นึกว่าไทย…คนปั่นจักรยานในอังกฤษถูกรถเมล์เบียดจนเกือบล้ม แถมโดนคนขับรถเมล์ด่าซ้ำอีก???
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

นึกว่าไทย…คนปั่นจักรยานในอังกฤษถูกรถเมล์เบียดจนเกือบล้ม แถมโดนคนขับรถเมล์ด่าซ้ำอีก???

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นใกล้กับสถานี Clapham North ทางตอนใต้ของลอนดอน มันถูกบันทึกไว้ได้จากกล้องบนหมวกของนักปั่นจักรยาน จากคลิปฟ้องให้เห็นว่านักปั่นกำลังปั่นอยู่ในเลนจักรยานอย่างถูกต้อง ในขณะที่รถเมล์เริ่มขับเข้ามาเบียดจนทำให้นักปั่นต้องทุบกระจกรถเมล์ก่อนปั่นหนีขึ้นไปอยู่บนฟุตบาท

 

จากนั้นคนปั่นจักรยานก็ตะโกนด่าคนขับรถเมล์ว่า “ขับรถภาษา***อะไรของ**เนี่ย!?” คนขับรถเมล์ก็ตอบกลับมาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า “ฉันก็แค่ขับรถไปตามถนน”

แต่พอนักปั่นชี้ว่าทางที่เขาปั่นมามันเป็นเลนจักรยาน บรรยากาศเริ่มครุกรุ่นขึ้น คนขับรถเมล์โมโห ตอบกลับไปว่า “นี่มันไม่ใช่เลนจักรยาน!” นักปั่นเลยชี้ให้คนขับเห็นว่า “เส้นสีฟ้านี่มันเป็นเลนจักรยาน อย่าโชว์โง่” แต่คนขับบอกให้ “แกจะไปไหนก็ไป ไสหัวออกไปซะ” ก่อนที่ทั้งสองจะแยกจากกัน

 

ทันทีที่ถึงคอมนักปั่นจักรยานก็อัพคลิปจากกล้องเขาลงยูทูปทันที และถึงตอนนี้มีคนเข้าไปดูมากกว่า 8,000 วิวแล้ว แน่นอนว่าชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างรุมต่อว่าคนขับรถเมล์ว่า “นี่เป็นการขับรถที่***มาก” แต่ชาวเน็ตบางส่วนก็บอกว่า “ฉันก็เคยขับรถบนใช้ทางจักรยานนะ และคนขับรถส่วนใหญ่ก็ต้องเคยขับรถเข้ามาในเลนนี้

แต่ความจริงจากหน่วยงานระบบขนส่งลอนดอนกล่าวก็คือ “นั่นไม่ใช่ทางจักรยาน ทางที่ทาสีฟ้าไม่ได้มีกฎหมายมารองรับด้วยซ้ำ ทางจักรยานที่แท้จริงต้องมีเส้นทึบกั้นหรือเส้นปะร่วมด้วย โดยมันมีด้วยกัน 3 แบบคือ

แบบแรกคือ ทางที่กั้นด้วยเส้นทึบตรง แปลว่ารถจักรยานยนต์ไม่สามารถเข้ามาใช้ทางนี้ได้

แบบที่สองคือ แบบเส้นปะ คือรถยนต์สามารถเข้ามาได้ ถ้ามันปลอดภัยและไม่มีจักรยานปั่นมา

แบบที่สาม คือ ทางสีฟ้า หมายถึงเส้นทางที่ใช้แนะแนวนักปั่นว่าควรปั่นไม่เกินนี้ และช่วยให้ผู้ขับรถระวังมากขึ้น เพราะอาจจะขับใกล้จักรยานเกินไป

 

ส่วนทางด้านผู้จัดการของคนขับรถเมล์ ‘Big Bus Tours London’ กล่าวว่า “ผมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว และรถเมล์ของบริษัทเราได้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคนอย่างเคร่งครัด ด้วยความที่บริษัทเราคำนึงถึงความปลอดภัยทางถนนอย่างมาก เราจึงมีระบบถ่ายวิดีโอดูการขับรถของคนขับทั่วลอนดอน เราจึงสามารถพิจารณาเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น และจะวัดผลว่าถูกหรือผิด ซึ่งตอนนี้ทางเราได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์นี้แล้ว และกำลังรอผลเพื่อจะดำเนินการเรื่องต่อไป”

 

ที่มา : www.dailymail.co.uk