อายุ 40 ปีแล้ว แต่ไม่มีเงินเก็บในมือเลย เราควรทำอย่างไรดีคะ?
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

อายุ 40 ปีแล้ว แต่ไม่มีเงินเก็บในมือเลย เราควรทำอย่างไรดีคะ?

แหมๆๆ ไม่มีเงินเก็บในมือ แต่มีสินทรัพย์ประเภทบ้านที่ดินใจกลางกรุงเทพฯอะไรแบบนี้หรือเปล่า เอาเป็นว่า คุณผู้อ่านที่กำลังอ่านกระทู้นี้ ที่กำลังสงสัยว่า ทำไมคนอายุ 40 แล้ว ยังไม่มีเงินเก็บเลย ลองมาดูรายละเอียดในกระทู้นี้กัน

อายุ 40 ปีแล้ว แต่ไม่มีเงินเก็บในมือเลย เราควรทำอย่างไรดีคะ?

ช่วงวิกฤติโควิททำให้เรารู้สึกว่าเรากำลังออมเงินผิดวิธียังไงไม่รู้ค่ะ ตอนนี้ในบัญชีมีเงินฝากไม่คล่อง ในขณะที่รายได้ลดลง รายได้ชะงัก สภาวะแบบนี้เริ่มกลัวว่าถ้าวันหนึ่งจะอดตายแล้ว เงินที่หามาได้เราเอาไปซื้อที่ดินไว้ต่างจังหวัด ทำประกันไว้เยอะมาก กับมีทองเก็บไว้ ที่ดิน(ผ่อนหมดแล้ว) แต่คงขายไม่ได้ง่ายๆ ในเร็ววัน ประกันถ้าเลิกไปเก็ถูกหักเงินอีก บางตัวเพิ่งทำอีกต่างหาก หรือเราควรจะขายทองแล้วเก็บเงินสดไว้ในมือ หรือเราควรเก็บทองไว้นิ่งๆ แบบนี้ รอเวลาอดจริงๆ ค่อยปล่อย ตอนนี้เห็นเพื่อนหลายคน และคนในพันทิพมีเงินสดติดตัวไว้ในบัญชีดูมั่นคงกว่า นี่กังวลจริง ๆ นะคะ เราควรจัดการการออมเงินอย่างไรดี ถ้าหากว่าจะต้องมีชีวิตอยู่ไปจนถึง 80 ตามลำพัง

ความคิดเห็นที่ 3

ทองก็คล้ายเงินสด​ ถือเงินสดเท่าที่จำเป็น​ ฉุกเฉินก็ค่อยขายทองอย่ากลัวเกินเหตุ​ประกันทำแค่สุขภาพพอเพราะคุณไม่มีทายาทรับเมื่อคุณเสียชีวิต​

ความคิดเห็นที่ 8

ย้อนไปอ่านกระทู้เก่าๆ ของคุณ มีงานประจำทำ เป็นงานที่คุณรัก และมีนิยายขายเป็นอีบุ้ค ซึ่งก็เป็นงานที่คุณชอบอีกสภาพครอบครัวพ่อแม่ก็ดูไม่ลำบาก มีบำนาญ ดูแล้วคุณเองก็ไม่ได้มีภาระอะไรมากมาย เอาจริงๆ เราว่าชีวิตคุณไม่ได้แย่เลยเพียงแต่อาจจะลงทุนกับทรัพย์สินที่เล่นยากไปหน่อย (อสังหา) กับการลงกับประกัน (ไม่รู้ว่าเยอะแค่ไหน แต่น่าจะทำให้คุณรู้สึกลำบาก)ส่วนตัวเราไม่คิดว่าการลงกับประกันต่างๆ เป็นสิ่งดี โอเค มีประกันบ้าง แต่เชื่อว่ามีกระแสเงินกับตัวเองดีกว่า เลยมีประกันแค่สองกรมธรรม์ พอความจริงคุณควรวางแผนการเเงินได้ไม่ยาก เงินที่ใช้น่าจะเป็นเงินเดือนเท่านั้น (เห็นว่าเคยได้เกือบแสน) ส่วนเก็บเงินน่าจะได้จากรายได้เสริม คุณบอกว่านิยายขายได้เดือนละ 2-3 หมื่น ถือว่าไม่ธรรมดา แสดงว่าคุณเอารายได้ทั้งหมดไปทำโน่นทำนี่ ไม่มีการแบ่งเก็บเลยหรือเปล่าเราว่าเรื่องการเขียนนิยาย คุณควรตั้งหน้าเขียนต่อไป ได้น้อยก็เก็บน้อย จากตรงนั้นล่ะ ส่วนเงินใช้จ่ายชีวิตประจำวันก็ใช้เงินเดือนจากกระทู้เก่าคุณ ถ้าขายได้หลักพันเล่ม คุณน่าจะมีฐานคนอ่านพอควรอยู่ ก็ทำงานเขียนต่อไป และจากนี้ก็ตั้งใจเก็บต่อไปเราเองเป็นคนที่เก็บเงินพอจะเป็นมาตั้งแต่สมัยเรียน พอทำงานก็เลยเก็บมาได้เรื่อยๆ ซื้อที่ดินแค่ผืนเดียว แล้วก็ไม่เล่นอสังหาอีก รู้สึกไม่ถนัด ก็พอจะมีเงินเก็บบ้างนะ เก็บไปเก็บมาก็ถึงเจ็ดหลักอยู่ แต่ก็ใช้เวลานานล่ะกว่าจะเก็บได้ ไม่เคยเงินเดือนถึงแสนด้วยนะ เน้นเก็บ กับลงทุนบ้างที่ไม่เสี่ยง

ความคิดเห็นที่ 13

1.เอาทองไปขาย2.ประกันนะพอได้แล้ว ทำได้แต่ใช่ว่าจะเครมได้จริง ยิ่งอยู่คนเดียว วันหนึ่งหยุดหายใจ ไม่มีใครตาม เรื่องก็เงียบประกันมันคือกับดักชั้นดี เงินจม แทบไม่งอกเงย ออกกลางทางก็เจ็บแต่ก็มีหลายคนที่ต้องออก เพราะส่งไม่ไหวพวกนี้ได้จากตรงนี้เยอะมาก เลยรวยเอาๆ

ความคิดเห็นที่ 36

อายุใกล้เคียงค่ะ เราเข้าใจว่า หลาย ๆ คน ตอนทำงานไปซัก 7-8 ปีจะมีแรงยุ สนับสนุน ไม่ก็เป็นเทรนด์ว่าให้ซื้อบ้าน คอนโด หรือที่ดินเป็น อสังหาริมทรัพย์ โดยไม่ได้เป็นเงินเย็นนะ ต้องกู้อีกต่างหาก เราเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นต่าง แบบถ้าไม่ได้อยู่เองอะ เราไม่ซื้อหรอก เราจะเอาเงิน 1 ล้านไปจ่ายบางสิ่งแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์เอง  (ปล่อยเช่าก็อาจจะหาไม่ได้ง่าย ๆ หรือต้องรับความเสี่ยงจากผู้เช่าอีก) เผลอ ๆ กู้แบงค์มา 1.5 ล้าน เกิดตายก่อนทำไง ต้องเป็นภาระคนอื่นอีก  คือเราคิดอย่างนี้จริง 5555 เราอยู่ต่างประเทศมา 13 ปีแล้ว กลับไทยอยู่เรื่อย ๆ มีเจอโควิด19 เนี่ยแหละ แพลนชะงัก อยู่ไม่ไกลมากบิน 6-7 ชั่วโมง มีเงินเก็บในแบงค์ที่ไทย และแบงค์ที่ ตปท   มียังส่งเงินออมแบบประกัน  (คิดคำนวนดูแล้วมีกำลังส่งและได้กำไร 10-30%)  มีลงทุนในหุ้น 6 หลัก เจอพิษโควิด ติดดอยอยู่บางตัว แต่ก็เป็นจังหวะที่ทำให้ได้สอยหลาย ๆ ตัวได้ราคาถูกเว่อร์ๆๆๆๆ 555 พอ 15% เทขาย ๆ  ปล. หุ้นควรเป็นเงินเย็นนะคะ และควรกระจายความเสี่ยง อย่าลงที่ตัวเดียวเป็นก้อนใหญ่ ๆ  ไม่มีหนี้อะไร มีจ่ายบัตรเครดิตเล็ก ๆ น้อย ๆ   กะว่าถ้าหมดงานที่นี่ ถ้าเค้าเลิกจ้างก็คงไปอยู่บ้านตัวเองที่ไทย ตอนนี้แม่กับน้องสาวอยู่  ไม่อยากซื้อบ้าน ไม่อยากซื้อที่อะไรเพิ่ม  แม่ก็อายุเยอะขึ้น ๆ ควรอยู่ที่บ้านตัวเองนั่นแหละ ค่อย ๆ รีโนเวทบ้านตัวเองไปทีละส่วน ๆ ก็รู้สึก secure ในระดับหนึ่งว่าถ้าเกิดเหตุอะไรแล้วไม่มีรายได้ซัก 1 ปี ก็ยังอยู่ได้ถ้ากลับไปอยู่บ้านอะนะ 555 คือไม่ได้อยู่เฉย ๆ หรอกแต่อาจจะต้องรอดูลาดเลาว่าจะทำอะไรต่อ ตอนนี้ ไม่อยากขวนขวายให้ตัวเองเป็นหนี้ “เพื่อให้ได้ทรัยพ์สินเพิ่ม”  อะไรทำนองนี้แล้ว จะลงทุนอะไรเดี๋ยวค่อยดูความเสี่ยงอีกทีหนึ่ง เอาจริงเงินเก็บถ้าคิดว่า เกษียณแล้วใช้เดือนละ 10000 บาท แบบอยู่บ้าน ตจว + spare ฉุกเฉินปีละ 1 แสน บาท ก็อยู่ได้หลายปีแล้วล่ะ จากเงินออมที่มี

ความคิดเห็นที่ 50

เกินตัวไปก็จะทุกข์สินทรัพย์มี1.เงิน ใช้ง่ายใช้ดี สภาพคล่องสูง มูลค่าตามความน่าเชื่อถือของประเทศนั้นๆ2. ทอง ขายได้ง่าย ถ้าร้านทองไม่ปิดรับซื้อ ซื้อร้านไหนก็ต้องขายร้านนั้น สภาพคล่องปานกลาง มีความเชื่อถือมาช้านานระดับโลก3.ที่ดิน ราคาขึ้นเรื่อยๆ แต่สภาพคล่องต่ำขายยาก ถ้าเงินสดขาดมือจริงๆ อาจต้องยอมขายขาดทุนย่อยยับ4.เก็งกำไร ลงทุน ลุ้นโชค หวย หุ้น บิตคอยน์ ปาจิงโกะ ขอไม่เอามาคิดประกันก็เหมือนร่ม ยามไม่อยากได้ล่ะตื้อจัง แต่พอฝนตกเจอวิกฤตกลับไม่มาขาย ที่มาขายไม่ถงไม่ถามสุขภาพสักคำ ตอนจ่ายก็….ได้ค่าข้าวต้มเลี้ยงแขกสักมื้อก็บุญหัวแล้ว เบิกยาก จ่ายน้อย ไม่จ่ายว่ากันไป เงื่อนไขบลาๆ ไม่ตรงสุดแล้วแต่จะยกมาอ้างได้~ประกันที่ดีมีเท่าที่จำเป็นก็พอ อย่าโลภ ถ้าขาดส่งเริ่มใหม่ เสียเวลา เสียเงิน เสียความรู้สึก ที่บอกว่าไม่เป็นไรๆ ขาดส่ง ส่งต่อได้ ใช่ส่งต่อได้แต่นับหนึ่งใหม่ คนอยากขาย เขาก็ไม่ได้โกหก แค่พูดความจริงไม่หมดถ้าไม่คิดอะไรมาก สายชิล เงินสด 30% ทอง 20% ที่ดิน30% ประกัน10% จิปาถะ10% ก็ได้

ความคิดเห็นที่ 54

เราคล้ายๆคุณเลยค่ะ  มีเก็บนะคะ  แต่อยู่ในสินทรัพย์ที่ไม่มีสภาพคล่องเยอะมาก  ที่ดิน  กองทุนหุ้นที่ตอนนี้ไม่กล้าขายเพราะร่วงหนักมากขาดทุน 30 %  ประกันออมทรัพย์  หุ้นสหกรณ์(ที่ถอนได้เมื่อเกษียณ)  แต่เงินสดน้อยนิดมากมาก   ในสภาะวะแบบนี้  เราว่าคุณขายทองบางส่วนเถอะ  ทองกำลังขึ้น  แล้วถือเงินสดไว้บ้างเพื่อความปลอดภัย   จะได้มีสภาพคล่อง  ทองเป็นสินทรัพย์ที่ขายง่ายสุด  และราคาตอนนี้พุ่งมากเพราะเศรษฐกิจไม่ดี น้ำมันลง  หุ้นตก  สินทรัพย์ที่มีความมั่งคงสูงอย่างทองเลยเป็นที่ต้องการ  แต่เราว่ามันไม่ใช่ราคาที่สะท้อนความจริง  หลังวิกฤติน่าจะลงค่ะ  เอาเงินสำรองไว้บ้าง  เพื่อฉุกเฉิน

เป็นไงกันครับ คุณผู้อ่านอายุเท่าไหร่แล้ว มีเงินเก็บกันบ้างหรือเปล่า อย่าลืมเผื่อเงินไว้สำหรับอนาคตนะ ส่วนตัวผมเอง พอคิดถึงเงินเก็บแล้ว.. ก็ได้แต่ถอนหายใจยาวๆ เห้อออออออ https://pantip.com/topic/39869413