อึ้ง!!! ผลวิจัย USA บอก…คนไม่ฉลาด แต่บ้านรวย ประสบความสำเร็จ มากกว่า คนฉลาด แต่บ้านจน!!!
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

อึ้ง!!! ผลวิจัย USA บอก…คนไม่ฉลาด แต่บ้านรวย ประสบความสำเร็จ มากกว่า คนฉลาด แต่บ้านจน!!!

ถูกของผลสำรวจ…นั่นเพราะ ‘โอกาส’ คำเดียวเท่านั้นที่ต่อยอดคนให้ไปได้ไกลโดยไม่คำนึงถึงสมอง ปัจจัยภายนอกทางทรัพย์สินเป็นเหมือนโรงเรียนของเขา ในขณะที่คนฉลาดบ้านจนอาจอยากเรียนต่อระดับปริญญาเอก หรือเรียนต่อนอก เขาไม่มีกำลังทรัพย์ มันก็สมเหตุสมผลดีค่ะ แต่อะไรเป็นตัวตัดสินว่าคนไหนฉลาด ไม่ฉลาด?

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

อึ้ง!!! ผลวิจัยจาก USA คนไม่ฉลาด แต่บ้านรวย ประสบความสำเร็จ มากกว่า คนฉลาด แต่บ้านจน!!!

‘อึ้ง!!! ผลวิจัยจาก USA คนไม่ฉลาด แต่บ้านรวย ประสบความสำเร็จ มากกว่า คนฉลาด แต่บ้านจน!!! ผลวิจัยเรื่อง “Born to Win, Schooled to Lose” ของ Georgetown Center on Education and the Workforce (CEW) ที่ทำการศึกษาปัจจัยชี้วัดในการประสบความสำเร็จของคนในวัยผู้ใหญ่ พบว่า การจะประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกาได้ คนที่มีพื้นฐานทางบ้านรวยได้เปรียบกว่าคนฉลาด (หมายความว่า เรียนเก่งในห้องเรียน ทำคะแนนสอบได้สูง) ทีมวิจัยอธิบายการเก็บข้อมูล โดยย้อนลงไปดูประวัติการศึกษา รายได้ สถานะทางสังคม-เศรษฐกิจของครอบครัว ตั้งแต่วัยอนุบาลจนถึงวัยผู้ใหญ่ เพื่อดูว่ามีใครที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน ส่วนคะแนนที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเพื่อวิจัยในครั้งนี้คือวิชาคณิตศาสตร์ ผลการวิจัยพบว่า คนที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะต่ำที่สุด 25% (บ้านจน) แต่มีผลการสอบสูงที่สุด 25% บน (ฉลาด) มีเพียงแค่ 31% เท่านั้น ที่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และเมื่อจบออกมาอายุประมาณ 25 ปี มีงานทำที่ดีโดยมีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 35,000 ดอลลาร์ต่อปี (1.1 ล้านบาทต่อปี ตกเดือนละประมาณ 92,000 บาท) ส่วนเมื่ออายุ 35 ปี มีเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 45,000 ดอลลาร์ต่อปี (1.4 ล้านต่อปี ตกเดือนละประมาณ 117,000 บาท) ส่วนคนที่มาจากครอบครัวที่มีฐานะสูงที่สุด 25% (บ้านรวย) แต่มีผลการสอบต่ำที่สุด 25% (ไม่ฉลาด) มีจำนวนมากถึง 71% ที่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย และเมื่อจบออกมาทำงานก็ได้เงินในอัตราเดียวกันกับคนบ้านจน-แต่ไม่รวยจำนวน 31% ด้านบน นอกจากนั้น งานวิจัยนี้ยังพบอีกว่า คนฉลาด-แต่บ้านจน เมื่ออายุ 25 ปี สามารถเลื่อนชั้นทางเศรษฐกิจ-สังคมได้ประมาณ 76% ส่วนคนไม่ฉลาด-แต่บ้านรวย เมื่ออายุ 25 ปี สามารถรักษาสถานะทางเศรษฐกิจ-สังคมไว้ได้มากถึง 91% ผลวิจัยชิ้นนี้พบด้วยว่า ในปี 2016 ครอบครัวที่มีความมั่งคั่ง ใช้จ่ายเงินกับกิจกรรมของเด็กไปกว่า 8,600 ดอลลาร์ (ประมาณ 272,000 บาท) ในขณะที่ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำใช้จ่ายเงินกับกิจกรรมของเด็กเพียง 1,700 ดอลลาร์ (ประมาณ 54,00 บาท) เท่านั้น

4/6/2019′

ความคิดเห็นที่ 1

จริง เรื่องนี้ ครอบครัวมีฐานะมีโอกาสมากกว่า เพราะมีคนในครอบครัวเป็นต้นทุนความรู้และประสบการณ์ ที่จะสอนต่อในการทำธุรกิจ จึงง่ายที่จะประสบความสำเร็จ มากว่าครอบครัวที่ไม่มีพื้นฐานทางธุรกิจ

โอกาส โอกาส และโอกาส โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรม…

ความคิดเห็นที่ 2

ไม่อึ้ง เรื่องปกติ

ปุ่มกดไลค์อยู่ไหน! ใช่ไหมคะ เราไม่อึ้งเพราะรู้ๆ กันอยู่แล้วเนอะๆ

ความคิดเห็นที่ 3

ปกติครับ คนรวยมีโอกาสในการลองผิดลองถูกทำธุรกิจนี้เจ๊งก็เปลี่ยนไปทำธุรกิจตัวใหม่ แต่คนจนถ้าคิดจะทำธุรกิจแล้วผิดพลาดก็เจ๊งเป็นหนี้ หมดหนทางไปต่อ

พูดอีกอย่างคือคนรวยมีทางมากกว่า 1 ทาง จะหลับตาเดินก็ไม่มีทางตัน แต่คนจนเลือกไม่ได้ เหมือนชีวิตโดนขีดให้แค่ทางเดียวแล้วดิ้นรนเพื่อเพิ่มเส้นทางอื่นขึ้นมา

ความคิดเห็นที่ 5

แปลกตรงไหน เริ่มต้นก็วัดด้วยเงิน แล้วจบด้วยเงิน

ก็เพราะชีวิตเรามันขับเคลื่อนด้วยเงิน ข้าวเงิน ค่าไฟเงิน ค่าน้ำเงิน แค่หายใจนี่แหละที่ใช้อากาศ…

ความคิดเห็นที่ 6

เรื่องปกติฮะ แต่ห้ามพูดในสังคมไทยนะ มีเงินเริ่ม 30 ล้าน แค่ซื้อหุ้นปันผลกิน 4% ก็ชนะ คนบ้านไม่ได้ให้ทุนมาไปยี่สิบปีแล้ว

แล้วแต่สถานการณ์ กรณีไปใช่ไหมจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 25

ต้องเจาะให้ลึกว่าความฉลาดเค้าวัดกันยังไงครับ แต่ดูจากผลการสอบ แสดงว่าความฉลาดที่เค้าวัด เป็นความฉลาดทางวิชาการครับ การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้ใช้ความฉลาดด้านวิชาการครับ แต่ต้องเป็นความฉลาดรอบด้าน เช่นความฉลาดด้านอารมณ์ ด้านการปกครอง ด้านมนุษยสัมพันธ์ การมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจ ฯลฯ แต่คนที่ทำคะแนนสอบได้สูงมาก ๆ มักจะเก่งด้านวิชาการอย่างเดียวครับ บางทีอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับฐานะก็ได้ครับ แต่เกี่ยวกับความฉลาดรอบด้านมากกว่า ส่วนผลวิจัยว่าบ้านรวยได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยมากกว่า ผมมองว่าเกี่ยวกับเรื่องความสามารถในการจ่ายมากกว่าเรื่องความฉลาดนะครับ

เห็นด้วยค่ะ ถ้าฉลาดแค่ด้านวิชาชีวิตคงมีความสุขอยู่แค่นั้น คุณจะแพ้ด้านอื่นๆ ทันที คนเราฉลาดไม่พอต้องมีปัญญาด้วย…มันไม่เหมือนกันหรอกนะ

ไม่ว่าผลสำรวจจะออกมาเป็นยังไงแต่ดูตัวเองให้ดีอย่าให้เราเป้นคนฉลาดอย่างเดียวเลย คนฉลาด-ขี้เกียจ =….. คนโง่-ขยัน =…..อะไรมันก็บิดเบือนได้ทั้งนั้นค่ะ ขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา อย่ายอมแพ้ย่ำอยู่กับที่เป็นพอ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pantip.com