ถ้าทำให้คนเชื่อไม่ได้แล้วจะเรียกว่า ‘พูดเก่ง’ ได้ไงล่ะจริงมั้ย? จริงๆ ในส่วนนี้มันก็ไม่ได้แย่นัก ถือว่าเป็นสกิลอีกอย่างของคนเราเวลาเข้าสู่สังคม ถ้าเอาไปใช้ในทางที่ดีมันก็ดี แต่ถ้าใช้ในด้านลบก็เป็นการใช้ที่เปล่าประโยชน์ คนพูดเก่งมีข้อดีของตัวเอง ส่วนคนพูดไม่เก่งก็มีข้อดีที่แตกต่าง อยู่ที่จะจับมาใช้ยังไงเท่านั้น ไม่แน่ว่าสิ่งที่คุณคิดว่าไม่เพอร์เฟคอาจเป็นจุดแข็งของตัวเองก็ได้นะ

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

เขาว่ากันว่า คนพูดเก่ง สามารถทำให้คนเชื่อได้ แม้ตัวเองจะมีข้อมูลในเรื่องที่พูดแค่ผิวเผิน

‘ผมไม่ไช่คนพูดเก่ง แสดงออกแบบซื่อๆตลอด พวกวางฟอร์ม วางท่า ทำไม่เป็นเลย (อยากทำเป็น) สังเกตตั้งแต่เด็กจน โต ดูง่ายๆ สมัยผมเรียน ประธานนักเรียน รุ่นพี่นักเรียน รุ่นพี่มหาวิทยาลัย เวลาคุยกับน้อง มักจะวางท่าทาง บุคลิก การตอบคำถาม การพูดคุย รู้สึกน่าเชื่อถือ ดูภูมิฐาน ด้วยความที่ตัวเองเป็นรุ่นน้อง ยังอ่อนต่อโลก จึงเชื่อครับ มารู้ทีหลังตอนที่เรามีอายุมากขึ้น มีประสบการณ์มากขึ้นว่า รุ่นพี่พวกนี้ข้อมูลมั่วทั้งนั้นครับ แค่วางฟอร์มบุคลิกเวลาอยู่กับรุ่นน้องเฉยๆ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย + ที่ทำงาน เวลาต้องออกมาพรีเซน เพื่อนผมหลายๆคน อ่านข้อมูลก่อนพูดแค่ 1 คืน สามารถพูดชักแม่น้ำทั้งห้า ตอนพรีเซนราวกับอ่านเป็นเดือน (อาจารย์คงรู้ว่ามั่วบ้าง แต่ถ้าระดับ นักศึกษาเหมือนกัน ดูไม่ออกว่ามั่วเลยครับ) หรือ พรีเซนเวลาออกงาน ให้ชาวบ้านฟังนี่ มั่วไปเยอะ ชาวบ้านที่ไม่มีข้อมูลก็ไม่รู้หรอก ตอนจีบสาว ยิ่งเยอะเลย ตอบคำถามคุยกับแฟนเป็น + ตลอด สามารถตอบคำถามแฟนได้แทบจะตลอด + ผสมมั่วไปบ้าง พูดแต่ละอย่างดูดีไปหมด

คำถาม

-คนพูดเก่ง สามารถทำให้คนเชื่อได้ แม้ตัวเองจะมีข้อมูลในเรื่องที่พูดแค่ผิวเผิน เป็นเรื่องจริงไหมครับ

-อยากเป็นคนแบบนี้ต้องฝึกยังไงบ้าง ดูมีไหวพริบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่ง แม้ไม่ได้เตรียมตัว เตรียมข้อมูลมา ยังสามารถไหลได้เรื่อยๆ แบบยังดูน่าเชื่อถือ

ขอคำแนะนำหน่อยครับ’

ความคิดเห็นที่ 3

เขาเรียก “วาทะศิลป์” ครับ พูดยังไงก็ได้ให้คนเชื่อ คุณประสบผลสำเร็จ ไปแล้วครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะมีได้กับผู้นำ พูดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ พูด แม้แต่ตัวเองก็ไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้ ในอดีต ก็มีโจโฉที่หลอกทหาร ว่า ภูเขาข้างหน้ามีลูกท้ออยู่ ให้ทหารรีบไปจะได้เก็บลูกท้อกินได้ ทำให้การอพยพทหาร ได้เร็วขึ้น ฮิตเลอร์ คานที ก็ใช้กลยุทธนี้แหละ …เหตุการณ์ปัจจุบัน ก็มี “โชกุน” ที่พูดให้คนเชื่อได้

อื้อหือ กริบเลยค่ะความเห็นนี้ ถ้าพูดอย่างสุภาพภาษาทางการก็ วาทะศิลป์ นั่นแหละค่ะ เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากมี

ความคิดเห็นที่ 4

เขาเรียก สายแถ

เดี๋ยวๆ แถกับพูดเก่งมันน่าจะต่างกันอยู่นะ แถที่ว่านี่เป็นพวกใช้ผิดที่ ผิดทาง ผิดเวลา ผิดสถานการณ์

ความคิดเห็นที่ 5

จริงมากๆเลยครับ ผมรู้จักกับยูทูปเบอร์ชื่อดังอยู่ท่านนึง ช่องแกเนี่ยนะ มี Subscribe สูงมากเกินครึ่งล้านอ่ะ เวลาแกลงคลิปที ยอดวิวจะขึ้นไวมากแทบไม่เคยต่ำกว่าแสนเลย รายได้ต่อเดือนพี่เขาสูงกว่าผู้จัดการบริษัทอีก ผมก็เคยถามแกว่า ทำไมความรู้พี่แน่นจัง พูดได้ทุกวันเลย แกบอกผมว่า… เชื่อมั้ย เรื่องบางเรื่องที่พี่พูดไป พี่ไม่รู้เรื่องเลยนะ แบบโง่เลยแหละ.. มารู้พร้อมคนดูนี่แหละ ส่วนมากใช้ทีมงานทำบทและเขียนสคริปต์ มาให้เรียบร้อยแล้ว แกไปเซิร์จดู Google นิดหน่อยพอคร่าวๆ แล้วพูดสดๆอัดเลย แต่วาทะศิลป์แกสุดยอด เสียงก็หล่อ คนฟังนี่ติดกระจาย ผมเชื่อคำนี้เลย คำพูดจะมีมูลค่ามหาศาล ถ้าผ่านจากปากคนที่ใช้มันเป็น..

ชอบเหมือนกันค่ะกับประโยคที่ว่า ‘คำพูดจะมีมูลค่ามหาศาล ถ้าผ่านจากปากคนที่ใช้มันเป็น’ ถึงจะเป็นแค่มดแรงงาน แต่คนพูดสามารถทำให้เป็นนางพญาได้

ความคิดเห็นที่ 7

จริงค่ะ แต่อย่าลืมว่าคนอื่นเขาไม่ได้โง่กันทุกคน บางคนเขาไม่ได้มีนิสัยหลงใหลไปกับคำพูดคนอื่น และบางคนก็ออกจะไม่ชอบคนช่างพูดช่างเจรจาด้วยซ้ำ โดยเฉพาะคนที่ยึดมั่นในความคิดตัวเอง จะไม่ชอบให้ใครมาโน้มน้าวหรือชี้นำ (อย่างเช่นเรา เวลาดูรายการเพชรมายา ที่ชอบเอาโค้ชช่างพูด หรือพวกชอบสร้างแรงบันดาลใจมาเป็นแขกรับเชิญ เราจะไม่ดูเลย) ถ้าอยากพูดเก่ง ขอให้มีความรู้จริงในสิ่งที่พูด แล้วความเชื่อมั่นในการพูดจะตามมาเอง คนที่พูดเก่ง เราคิดว่าเป็นเพราะเขามีความมั่นใจ ที่สำคัญคือควรพูดในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งที่ดีงาม สิ่งที่สร้างสรรค์

จริงของความเห็นนี้ค่ะว่าในบรรดาคนที่ช่างพูดแบบรู้ผิวเผินยังมีกลุ่มคนที่ความรู้แน่นๆ แสดงหาความจริงตามที่พูดเหมือนกัน ถ้าแบบหลังนี่เป็นการสร้างคุณค่าให้ตัวเองเพิ่มขึ้นมาอีก สุดยอดเลย

ความคิดเห็นที่ 8

สิ่งที่คุณถามมามันเรียกรวมๆว่า วาทะศิลป์ “วาทศิลป์” ครับ หลายคนมักจะเข้าใจผิดว่าวาทศิลป์เป็นเรื่องของความแตกฉานในการใช้ภาษา แต่เอาจริงๆมันมีองค์ประกอบมากมายเยอะกว่านั้นค่อนข้างมาก เราต้องเข้าใจก่อนว่า หลักการสื่อสารที่ดี คือการที่เราส่งสาร จากผู้ส่ง ไปยังผู้รับ ได้อย่างครบถ้วน ตรงประเด็น วาทศิลป์ คือวิธีการส่งสาร แต่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้าม “สาร” ถ้าคุณเป็นแค่คนทั่วไป การส่งสารของคุณอาจจะแค่เพียงทำให้คนอื่นเข้าใจ อันนั้นไม่ยาก แต่ถ้าคุณทำอาชีพที่การส่งสารมันต้องการประสิทธิภาพมากกว่านั้น เช่น เซลล์ วิทยากร ครู อาจารย์ นักพูด นักเขียน อะไรก็ตามแต่ สิ่งหนึ่งที่คุณมองข้ามไม่ได้ คือคำถามที่ว่า แล้วคุณต้องการอะไรจากการสื่อสารครั้งนั้น ? การเข้าร่วม การเปลี่ยนทัศนคติ คำตอบลึกๆภายในใจ หรือหมายถึงเงินในกระเป๋าของเขา ยิ่งสิ่งนั้นแปลกแตกต่างจากประสบการณ์ของคนรับสารมากเท่าไร มันยิ่งต้องใช้พลังที่มากขึ้นในการส่งเท่านั้น ดังนั้นพลังของภาษาหรือคำพูด มันเลยทำได้แค่ระดับหนึ่ง ทำไมเซลล์ต้องวิ่งไปหาลูกค้าเองแทนที่จะโทรคุย ทำไมต้องมีการสัมมนานั่นนี่ แทนที่จะส่งอีเมลล์และเอกสารหากัน บุคลิกภาพ น้ำเสียง Dynamic Eye Contact จังหวะ อารมณ์ขัน พวกนี้เป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดที่นักสื่อสารที่ดีควรจะมีนอกจากความแตกฉานทางภาษา แต่นอกเหนือจากนั้นที่ยากขึ้นไปอีก คือทักษะในการการเข้าใจในคนรับสาร และมีไหวพริบที่ดีและเร็วพอในการจัดการมัน คุณอ่านออกไหมว่าแต่ละคนที่คุณคุยด้วยเป็นคนอย่างไร เขาคิดอย่างไรกับเรื่องที่คุณพูด เขาเชื่อไหม และถ้าเขาไม่เชื่อ เป็นเพราะอะไร เพราะความคิด เพราะประสบการณ์ หรือเพราะอคติ และถ้าเราไม่รู้ เราควรมีวิธีการอย่างไรในการล้วงคำตอบนั้นออกมา และเมื่อเรารู้ เราจะมีวิธีการใช้คำตอบเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ได้อย่างไร ฟังดูยากใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจว่าจะมีคนมากมาย ยอมเสียเงินเป็นหมื่นๆ และเวลาหลายๆวัน เพื่อไปลงคอร์สเรียนเรื่องพวกนี้ กลับมาที่คำถามของคุณ เป็นเรื่องจริงที่คนพูดเก่งสามารถใช้ข้อมูลที่ผิวเผินในการอธิบายเรื่องต่างๆได้เป็นฉากๆ รู้ 1 เล่า 10 รู้ 10 เล่า 100 และการจะไปถึง 1000 ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากคนๆนั้นมีทักษะแบบที่ผมอธิบายไปข้างบนมากพอ แต่มันก็ไม่เสมอไปที่เขาจะไม่รู้เรื่องนั้นจริงๆ เพราะบางที เขาอาจจะอยากทำให้คุณเข้าใจแบบนั้นก็ได้ ไม่มีใครรู้ครับ ส่วนคำถามที่ว่าถ้าอยากจะเป็นคนแบบนั้นบ้าง จะต้องทำอย่างไร คำตอบคือ ฝึกครับ ง่ายๆเลย อยากพูดเก่ง ต้องเริ่มจากการฟังเก่งครับ การฟังเก่งไม่ใช่การไปเงี่ยหูฟังโต๊ะข้างๆตอนทำงานเยอะๆ แต่มันหมายถึงเราฟังแล้วเราจับใจความได้ ว่าเขากำลังพูดและสื่อสารถึงเรื่องอะไร แล้วลองถอยออกจากความคิดตัวเองอีกสักก้าว เพื่อถามคำถามต่อไปว่า แล้วเขาต้องการอะไรจากสิ่งที่เขาพูด วิธีการนี้จะทำให้เราถอดเปลือกคำหวานๆและบุคลิกบางอย่างออกได้ เพื่อใช้สติทำความเข้าใจถึงแก่นสารของการฟังนั้นจริงๆ ต่อมาคือเรื่องของวิธีการสื่อสาร โดยเฉพาะการสื่อสารที่มีจุดประสงค์ หลักๆคือคุณควรมีความรู้ในสิ่งที่คุณพูดครับ ไม่งั้นคุณก็จะเป็นแค่คนพูดเก่ง แต่กลวงและเลื่อนลอย ถ้ามีความรู้แล้ว ควรเรียบเรียงให้ชัดเจน วิธีการเปิดประเด็น วิธีการเล่าเนื้อหาหลัก และวิธีการจบที่สามารถเหมือนเข้าไปนั่งในความคิดคนฟังได้ นอกเหนือจากนี้คือไหวพริบ สติ บุคลิก และอื่นๆอย่างที่อธิบายไปครับ สุดท้าย อยากให้เลิกมองครับว่า คนที่พูดเก่ง ทำไมดูเหมือนไม่เตรียมตัวอะไรก็พูดได้ เพราะบางคนใช้เวลาทั้งชีวิต ในการเตรียมตัวผ่านการเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ จนมันกลายเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับเขา เพราะฉะนั้นมันจึงไม่แปลกหรอกครับ กับการที่จะมีใครสักคนนึง เดินผ่านเข้ามาในชีวิต และพูดอะไรบางอย่างกับคุณ แล้วทำให้คุณรู้สึกว่า ทำไมคนๆนี้มันดูน่าเชื่อถือจังเลยวะ เพราะเขารู้ไงครับ ว่าจะทำอย่างไรให้คุณเชื่อถือเขา และ Skill เหล่านั้นไม่มีทางลัดไหนเลย นอกจากการฝึกและพัฒนาตัวเองครับ ขอให้โชคดีครับ

การพูดเก่ง ทำให้คนเชื่อถือมันมีอะไรมากกว่าแค่คำพูด ความเห็นนี้ลงลึกให้เห็นกันเลยว่ามีอะไรบ้าง และสิ่งที่เราควรใฝ่หาคืออะไร สำหรับอาชีพที่ต้องอาศัยทักษะการพูดถือว่าเป็นงานหินเลยทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 9

พูดอะไรก็พูดได้ คนรับข้อมูล สติปัญญากล้าแข็งขนาดไหน

นอกจากคนส่งสารแล้ว คนรับสารก็มีหลากหลายประเภทเหมือนกัน จริงๆ แค่ดูแววตากับความตั้งใจของอีกฝ่ายเราจะรับรู้ได้เลยว่าเขาเข้าใจจริงไหม หรือหูทวนลมไปงั้นพอๆ กับคำพูดที่เราปั้นแต่งในบางครั้ง

ถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากเลยค่ะกับการใช้คำพูดที่เหมาะสมหรือมีสกิลทำให้คนเชื่อในคำพูดของเรา ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะทำได้เลย เพราะเท่าที่รู้มาในบรรดาคนพูดเก่งๆ จะมีคนอีกกลุ่มเหมือนกันที่ถนัดการสื่อสารผ่านทางตัวหนังสือมากกว่าพูดออกมา และคนกลุ่มนี้ก็สามารถทำให้คนเชื่อถือได้ด้วยตัวหนังสือ สุดท้ายแล้วคิดว่าทั้งหมดขึ้นอยู่กับสิ่งที่นึกคิดและรูปแบบในการถ่ายทอดของเรา ถ้า จขกท.ลองหาการส่งสารที่เหมาะกับตัวเองอาจนำมาปรับใช้และสร้างคุณภาพให้ตัวเองเพิ่มขึ้นได้เหมือนกันนะคะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pantip.com