‘Asura’ หนังจีนที่แพงที่สุดในประวัติกาล ถูกถอดออกจากโรงหนังเป็นที่เรียบร้อย หลังเปิดตัวด้วยรายได้สุดหายนะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เรื่องย่อก็มีอยู่ว่า เด็กชาวเลี้ยงแกะนามว่า ‘Ru Yi’ หรือ ‘Wu’ คือการเกิดใหม่ของ ‘Asura’ หนึ่งในสามกษัตริย์นักรบผู้ที่พยายามจะล้มราชวงศ์หลังจากการสู้รบ

 

 

หนังเรื่องนี้เป็นหนังแนวแฟนตาซีที่ตั้งใจจะทำออกเป็นไตรภาค โดยใช้เงินในการสร้างไปทั้งหมด 750 ล้านหยวน หรือประมาณ 3,750 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาการถ่าย 6 ปีที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนพวกเขาจะโชคไม่ดีนักที่หนังเรื่องนี้สร้างรายได้เพียง 49.05 ล้านหยวน หรือ 245 ล้านบาท ในการเปิดตัวตลอดทั้งสัปดาห์แรก

ด้วยเหตุนี้เองผู้ผลิต Alibaba picutures สตูดิโอ Zhenjian Film และ Ningxia Film Group จึงได้ตัดสินใจถอดหนังเรื่องนี้ออกในวันอาทิตย์ และกล่าวคำขอโทษผู้ชมที่ยังไม่ได้มีโอกาสได้ดูหนังเรื่องนี้

 

หนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานพุทธศาสนาของชาวทิเบต ‘Asura’ จึงเต็มไปด้วยภาพเอฟเฟคมากมายถึง 2,400 ซีน รวมเป็นเวลาทั้งหมด 141 นาที นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมแสดงถึง 2,500 คนจากทั่วโลก ส่วนนักแสดงหลักของเรื่องก็มี ‘Wu Lei’ รวมถึง ‘Tony Leung Ka-fai’ นักแสดงชาวฮ่องกง และ ‘Carina Lau’

 

“ความคาดหวังในหนังเรื่องนี้มีสูงมากก่อนที่หนังจะเข้าฉาย หลายคนเชื่อว่านี่จะเป็น ‘Game of Thrones’ และ ‘Lord of the Rings’ ของเมืองจีนเลยทีเดียว มันเป็นหนังแห่งจินตนาการที่ทีมงานอยากสร้างขึ้นมาด้วยวัฒนธรรมของจีน และโชว์ความสามารถในแบบประจำชาติ” นาย Yang Hongtao ประธานบริษัท Ningxia Film Group กล่าว

ยิ่งไปกว่านั้นหนังเรื่องนี้ได้รับการรับรองจากพรรคคอมมิวนิสแห่งประเทศจีนด้วย แถมยังมีสมาชิกจากในพรรคมาร่วมงานเปิดตัวที่ปักกิ่งอีกต่างหาก น่าเสียดายที่หนังไม่ได้ปังเหมือนอย่างที่หลายคนคาดไว้ และได้คะแนนไปเพียง 3.1 เต็ม 10 ใน Douban เว็บรีวิวหนังชื่อดังของจีน และได้ 6.4 คะแนน ใน Maoyan

แต่ดูเหมือนว่าทีมงานบางส่วนยังไม่ยอมแพ้ “พวกเราวางแผนจะเปลี่ยนตัวหนังบางส่วนและนำมาฉายอีกครั้ง หวังว่าครั้งนี้มันจะได้รับโอกาสที่ดีกว่าเดิม” ตัวแทน Zhenjian Film กล่าว

 

 

 

ที่มา : nextshark.com