บางคนคงตอบได้เป็นสิบ บางคนคงตอบได้ทันทีว่าศูนย์ คำว่า ‘สนิท’ เป็นตัวคัดกรองอย่างดีระหว่าง ‘เพื่อนธรรมดา’ กับคนที่สนิทยิ่งกว่าใคร แบ่งปันกันได้ทุกเรื่องไม่มีข้อยกเว้น และเพราะใกล้เคียงกับของล้ำค่าหายากมันถึงพบเจอได้น้อย จะมีสักกี่คนเชียวที่มีเพื่อนสนิทรู้ใจจริงๆ หรือบางทีคนที่คุณคิดว่าเพื่อนสนิททั้งหลายแหล่เขาอาจไม่คิดแบบนั้นกับคุณก็ได้

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

มีเพื่อนสนิทกันกี่คนคะ

‘สำหรับเรา…..สมัยเรียนม.ปลาย มีเพื่อนเป็นกลุ่มประมาณ10คน พอเรียนมหาวิทยาลัย…..ที่สนิทๆ มี 8คน พอแต่งงานมีครอบครัว…..เหลือ 5คน ปัจจุบัน…..เหลือที่สนิท แบบคุยกันได้แทบทุกเรื่องมีแค่สองคน และหนึ่งในสองก็คือ…..สามีเราเอง และทุกวันนี้มีครอบครัวเป็นสรณะ ไม่ว่างเม้าท์เรื่องใคร เพราะทุกวันใส่ใจแต่เรื่องลูก เรื่องสามี และเรื่องกิน พอ จบ เพราะรู้สึก ยิ่งมากคน ยิ่งมากความ เอาที่คบ ที่คุยกันแล้วเข้าใจ ไม่ขี้นินทา พูดกันรู้เรื่องแค่นั้นพอแล้ว สุดท้าย…..เวลาก็จะช่วยคัดกรองคนที่ไม่ใช่ ออกจากตัวเราไปเอง…..’

ความคิดเห็นที่ 1

เพื่อนมีเยอะค่ะ สมัยเรียนก็ไม่สนิทกับใครมาก มีเพื่อนเยอะแต่ไม่ใช่ทุกคนคือสนิทคุยได้ทุกเรื่อง คุยเป็นเรื่องๆ เป็นคนๆไป ทำงานก็มีเยอะ แต่แบบเดิมคือ สนิทแต่ไม่ได้คุยทุกเรื่อง แต่งงานแล้ว ตอนนี้ยิ่งไม่ค่อยมีเลยค่ะที่สนิทและคุยได้หมด อาจจะมีคนสองคน แต่อยู่ไกลกัน

สรุป ดิฉันไม่มีเพื่อนที่คุยได้ทุกเรื่องเลยค่ะ มีคนเดียวคือสามี แต่บางทีก็คิด เอ๊ะ เราก็ไม่ได้คุยกับสามีทุกเรื่องนะ แต่คุยเยอะสุด 555

เพื่อนใครๆ ก็มีได้นะ แต่สนิทกันจริงๆ แทบไม่มีเลยล่ะ

ความคิดเห็นที่ 6

0 ไม่มีเลย ไม่เคยมี เมื่อก่อนเคยคิดว่ามี แต่เราเข้าใจเองว่าเพื่อนสนิททั้งๆที่เพื่อนไม่ได้สนิทกับเรา หลังจากนั้นก็เลิกคิดว่ามีเพื่อนสนิท

บางทีก็เป็นการคิดไปเองว่าเพื่อนสนิท แต่พอเวลาหนึ่งมาถึงกลายเป็นว่าค่อยๆ ห่างๆ กันไปเอง

ความคิดเห็นที่ 8

1 คน ชื่อเงา เจอได้ตอนกลางวัน กลางคืนมันไปเที่ยวมั้ง

เนี่ย! มีเงาเป็นเพื่อน คนนี้รู้สึกใครๆ ก็มีและสนิทคนเดียวจริงๆ ด้วย ตามติดตลอดตราบใดที่มีแสงล่ะนะ

ความคิดเห็นที่ 12

สมัยเรียน สนิทหลายคนค่ะ แต่พอโตแล้วความสนิทก็ค่อย ๆ ลดลง เพราะต่างคนก็มีครอบครัว ไม่ได้คุยกันทุกเรื่องทุกวันเหมือนสมัยเด็ก ๆ แต่ถ้ามีปัญหาก็ช่วยเหลือกันอยู่ค่ะ มีนัดกินข้าวบ้างนาน ๆ ที

คนที่สนิทที่สุดตอนนี้มีแต่สามีค่ะ แค่เราอ้าปากนางก็รู้ละว่าเราจะพูดอะไร คุยกันทุกเรื่อง เราคุยกันทุกวัน (ทั้งวัน😄😄😄) จนหลัง ๆ สามีติดสำเนียงการพูดจากเราไปเยอะเลย ติดทำเสียงยานคาง ลากเสียง ง้องแง้ง ๆ เหมือนเราเลย ใครไม่รู้คงนึกว่าสามีกลายเป็นตุ๊ดไปละ 😄😄😄😄

ใช่ค่ะ พอโตขึ้นความสนิทมันจะค่อยๆ จืดจาง เว้นแต่บางคนจริงๆ พอแก่เฒ่าไปก็ยังมีนัดเจอกันบ้าง

ความคิดเห็นที่ 14

เราไม่มีเพื่อนสนิทมาตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ สมัยเรียนเป็นประเภทไปเรียน เข้าห้องสมุดและกลับบ้าน แต่ก็ไม่ใช่ว่า เราไม่เอาสังคมหรือไม่มีใครคบ นะคะ เราคุยกับเพื่อนทุกคนในห้องได้ ทำงานร่วมกับเพื่อนได้ ถึงเวลามีงานกลุ่ม เพื่อนๆจะมาชวนเข้ากลุ่มเอง แต่แค่ไม่ชอบสนิทกับใคร ไม่ชอบเข้ากลุ่ม เข้าแก๊งค์ ชีวิตเราไม่เคยผูกติดกับเพื่อนเเละปัจจุบันเรามีสิ่งที่สำคัญกว่า นั้นคือครอบครัว

กับบางคนเขาก็ไม่มีแต่แรกนะ คนแบบนี้มีอยู่จริงๆ เหมือนไม่ได้อะไรมาก แต่คุยได้กับทุกคน เจอก็คุย ไม่เจอก็ปล่อย เป็นแบบนี้ก็น่าสบายใจไปอีกแบบนะ

ความคิดเห็นที่ 19

ไม่มีเพื่อนมากมายมาตั้งเเต่ไหนแต่ไรเเล้วค่ะ เดี๋ยวนีมีแต่ที่รักมากสนิทมากไม่กี่คนเท่านั้นเอง สมัยเรียนชั้นมัธยมปลายมีเพื่อนสนิทอยู่คนเดียวและเขียนจดหมายติดต่อกันมาเรื่อย ๆ ปีละหนสองหนจนเงีบยหาไปเมื่อสักสามปีมานี้เอง ติดต่อไม่ได้อีก สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมีเพื่อนสนิทสามสี่คนแต่ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังเรียนจบ

ขณะที่ไปเรียนที่ฝรั่งเศสมีเพื่อนสนิทมากอยู่สี่คน พอแยกกันไปหลังเรียนจบก็หายเงียบกันไป คนหนึ่งแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่ญี่ปุ่น ตัวเราไปอยู่อเมริกา อีกสามคนกลับไปอยู่ที่เมืองไทย เดิมนาน ๆ ก็ติดต่อถึงกันสักที แต่เดี๋ยวนี้ส่ง LINE ถึงกันทุกวัน เป็นเพื่อนกันมาสี่สิบห้าปีแล้ว ความสัมพันธ์ยังแน่นแฟ้นกันเหมือนเดิม

ส่วนที่อเมริกามีเพื่อนฝรั่งสนิทมาก ๆ อยู่ 5-6 คน แยกเป็นกรุ๊ปเล็ก ๆ ตามงานอดิเรกที่สนใจร่วมกัน

คนหนึ่งนั่นรู้จักตอนเข้าชมรม Toastmasters ขณะนี้สนิทกันถึงขนาดไปนอนไปกินบ้านเขาได้อย่างสบายใจ แล้วเขาพาเราไปร่วมกลุ่มกับเพื่อนของเขาด้วย กลุ่มนี้ชอบไปดูการแสดงศิลปกรรม ฟังดนตรี ดูโอเปร่า หรือไม่ก็ไปเดินออกกำลัง หรือนั่งคุยกัน ช่วยกันทำสวนครัวปลูกดอกไม้

อีกกลุ่่มมีที่สนิทกันมาก ๆ สองหรือสามคน กลุ่มนี้รวมตัวกันกับคนอื่น ๆ อีกกลุ่มใหญ่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการทำสวนปลูกดอกไม้ปลูกผักร่วมกัน มีเพื่อนสนิทอีกสองคนที่เดิมเป็นเพื่อนบ้านกัน ตอนนี้สนิทกันมาก คุยกัน ออกไปหาอะไรกินกัน ไปเที่ยวด้วยกันบ่อย ๆ อีกคนหนึ่งเจอกันครั้งเเรกตอนที่เราประกาศแจกต้นไม้ดอกไม้จากสวนของเรา เขามีลูกสาวอายุ 11 ขวบ ชอบชวนเราไปดูกิจกรรมของลูกเขา ไปกินข้าวด้วยกัน ไปแช่น้ำที่ spa เกาหลี เมื่อต้นปีไปเที่ยว Belize ด้วยกัน อาทิตย์หน้าจะไปเที่ยวอลาสก้าด้วยกัน

สรุปแล้ว ยิ่งนานไปยิ่งมีเพื่อนเพิ่มขึ้นเพราะได้สังสรรค์กับกลุ่มคนที่สนใจแนวเดียวกัน ทำงานอดิเรกร่วมกัน เลยถูกจริตกัน สังคมจึงเปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้มีความสุขกายสบายใจค่ะ

จริงของความเห็นนี้นะคะว่าต้องมีสื่อกลางอะไรก็ได้ที่ทำร่วมกันหรือชอบเหมือนๆ กัน เพราะสิ่งนี้จะทำให้ยังคอยคุยได้เสมอๆ เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์

ส่วนใหญ่ความสนิทที่พบเจอของแทบทุกคนจะมาจากวัยเรียน พอเรียนจบ ทำงาน ทุกคนจะค่อยๆ ห่างหายกันไป หรืออาจจะไม่ได้มีคนสนิทตั้งแต่เรียนแล้วก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้การจะสนิทกันได้ก็ต้องเป็นความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย เพราะถ้าแค่คนเดียวที่คิดว่าสนิท มันก็ไม่ช่วยอะไรถ้าอีกฝ่ายจะเมินเฉย เหมือนอย่างความเห็นสุดท้ายบอกว่างานอดิเรกร่วมกันทำให้ยังคอยติดต่อกันอยู่ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/38990322