รู้สึกว่า ‘เก็บเงิน’ ตัวเอง ไว้แต่งงานกับตัวเองทั้งๆ ที่มีแฟน
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

รู้สึกว่า ‘เก็บเงิน’ ตัวเอง ไว้แต่งงานกับตัวเองทั้งๆ ที่มีแฟน

การเงินถ้าต้องรับหน้าที่คนเดียวหรือมีคนใดคนหนึ่งเป็นฝ่ายแบกไว้มากเกินกว่าครึ่งเป็นใครก็ต้องมีเหนื่อยค่ะ เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นปัญหามากกับหลายคู่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลที่คนมีเงินเดือนเยอะต้องรับผิดชอบเยอะ หรือเหตุผลอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ที่ทำให้รู้สึกท้อ แค่เรื่องเงินในเวลาปกติแทบทุกคู่ก็โวยเป็นเสียงเดียวกันแล้ว แต่ลองมีเรื่องงานแต่งและสินสอดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยยิ่งเพิ่มความกดดันหลายเท่าตัว เหมือนกระทู้นี้ที่ตั้งออกมาด้วยประโยคสื่อแทนใจอย่างชัดเจน

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

รู้สึกว่าเก็บเงินตัวเองไปแต่งตัวเองทั้งๆที่มีแฟน

‘เรากับแฟนคบกันมาสองปี แต่ปีที่สองเราต้องแต่งงานกัน และเราสองคนก็ช่วยกันหาค่าสินสอดช่วยกันเพื่อจะไปแต่งงาน  เพราะทางแม่แฟนเขาไม่ออกเงินเอาง่ายๆไม่ช่วยในงานครั้งนี้อยู่แล้ว ที่ไม่ช่วยไม่มีหรืออะไรก็ไม่รุ้เหมือนกัน เพราะเขากะะไม่ไปสู่ขอเรากะจะให้เรากับลูกเขาอยู่กินกันเลย แต่ทางครอบครัวเราถือขนบธรรมเนียมยังไงก็ต้องไปสู่ขอกัน แต่งกันเพราะเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตด้วย พวกเราสองคนช่วยกันเก็บมาได้ระยะหนึ่งแต่ช่วงที่เก็บแม่แฟนมักจะโทรมาหาเรื่องเงินตลอดๆ ขอไม่มากแต่ขอบ่อย ครั้งแรกไม่ซีแต่เหมือนได้ใจมาบ่อยเกิน และที่ผ่านมาเหมือนเราเก็บเงินเราไปแต่งงานเราเอง มันท้อมากเลย เพราะเงินเดือนเราเยอะกว่าแฟนสองเท่า เราก็เลยรู้สึกมาแบบนั่น เงินเดือนเขาเหมือนจะให้ทางบ้านเขาบ่อยๆ ถ้าเป็นเพื่อนๆพี่ๆจะทำยังไงดีคะถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ จะไปต่อหรือหยุดแค่นี้มองไม่เห็นแสงสว่างเลยคะ

ปล.ตั้งแต่ตกลงจะแต่งงานกันเราก็หยุดส่งเงินให้ทางครอบครัวเราเพื่อที่จะเก็บเงิน’

ความคิดเห็นที่ 2

พูดคุยกับแฟนว่าเขาตั้งใจจะเก็บเงินมากแค่ไหน หากเขายังมีภาระเอาตัวเองไม่รอด คุณถอยออกมาดีกว่า เริ่มต้นแบบนี้ แต่งงานอยู่ด้วยกัน คุณอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครอบครัวทั้งหมด เพราะแฟนต้องเอาเงินส่งเสียครอบครัวตัวเขาหมด

เป็นเราเอาเงินมาดูแลครอบครัวตัวเองจะดีกว่า การแต่งงานจะพูดแค่ความรักอย่างเดียวมันไม่ได้หรอก ยุคนี้สามีภรรยาต้องช่วยเหลือกันก็จริง แต่ไม่ใช่อีกฝ่ายมาพึ่งพาเอาเปรียบแบบนี้

มันจะไม่ใช่แต่งงานแล้วจบๆ ไป แต่หลังจากแต่งคือปัญหาของจริงค่ะ และถ้าแต่งแล้วทุกอย่างจะแก้ยากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 3

มีความสุขไหม ตอนนี้

เป็นคำถามสั้นๆ ที่ทำให้ได้คิด ก็หวังเช่นนั้นว่าสุข…ได้แค่หวัง เพราะถ้าสุขจริง จขกท.คงไม่มาตั้งกระทู้แบบนี้

ความคิดเห็นที่ 4

จะแต่งกับคนนี้จริงๆ ต้องตกลงกันให้ เคลียร์ เพราะ ถ้าคุณ แต่งกับคนนี้ไป คุณ ได้รับผิดชอบ เลี้ยงดูครอบครัวเขาด้วยแน่ๆ อีกอย่างแฟนคุณ ก็ไม่มีความเกรงใจ ขนาดยังไม่แต่ง ยังกล้าเอาเงินเก็บ ที่คุณก็เป็นเจ้าของร่วม ไปให้ครอบครัวเขา ครอบครัวตัวเอง ตัวเองก็ควรรับผิดชอบ ดูแล้วบ้านฝ่ายชายน่าจะมีปัญหา เรื่องการเงิน จขกท. ลองคิดและตัดสินใจให้ดีๆ

มาถึงจุดนี้เป็นอย่างที่หลายๆ คนบอกเลยค่ะ แค่ความรักอย่างเดียวมันไม่พอจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 5

***ครอบครัวเราถือขนบธรรมเนียม*** แต่ดูจากรูปการณ์ปัจจุบันน่าจะอยู่กินกันแล้ว จึไม่ไปม่แปลกที่แม่ฝ่ายชายไม่อยากออกเงิน มันดูย้อนแย้งว่าไหม ทำไมถึงไปอยู่ก่อนแต่ง ถ้าเข้าใจผิดต้องขออภัยด้วยนะครับ

ถึงจะเก็บเงินแต่งงานก็ควรช่วยเหลือครอบครัวครับ คุณเองก็ควรจะแบ่งส่วนหนึ่งส่งทางบ้านมั่งครับ  เออลืมสุดท้ายสินสอดก็มาที่พ่อแม่คุณอยู่ดี 555 ทำไมไม่แต่งงานแบบพอประมาณหละครับ ผูกข้อมือ ทำบุญ ถ่ายรูปสวยๆ และไปจดทะเบียนสมรส เก็บแบบขำๆ ไม่น่าจะถึงปีหรอกมั่งครับ

ในเมื่อสถานการณ์ สภาพแวดล้อมไม่เอื้อให้เก็บแบบจริงจังก็เก็บแบบขำๆ ไปจ้างานนี้ ถึงจะขำๆ แต่ก็ทำตามขนบธรรมเนียม แค่ไม่ได้ลงทุนมากเท่านั้นเอง

ความคิดเห็นที่ 6

แบบนี้แย่นะ ถ้าหากตกลงแต่งงานสร้างครอบครัวแล้ว แม่แฟนยังมาขอเงินบ่อยๆแบบนี้ จะไม่มีเงินเก็บนะคะ เราว่าถ้าแม่แฟนรู้ว่าคุณเงินเดือนเยอะ เขาจะมาขอเรื่อยๆเลยแหละ

เป็นปกติค่ะ เรื่องเงินเดือนเนี่ยให้เฉพาะพ่อแม่ตัวเองรู้พอ ถึงจะเป็นพ่อแม่แฟนก็ต้องเลือกเปิดเผยตามความสะดวกของเรา

ความคิดเห็นที่ 7

ทุกข์เลยนะนั่น แต่ก็เข้าใจอารมณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตอนจะเก็บเงินกัน เคยตกลงกันไว้มั้ยคะ ว่าจะเก็บกันเดือนละเท่าไหร่ ถ้าเเค่ตอนนี้เค้ายังบริหารเงินในส่วนของเค้าไม่ได้ พอแต่งไป ค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมดต้องตกเป็นภาระคุณ คุณไหวไหมที่ต้องจ่ายค่าเทอมลูก คนเดียว ค่าใช้จ่ายในบ้านคนเดียว เวลาป่วยคุณดูแลภาระค่าใช้จ่ายคนเดียว 

ถ้าทั้งหมดที่เราถามมา แล้วคุณตอบว่าไหว ไม่เดือนร้อน ก็แต่งไป แต่ถ้าไม่ก็เลื่อนงานแต่งซะ และคุยกับว่าที่สามีคุณใหม่ ถ้าเค้าไม่ยอมปรับ เราก็ย้ายออกมาจากเค้าซะ เพราะถ้าคุณดูแลตัวเองได้ขนาดนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องมีแฟน เจ็บหน่อยตอนเลิก แต่จะสบายขึ้นทีหลัง เลือกได้นะ

เป็นทางเลือกที่ไม่ประนีประนอมกันเลย แต่ก็นั่นล่ะ…คุณมีสิทธิ์ที่จะเลือก มีสิทธิ์ที่จะคิดถึงอนาคต

ตัดสินใจยากมั้ย?…ยากค่ะ แต่คุณต้องเลือกเพราะทั้งหมดนั่นหมายถึงอนาคตของคุณเอง และสิ่งสำคัญที่ต้องมีคือความเด็ดขาดในการตัดสินใจ ถ้ามีสิ่งนี้เรื่องต่อๆ ไปจะง่ายขึ้นเพราะเราได้เลือกแล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองเรื่องความรัก ชีวิตคู่ ของแต่ละคนด้วยว่าเป็นแบบไหน ต่อให้มี คห.เป็นร้อยก็สู้คำตอบเดียวที่ จขกท.ตัดสินใจไม่ได้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39376693