หมดความอดทน…กับ ‘มนุษย์ของฝาก’
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

หมดความอดทน…กับ ‘มนุษย์ของฝาก’

ว่าด้วยเรื่องมนุษย์ของฝากที่เคยพบเห็นก็ไม่หนักหนาเท่าไหร่ แต่กระทู้นี้รับรองเลยว่าคุณจะพ่ายแพ้จนหมดรูป ขอถามตรงๆ เวลาเพื่อนหรือคนรอบข้างไปเที่ยวคุณเคยฝากหิ้วของไหม? อันนี้ตอบกับตัวเองพอ…แต่ก็นะบางทีมันเกรงใจจริงๆ ถ้าไม่สนิทไม่กล้าฝากนู่นี่นั่น เพราะอารมณ์คนไปเที่ยวคือไปเที่ยวนอกจากเขานึกถึงเราเลยซื้ออะไรเล็กๆ น้อยๆ มาฝาก มาดูความสุดยอดของมนุษย์ของฝากจากประสบการณ์เจ้าของกระทู้กันเถอะ!

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

หมดความอดทนกับ”มนุษย์ของฝาก”

‘ผมเพิ่งจะกลับจากญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 29 พค. ที่ผ่านมานี้ครับ ปกติผมไปญี่ปุ่นปีละครั้ง โดยเก็บเงินจากการทำงาน กับขายของออนไลน์ จนไปได้หลายครั้งแล้ว สิ่งที่น่าเบื่อมากที่สุดคือ “มนุษย์ของฝาก” เมื่อเริ่มไปครั้งแรก เจอมนุษย์ญาติ…

1.ให้ช่วยไปเดินหารองเท้าขนาด ไซส์ สี ที่ตนเองต้องการ

2.หากระเป๋า ขนาด ไซส์ สี มาฝากเมียด้วย

3.เอากระเป๋าคิตตี้ มาให้ลูกด้วย ลูกดูแบบมาจาก “ร้านในสำเพ็ง” ปัญหาคือ ผมหาของเจอ ส่งรูปไป ไม่อ่านไลน์ ไม่ตอบ ผมต้องยืนรออยู่หน้าร้านเป็นชั่วโมงๆ กว่าจะตอบกลับ ที่พีคหนักสุดคือ พอซื้อมา ต้องเอาไปให้ที่บ้าน ไม่มารับเอง…

มาครั้งนี้ครั้งที่ห้า หนักสุด จนต้องมาโพส์ต์ระบาย..หัวหน้าที่ทำงาน อยากได้ผ้าเช็ดหน้า จำนวน10ผืน ราคาผืนละ “100 เยน” ตำแหน่งที่ตั้งไม่รู้ รู้แต่อยู่ “หน้าวัดอาซากุสะ” ในใจผมคิดก่อนแล้ว “มีด้วยหรือวะ ผ้าเช็ดหน้า100 เยนบนถนนนากามิเซะเนี่ย” ไอ้ผมก็ไปเดินดูตามท่านสั่ง เดินตลอดจนสุด ออกทุกซอยของนากามิเซะ เจอถูกสุด 350-400 เยน เลยตัดสินใจซื้อมาสามผืน คิดว่าคงไม่เอาตังแหละ เป็นของฝากไปในตัว…พอกลับมาถึง กทม เอาของให้ นางถามว่าทำไมซื้อมาแค่นี้ ผมก็บอกตามจริงว่ามันไม่มี นางตอบ “เดินยังไง หาไม่เจอเอง” แล้วก็เอาผ้าเช้ดหน้าที่ผมซื้อมาไปแจกลูกน้องคนอื่น….ในทริปเดียวกันรอบนี้ ขณะกำลังเดินๆอยู่กลางโตเกียว…มีไลน์รัวๆมาฝากซื้อวิตตามิน จากเพื่อนสาวสมัยมัธยม ไม่เจอกัน 20 ปี++ ให้หิ้ววิตตะมินมาให้หน่อย 20 ห่อ เดี๋ยวจ่ายตังให้ ผมก็อึ้ง แต่ปฏิเสธไป แต่ก็ได้ซื้อไปให้ 2 ห่อ เช้าวันที่ผมกลับมา ก็รีบเอาวิตตะมินฝากให้เพื่อนอีกคนไปให้ รวมทั้งไลน์ไปแจ้ง ค่าใช้จ่าย ให้เลช บชไป จนวันนี้วันที่ 4 ยังเงียบ ไม่จ่าย…ทริปนี้อีกเหมือนกัน เจอเพื่อนร่วมงาน…ฝากซื้อไอ้ขนมที่เป็นของเด็ก ทำเค้ก ทำโดนัทอะไรนั่น 10 กล่อง ครับ 10 กล่อง ผมเอามาให้กล่องเดียว ตอนส่งให้แล้วบอกไม่คิดตัง นึกว่าเอามาฝากหลาน นางบอก ทำไมเอามาแค่นี้ แล้วชักสีหน้าไม่พอใจ เดินไป….ทิปเดียวกันนี้อีก อันนี้เป็น”คนขายน้ำเต้าหู้แถวบ้าน” พอรู้ว่าเราจะไป(รู้มาจากแม่แหละ เดินไปประกาศ555 เคยบอกว่าวันหลังจะไปให้ทำป้าย…) ฝากซื้อ “ครีมกันแดด” จ้า….จริงๆที่เมืองไทยมีขายนะ ผมก็ใช้อยู่ แกบอกฝากซื้อดีกว่าถูกดี สุดท้าย พอกลับมา แกฝากมาบอกแม่ว่า”ไม่เอาแล้ว เกรงใจ ลืมบอก…ไม่เป็นไร ใช้เองได้ สุดท้ายทิปเดียวกันอีก น้องที่ทำงาน ผมใช้ซื้อของมากินเป็นขนมเล็กน้อยๆ กินกันใน Office รวมๆ เจอน้องพูดต่อหน้าเลยตอนเอาของออกมา… “ซื้อมาได้ไงแค่เนี้ย ดีกว่านี้ไม่มีหรอ” ผมก็เหวอครับ ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน สุดท้ายอยากฝากมนุษย์ของฝากที่ผ่านมาอ่าน ผ่านมาเห็น หรือกำลังหวังว่าคนไปเที่ยวจะซื้อ บ้านพร้อมที่ดิน รวมถึง กระเป๋าหลุย์วิตตายส์มาฝากว่า

…………….. จบ เรื่องเล่ามนุษย์ของฝากแต่เพียงเท่านี้……………. ระบายแล้วสบายใจ…’

ความคิดเห็นที่ 1

แล้วจะป่าวประกาศเวลาไปทำไมครับ

เอ่อ บางสถานการณ์นะท่าน เราก็ไม่ได้อยากไปบอกใคร แต่เวลาลางานต้องบอกว่าไปไหน หรือไม่ก็กฏของบริษัททำให้รู้กันอย่างทั่วถึง

ความคิดเห็นที่ 2

ลองหาทางไปช่วงหยุดยาวดูบ้าง แบบที่ไม่ต้องลางาน แล้วก็ไปเงียบ ๆ ไม่ต้องบอกใครทั้งสิ้น ถ้าอยากโพสต์รูปหรืออะไรก็ไว้กลับมาก่อน

ไปช่วงวันหยุดยาวก็เป็นทางเลือกที่ดีเลย ถ้าโอกาสนั้นจะมาถึงล่ะก็นะ เยี่ยม!

ความคิดเห็นที่ 3

เคยเจอเหมือนกัน เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานแล้ว แต่พอเห็นว่าเราไปญี่ปุ่นก็รีบทักมา แต่ผมไม่อ่านแชท 555+

โห่ มีที่ไหนมาเป็นเพื่อนเฉพาะไปเที่ยว ที่ผ่านมาคืออดีตเพื่อน…

ความคิดเห็นที่ 4

มันงงใจตรงที่ทำไมไม่มีใครเกรงใจ จขกท มั่งเลย หรือเพราะทำตัวยอมมากไป เค้าได้ใจคิดว่าข่มได้หรือเปล่า บางทีอยากให้ จขกท มองตรงนี้ด้วย อะไรที่เกินไปไม่ต้องรับฝาก วางตัวให้เค้าเกรงใจ ดิฉันไปต่างประเทศบ่อยๆ ทั้งทำงานและเที่ยวตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ จนแก่แล้วตอนนี้ รับฝากบ้าง ไม่รับบ้าง รับฝากแต่หาให้ไม่ได้บ้าง ไม่เคยมีใครทำพฤติกรรมแบบนี้ใส่เลย ส่วนของฝากคนในออฟฟิสให้มั่ง ไม่ให้มั่ง ก็ไม่มีใครกล้าว่าให้ได้ยิน (บ่นลับหลังหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่ถ้าได้ยินจะเดินถามแน่นอน)

คิดเหมือนกันเลยว่า จขกท.โดนฝากหนักมาก คือคนฝากหิ้ว ฝากซื้อนี่ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยเหรอ? ขนาดซื้อติดมือมาฝากยังกลายเป็นโดนบ่นอีก เศร้าแปบ…

ความคิดเห็นที่ 5

เคยโดนเหมือนกัน เพราะงานที่ทำต้องเดินทางบ่อย ไม่มีเวลาซื้อของตัวเองเลย มัวแต่เดินหาให้คนอื่น พอครั้งถัดๆไป เลย บอกว่า มาทำมาหากิน ไม่ได้มาเดินช้อปปิ้งให้ใครจ้า

ถ้าจะซื้อให้ตัวเองคงต้องหาโอกาสมาแบบเงียบๆ เหมือนคนหายตัวจากประเทศไทยวาปมาอยู่อีกที่น่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8

เคยมีคนมาแนะนำในกลุ่มเฟสบุค โพสในเฟสบุคไปเลยว่า ถ้าจะฝากซื้อของให้สั่งของเว็ป amazon จ่ายเงินและให้ของไปส่งที่โรงแรมที่เราพักค่ะ ตัดปัญหาการเดินตามหาของและเห็นบอกในเว็ปมีทุกอย่าง บอกโรงแรมและวันไป-กลับด้วย เราไม่ต้องสำรองเงินให้ด้วย ย้ำว่าน้ำหนักกระเป๋าเกินให้ออกส่วนต่างเอง และที่สำคัญถ้าเราโพสแบบนี้จะไม่กล้ามีใครฝากซื้อของ

ก็ดีนะ แบบนี้คงเป็นทางออกที่ดี งวดหน้าทำบ้าง

ความคิดเห็นที่ 11

เพราะคุณยอมมากไปหรือเปล่า เลยไม่ค่อยมีใครเกรงใจ เวลาเราไปเที่ยว เราไม่ปิดนะ โพสหน้าเฟสเลย อยากได้อะไร บอกมา พรีออเดอร์ล้วน ๆ เพื่อนสนิทก็ไม่เว้น เงินมาของไป สบายใจทั้งสองฝ่าย แต่เรื่องมากไม่ซื้อให้ ตอบช้าไม่ซื้อให้ ไม่ซื้อของแบรนด์เนม ไม่ซื้ออะไรที่ต้องเลือกเบอร์ เลือกสี แต่เอาจริงปกติไม่ค่อยมีใครฝากซื้ออะไรอยู่แล้ว ไม่รู้ทำไม

ส่วนหนึ่งคิดว่าด้วยบุคลิก จขกท.เป็นคนขี้เกรงใจด้วยหรือเปล่า? ก็ไม่รู้เนอะว่า จขกท.เห็นเป็นคนแบบไหน ยังไง แต่ที่กล้าฝากกันสนั่นขนาดนี้คงเพราะไม่เด็ดขาดด้วย

พึงรู้ไว้เถิดว่าคนไปเที่ยวก็คือไปเที่ยว ให้เขาได้เที่ยวอย่างสบายใจเถอะค่ะ ก่อนจะฝากใครให้ลองมองว่าถ้าตัวเรามีแพลนไปเที่ยวแล้วกลายเป็นนักรับหิ้วขึ้นมามันจะเป็นยังไง? ทริปนั่นความสนุกคงดรอปลง อีกอย่างคนเที่ยวก็ต้องเด็ดขาดและรู้วิธีรับมือหลีกเลี่ยงดีๆ นะจ๊ะ เพราะถ้าเคยรับครั้งหนึ่งแล้ว…มันจะมีมาเรื่อยๆ~~~

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pantip.com