อแม่เราก็เริ่มถามว่าทำไมแฟนไม่เคยไปรับไปส่งเราบ้างเลย หรือ ไปเที่ยวกัน ทำไมพี่เค้าไม่เอารถออกมารับบ้าง?เราก็พยายามตอบเบี่ยงๆไปค่ะ เราเลยแย๊บๆถามเค้าเรื่องรถว่ามีความคิดอยากจะซื้อบ้างไหม ซึ่งเค้าตอบกลับมาว่า “ไม่” เพราะเค้าคิดว่ารถสาธารณะมันสะดวกแล้วสำหรับเค้า เค้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถเลย เราก็เข้าใจค่ะว่าวิถีชีวิตของเค้าไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว แต่เราละ..หลังจากได้คำตอบ เราคิดว่ามันกลายเป็นเงื่อนไขที่เราต้องรับให้ได้ ซึ่งตอนนี้เราสับสนมากค่ะ ถ้าไปต่อ เราก็จะต้องยอมรับเรื่องนี้ให้ได้ แต่จะให้เราเป็นคนไปรับไปส่งแฟนแบบนี้ตลอดไปก็คงไม่ไหว แต่จะให้เลิกเพราะเรื่องแบบนี้ก็ทำใจไม่ได้เช่นกัน เราไม่แน่ใจว่าเราคิดเล็กคิดน้อย หรือเห็นแก่ตัวไปไหมที่คิดแบบนี้ (ถ้าคิดเล็กคิดน้อยไปบอกเราได้เลยค่ะ เราจะปรับทัศนคติ) เราควรคุยกับเค้าตรงๆเลยดีไหมคะ หรือยังไงดี อยากขอความเห็นหน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ปล. เรื่องกิน ดูหนัง คือหารสองค่ะ พี่เค้ามีเลี้ยงบ้างบางโอกาส เรื่องอื่นๆก็ดูแลเทคแคร์ดีค่ะ’

ความคิดเห็นที่ 4

..แสดงว่าผู้ชายคนนี้ หล่อเลือกได้..

เป็นไปได้…

ความคิดเห็นที่ 5

ไม่ลองเปิดใจคุยกันละครับ คุณ​อาจจะมองว่าเป็นปัญหา​เล็กๆ แต่ปัญหา​เล็กๆของคุณนี่แหละที่ทำให้คุณไม่สบายใจ เรื่องของคนสองคนลองคุยกันก่อนน่าจะหาทางออกร่วมกันได้

เห็นด้วยกับเรื่องปัญหาเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้าม บางทีหลายๆ ครั้งที่เขาตอบอาจจะไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แต่ถ้า จขกท.ลองคุยกับเขาตรงๆ เขาคงมีคิดบ้าง

ความคิดเห็นที่ 6

(สาระสุดไปเลย)

– ขอให้เปิดอกพูดคุยกับแฟนตามหลักปิยวาจา เพื่อให้เข้าใจซึ่งกันและกันหรือเกิดความสมัครสมานต่อกัน(สมานัตตา)

– กรณีที่ทั้งคู่หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเกิดทุกข์ร้อนเนื่องจากความต้องการของกันและกัน การยินดีสละความรู้สึกของตัวเองหรือสละความสุขส่วนตัวใดๆ เพื่อหาทางช่วยให้อีกฝ่ายได้บรรเทาทุกข์ร้อนที่เป็นอยู่ นั้นเป็นคุณสมบัติสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของการอยู่ใกล้ชิดกัน ซึ่งเรียกคุณสมบัตินี้ว่าสมจาคา(การมีความเอื้อเฟื้อเสียสละต่อกันโดยสมหรือเหมาะสมดีพอ)

ถ้ามองในมุมตัวคนเดียวรถสาธารณะก็สะดวกจริงๆ แหละค่ะ ไม่ใช่ไม่เข้าใจฝ่ายชายนะ แต่ก็นั่นล่ะ ทุกคนสนับสนุนให้คุยกันตรงๆ การพูดคุยเป็นสื่อกลางที่จะทำให้เข้าใจกันมากขึ้นแต่ขณะเดียวกันก็ระวังจะเป็นตรงข้าม

ความคิดเห็นที่ 8

คิดว่าถ้าแต่งกันแล้ว จะมีผู้ชายกี่คนที่ไปรับส่งคุณตลอด โอเคมีผู้ชายแบบนั้นแน่ พวกที่ว่างมากหรือหวงเมียรักเมียมาก แต่ส่วนใหญ่ไม่ส่งหรอก ถ้างานยุ่งนะจะให้ไปส่งมีทะเลาะ

น้อยจริงๆ ค่ะที่จะปฏิบัติแบบนั้นแล้วเสมอต้นเสมอปลาย เพราะงั้นผู้ชายที่อดทนพยายามอย่างหนักขอชื่นชมเลย ณ จุดๆ นี้

ความคิดเห็นที่ 9

ไม่อยากไปส่งแฟน คุณก็ไม่ต้องเอารถไปคะ เรื่องเล็กน้อยมาก ใช่ว่าจะไม่ไปส่งคุณเลยสักครั้ง การที่เขาไม่มีรถ ไม่ไปส่ง มันกลบ ความดีอย่างอื่นที่เขาทำให้คุณหมดเลยเหรอคะ ถึงเอามาคิดมากแบบนี้ อยากมีชีวิตคู่ที่ดีเลิกคิดเล็กคิดน้อย มองแต่เหตุผล จะดีกว่านะคะ

การมองย้อนกลับไปคิดถึงข้อดีหลายๆ อย่างของเขาน่าจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง ลองคิดตามความเห็นนี้ดูน

ความคิดเห็นที่ 10

ต่อไปคุณลองไม่ไปส่งเค้าสิครับ ให้กลับ bts เองสิ บ้านอยู่ใกล้ BTS ไม่ใช่เหรอ หรือไม่ให้เค้ากลับแท็กซี่ แกรบ รถเมล์อะไรกันไป

เรื่องแบบนี้ถ้าเหนื่อยก็ลองพูดคุยแบ่งวันก็ได้ว่าวันไหนฝ่ายชายไปเอง วันไหนที่ จขกท.ไปส่ง ภาระเราจะน้อยลง

รู้นะคะว่าเหนื่อยและอยากได้รับการใส่ใจบ้าง แต่ถ้าคุณไม่พูดออกมาอีกฝ่ายก็ไม่เข้าใจ บางคนเป็นแบบนั้นจริงๆ ลองพูดคุยกันก่อน หลังจากนั้นคือของจริงแล้วว่าเขาคิดยังไงกับเรื่องนี้ เอาใจช่วยให้หาวิธีแก้ไขและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขได้นะคะ ชีวิตคู่ต้องค่อยๆ ประคับประคองไปทีละก้าวค่ะ!

อ่านเพิ่มเติมต่อได้ที่ https://pantip.com/topic/38925831