อะไรที่ว่าแปลกๆ มันก็มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง นิสัย ความคิด จิตใจมนุษย์ซับซ้อนเกินจะหยั่งถึง แต่แค่พวกเขาแตกต่างเราก็พร้อมให้คำนิยามไว้ใช้เรียก ถึงจะดูน่ารำคาญหรือขัดตา ขัดใจ แต่ถ้าการที่เป็นนีทแล้วไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นก็ปล่อยเขาไปค่ะ ย้ำ! ในกรณีที่ไม่สร้างผลกระทบกับความเดือดร้อนให้คนรอบข้า

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ลูกไม่ทำการทำงานเป็น neet คิดแบบนี้ผิดหรือไม่

‘อ่านจากบอร์ดแห่งหนึ่งลูกโตแล้วไม่ไม่ทำการทำงานเป็น neet อยู่บ้าน ดูเมะ เล่นเกมไปตามเรื่อง อยู่บ้านพ่อแม่ พ่อแม่อยากให้ย้ายออกไปแต่ไม่ย้ายและก็ไม่ยอมทำงาน โดยให้เหตุผลว่า ไม่ได้เลือกจะเกิดมา ถ้าเลือกได้ไม่ขอเกิดมาดีกว่า เพราะการมีชีวิตคือทุกข์ การสู้กับ entropy ตลอดเวลาเพื่อดำรงร่างกายไว้ พ่อแม่เป็นคนทำให้เกิดมา นั้นพ่อแม่ต้องรับผิดชอบชีวิตของเขา เขาบอกแบบนี้ พ่อแม่ก็ไปต่อไม่เป็นเลย แต่ต้องการให้ลูกออกจากบ้าน ไปทำงานทำการ แต่ลูกก็ไม่ไป เอาญาติมาช่วยพูดก็ไม่สนใจ สุดท้ายก็ไม่รู้เป็นไงต่อ คำถามคือคนโตแล้วไม่อยากทำงาน และไม่ได้เลือกเกิดมา พ่อแม่ทำให้เกิดมาฉะนั้นต้องเป็นหน้าที่พ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงดูเรา แนวคิดนี้ถูกหรือผิดอย่างไร บางคนก็บอกว่ามนุษย์แต่ละคนถูกกำหนดโดยพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม บางคนถูกกำหนดให้สำเร็จชนะในด้านหน้าที่การงาน แต่ก็มีบางคนถูกกำหนดให้เป็น neet นั้นมันไม่ใช่เรื่องน่าอาย เหตุผลเช่นนี้ สามารถ justify การเป็น neet ได้หรือไม่ บางคนชอบทำงาน มีพาสชัน แต่บางคนเขาไม่ได้ชอบทำอะไรเลย มีแบบนี้จริงๆ เราจะไปบังคับให้เขาทำงานได้อย่างไร neet มีอยู่จริง เช่นในญี่ปุ่นมีหลายแสนคน เราอาจจะมองว่าคนกลุ่มนี้ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคม คนทั่วไปเรียน ทำงาน สร้าง contribution ให้กับสังคม แต่นั่นอาจไม่จริง คนทั่วไป เรียน ทำงาน เพื่อให้ตัวเองมีกินมีใช้กันมากกว่า’

ความคิดเห็นที่ 1

บอกไปว่ามันเป็นสองด้าน พ่อแม่อยากได้อีกคน แต่แกแย่งมาเกิด ดังนั้นแกแย่งมาเกิดแล้ว แกต้องทำให้ดีที่สุด

ว้าวมาก ความเห็นนี้โดนใจมากเลยค่ะ และมันคือความจริงด้วย

ความคิดเห็นที่ 2

พ่อแม่ทำให้เกิดมาแล้ว ถ้าแกรไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้ ก็ไปซะ จะให้พ่อแม่เลี้ยงดูตลอดชีวิตเป็นไปไม่ได้

มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ ค่ะ แค่อ่านก็เหนื่อยแทนพ่อแม่แล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องแก่ ต้องสูงวัยตามกาลเวลา กำลังที่จะมาคอยดูแลเลี้ยงดูคนหนุ่มสาวมันไม่ใช่

ความคิดเห็นที่ 5

เดี๋ยนก็ neet ถ้าไม่บังเอิญเทรดหุ้นจนพอมีกินมีใช้ก็คือเกาะพ่อแม่กิน ตอนนี้ก็ไม่ได้ทำงานอะไรมีแต่เทรดหุ้นหารายได้เองกับท่องเที่ยว ความเห็นเดี๋ยนคือ neet น่าจะโดนความกระทบกระเทือนทางจิตใจบางอย่างมาตั้งแต่สมัยวัยเด็ก เช่นพ่อแม่คาดหวังเรื่องการเรียนจนผิดปกติเช่นไม่ได้ที่1ห้องโดนกระทำ โดนเปรียบเทียบกับเด็กที่เก่งกว่า หรือโดน bully จากเด็กคนอื่นแล้วพ่อแม่ไม่ใส่ใจกับปัญหา ปล่อยให้เด็กเผชิญปัญหาเองอย่างยาวนาน พอเจ้าตัวถึงจุดที่จิตใจ shut down เขาก็ไม่ต้องการสังคมอีกโดยเกือบบริบูรณ์ don’t need to talk to anyone don’t need relationship with anyone don’t need anymore don’t need job because don’t need to associate with human human in general are disgusting ทางออกปัญหา พ่อแม่ควรสนับสนุนเส้นทางการหาเงินแบบที่ไม่ต้องพบเจอสังคมโดยเกือบสมบูรณ์ให้กับ neet เช่น วิธีการลงทุนหุ้น/พันธบัตร/reit วิธีทำ facebook page ให้ดังแล้วขาย การเป็น page admin ที่มีการสื่อสารเฉพาะกับตัวหนังสือผ่านหน้าจอ ขายสินค้า online Game streamer อะไรประมาณนี้ ไม่ต้องคาดหวังว่า neet จะปรับตัวเข้าหาสังคมอีก เพราะที่เห็น neet เป็นแบบนี้คือจิตใจได้ถูกทำจนบอบช้ำและพังโดยสมบูรณ์แล้ว หลังจากพ่อแม่จากไป neet อาจจะอยู่ได้เท่าที่เงินที่มีอำนวย พอเงินหมดแล้วก็ตามไป หรืออาจจะตามไปหลังจากพ่อแม่จากไปไม่นาน หรืออาจจะเกิดเปลี่ยนใจทดลองเข้าสังคมอีกครั้ง เหตุการณ์อาจจะเป็นแบบไหนก็ได้ แต่ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงเพราะพ่อแม่ได้จากไปแล้ว ส่วนตัวเดี๋ยนวางแผนไปตอนช่วงอายุ 70-75 ปี ยังคงอยู่อีกนานไม่รีบไวหลังจากหมดพ่อแม่ ยังรักที่จะท่องเที่ยวกับทานอาหารอร่อยๆแปลกๆทั่วโลกอยู่

เห็นด้วยกับความเห็นนี้และคำแนะนำที่ดีในมุมมองที่มองพวกเขานะคะ บางทีพอเราเจอคนแตกต่างก็จะโทษเขา เพราะเขา หรืออะไรก็ตามที่คนส่วนใหญ่ไม่มีส่วนผิด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไร้สาเหตุ

ความคิดเห็นที่ 8

แนวคิดก็ผิดแล้ว ถ้าไม่อยากอยู่ก็ลาโลกไปเถอะ อย่ามาดูดทรัพยากรพ่อแม่ แต่ก็นะ ถ้าพ่อแม่ยังโอ๋อยู่ มันก็เป็นแบบนั้นไปเรื่อย ๆ แหละ ก็เอาแต่ใจแล้วยังมีบ้านอยู่ มีข้าวกิน ลองเจอปล่อยวัดสักปี ถ้ารับไม่ไหวก็ลาโลกไปเอง

ต้องมีคนใดคนหนึ่งปรับตัวเข้าหาอีกฝ่าย และถ้าพวกเขาแข็งเกินก็ต้องเป็นพ่อแม่ที่ปรับเข้าหา เหมือนอย่างความเห็นก่อนหน้าที่แนะนำว่าให้หางานให้เขาทำจากที่บ้าน ไม่ต้องพบเจอใคร มันก็อาจช่วยได้ในระดับหนึ่งถ้าได้รับการยอมรับจากเจ้าตัว

ความคิดเห็นที่ 13

คนที่กลัวสังคม น่าจะเป็น hikkikomori มากกว่า ผมเข้าใจว่า neet เข้าสังคมได้ สังสรรค์เฮฮากับเพื่อนได้ ไม่ได้อยากลาโลก แต่ไม่ยอมทำงานทำการ ใช้ชีวิตสบายๆไปวันๆ ultra slowlife ตามชื่อ Not in Education, Employment, or Training พวก neet นี่ต่อให้เป็นงานที่ไม่ต้องเจอคนก็ไม่ทำอยู่ดีอ่ะ รู้สึกวุ่นวาย ขอเงินแม่ไปกินบุฟเฟ่ท์ดีกว่า อย่างคนบางกลุ่ม ไม่ยอมหางาน รอเงินรัฐช่วยอย่างเดียวนี่ก็เรียกว่า neet

จากทั้งหมดของความเห็น ความเห้นนี้คือตรงที่ใจคิดมากที่สุดค่ะ ก่อนหน้านี้ถึงไม่พูดถึง neet เท่าไหร่เพราะโดยส่วนตัวคิดว่า neet คือคนประเภทปกติที่ไม่ได้ซีเรียสในชีวิต มีงานก็ได้ ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ แต่เขาสามารถจัดการตัวเองได้ด้วยความ ‘ไม่อะไรมาก’ ต่างจาก
hikkikomori อารมณ์ ความคิดจะค่อนไปทางแย่มากกว่า และเท่าที่อ่านเรื่องของ จขกท. ดูเหมาะกับ hikkikomori มากกว่า neet

อันนี้แค่ความเห็นโดยส่วนตัวที่มีความคิดเดียวกับความเห็นนี้

ความคิดเห็นที่ 14

ผมไม่เข้าใจคนที่แช่งให้เค้าลาโลก คนพวกนี้เค้าไม่ได้ทำความเดือดร้อนให้สังคม ไม่เคยขอเงินพวกคุณ ไม่เคยก่อเรื่องไม่ดี สำหรับผม ถ้าคนไม่ดียังมีสิทธิ์ที่จะมีชีวิตได้ คนพวกนี้ก็ควรจะมีที่ยืนได้ ผมสงสัยว่าคนที่ว่าเขาอยู่ไปก็เปลืองทรัพยากรโลก คนว่าน่ะใช้ชีวิตตอบแทนโลกมากแค่ไหน

จริงๆ คนทุกคน ทุกชีวิตก็มีคุณค่าในตัวเองนะคะ แค่จะมากน้อยขนาดไหนขึ้นอยู่กับพวกเขา และแน่นอนว่าเพราะมีคุณค่าแต่ละคนถึงไม่ควรดูถูก หรือแช่งคนอื่น ความคิดเห็นนี้ดีมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16

เราเชื่อว่าคนโง่ก็เรียนจบหมอได้  เพราะงั้นเคสนี่มันไม่มีอะไรให้ชี้เลยอะ

เพราะเข้าถึงยากมากกว่าคนทั่วไป เป็นประเภทปฏิเสธโลกภายนอก ทำให้เราเข้าหายากมากกว่าปกติ แต่เชื่อว่าถ้าเขาไว้ใจ เชื่อใจแล้ว เขาก็น่าจะหนักแน่นกับเราพอสมควร ข้อดีของคนที่เข้าถึงยากกว่าคนปกติคือเมื่อได้ใจเขาไปแล้วจะเป็นเหมือนของล้ำค่าเลยล่ะ แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่ากรณีพวกเขาจะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหน

ไม่ว่าเป็นใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน ถึงยังไงทุกคนก็มีสิทธิ์ในชีวิตของตัวเอง แม้ความคิดทัศนคติเขาจะออกมาในรูปแบบไหน ขวางโลก? หรือไม่ให้ใครเข้ามาในพื้นที่ตัวเอง หรืออื่นๆ แต่คนรอบข้าง คนใกล้ตัวและครอบครัวคือคนที่อยู่ใกล้พวกเขามากที่สุด ถ้าสามารถปรับตัวเข้าหาได้อย่างถูกวิธีการดำรงชีวิตร่วมกันก็จะง่ายขึ้น

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/38864710