ในวัฒนธรรมของชาวเอเชียนั้น การใช้ชีวิตคู่อย่างเป็นทางการ จะเริ่มต้นหลังจากการแต่งงาน ซึ่งในแต่ละประเทศแถบเอเชียนั้น ก็เริ่มต้นด้วยพิธีแต่งงานแบบเรียบง่าย แค่พอเป็นพิธีเพื่อประกาศให้ญาติสนิทมิตรสหาย หรือชาวบ้านได้รับรู้กันว่า สองคนนี้กำลังจะร่วมหอด้วยกันแล้วนะเท่านั้นเอง

แต่วันเวลาผ่านไป การแต่งงานนั้นเริ่มเป็นพิธีการมากขึ้น เริ่มมีสัญลักษณ์แห่งวัตถุมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมไทย ที่พิธีแต่งงานนั้นเหมือนเป็นสิ่งที่คอยบอกคนอื่นว่า ฉันมีเงินนะ และฉันกำลังจะแต่งงานนะ ซึ่งนั่นก็เป็นปัญหาที่ทำให้คนรุ่นใหม่หลายคนเริ่มไม่ชอบการแต่งงาน เพราะไม่อยากต้องเสียเงินเสียทองไปกับพิธีการเหล่านี้ และนี่คือที่มาของกระทู้นี้

กระทู้นี้มีชื่อว่า

มีใครไม่อยากจัดงานแต่งงาน เพราะกลัวเปลืองเงินบ้างมั้ยคะ?

เจ้าของกระทู้นี้น่าจะยังไม่ได้มีแพลนจะแต่งงาน แต่บังเอิญเข้าไปอ่านกระทู้รีวิวงานแต่งงานต่างๆ ดูรูปชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่แสนจะสวยงามและดูหรูหราด้วยความชื่นชม พลันเธอก็รู้สึกว่า เสียดายเงินเป็นหมื่นเป็นแสนที่จะไปจัดงานเหล่านี้ ซึ่งการแต่งงานคือการเริ่มต้นชีวิตครอบครัว น่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นมากกว่า เช่น ซื้อบ้าน ซื้อรถ เที่ยว เป็นค่าเทอมลูก ฯลฯ

ลองมาดูกันว่า ความคิดเห็นของเจ้าของกระทู้นี้นั้นจะถูกใจชาวพันทิปมากน้อยแค่ไหน

ความเห็นที่ 6 : เมื่อก่อนเคยฝันอยากมีงานแต่งหรูหรา แต่เดี๋ยวนี้อยากมีชีวิตครอบครัวที่มั่นคงมากกว่า

เจ้าของความคิดเห็นนี้เล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนนั้นเธอเคยวาดฝันไว้ว่า จะต้องมีงานแต่งงานแบบหรูหรา ไฮโซ ต้องเป็นเหมือนซินเดอเรล่า แต่พอโตขึ้น ความคิดก็เปลี่ยน เพราะเธอก็ต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัว ส่วนแฟนของเธอก็ต้องดูแลครอบครัวตัวเองเช่นกัน ทำให้เป้าหมายทุกวันนี้ เปลี่ยนเป็นการสร้างครอบครัวที่มั่นคง เก็บเงินไว้เลี้ยงลูก ที่กว่าจะเอาเงินมาทิ้งไปกับการแต่งงานที่จบแค่ชั่วข้ามคืน

ความเห็นที่ 10 : อยากเอาเงินไปฮันนีมูนมากกว่า

ความคิดเห็นนี้ก็เช่นเดียวกัน เธอรู้สึกว่า ไม่อยากจัดงานแต่งงาน แต่ที่บ้านก็ดันไม่เข้าใจ โดยเธอคิดว่าการเสียเงินไปกับการจัดงานแต่งงานนั้น เป็นอะไรที่สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ จดแค่ทะเบียนสมรสก็น่าจะพอแล้ว และเอาเงินไปสร้างครอบครัวและฮันนีมูนน่าจะดีกว่า

ความเห็นที่ 23 : เพื่อนหมดเงินงานแต่งไปสี่แสน แต่ต้องมาอดออม เลยสงสัยว่ามันคือความสุขมั้ย

เพื่อนของเจ้าของความคิดเห็นนี้ เตรียมงานแต่ง หมดเงินไปราวสี่แสนบาท จากที่เคยใช้ชีวิตอย่างมีความสุข กินหรูอยู่สบาย ก็ต้องมาอดออม อยากกินอะไรก็ต้องประหยัด เพราะต้องเตรียมเงินไว้งานแต่ง ซึ่งก็สงสัยเหมือนกันว่า นั่นคือความสุขจริงๆมั้ย

ความเห็นที่ 25 : ผมจัดงานแต่งแล้วมีกำไร

ความคิดเห็นนี้มาอีกมุมหนึ่ง โดยเขาจัดงานแต่งอะไรเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าพอแกะซองที่ได้จากแขกมา มีกำไรเหลือเป็นแสน ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนจัดการงานแต่ง ถ้าได้สถานที่ดีๆ ก็อาจจะสามารถทำกำไรได้เช่นเดียวกัน

ความเห็นที่ 31 : อยากจัดแบบเล็กๆ เชิญเพื่อนสนิทและญาติเท่านั้น

เจ้าของความคิดเห็นนี้เป็นเหมือนเสียงสะท้อนกับอีกหลายคนที่คิดแบบเดียวกัน คือเธอก็ยังอยากจัดงานแต่งอยู่ แต่ต้องการจัดแบบเล็กๆ เชิญเฉพาะเพื่อนสนิท ญาติสนิทเท่านั้น ซึ่งอันนี้ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะเอาเข้าจริงๆแล้ว คนที่ไม่ได้สนิทด้วย ที่พากันมางานแต่งนั้น เอาเข้าจริงก็อาจจะไม่ได้อินไปกับงานแต่งเท่าไหร่ด้วยซ้ำ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะชวนแขกมาเยอะๆทำไม

งานแต่งงานนั้นเป็นเหมือนความฝันของคนหลายคน แต่ถ้าความฝันนั้นสวนทางกับความเป็นจริง บางครั้งการไม่ฝืนทำตามความฝัน ก็อาจจะเป็นเรื่องดีที่กว่า แล้วคุณผู้อ่านหละ มีแผนอยากจะแต่งงานหรือไม่อย่างไร มาแชร์ไอเดียดีๆกันต่อในกระทู้ได้เลยนะ