ทำไมเวลามี ‘ปัญหาสังคม’ คนมักโทษ ‘ละครทีวี’
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

ทำไมเวลามี ‘ปัญหาสังคม’ คนมักโทษ ‘ละครทีวี’

เหตุผลง่ายๆ ที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวคงปฏิเสธไม่ได้ว่าละครไทยทำให้ภาพลักษณ์ออกมาเป็นแบบนี้เอง จริงอยู่ว่าการดูใช้วิจารณญาณในการชม เด็กสมัยนี้ก็ถือว่ารู้เยอะจนแยกแยะออก แต่ใครจะรู้ถึงคุณแยกแยะได้ดีขนาดนั้น สื่อพวกนั้นจะไม่ซึมซับเข้ามาบ้างเลยเหรอ? ไม่ใช่ทุกเรื่องแย่เพราะบางเรื่องก็สะท้อนสังคมได้ดี แต่การนำเสนอสื่อบันเทิงของไทยแต่ไหนแต่ไรก็มักมีกระแสให้วิจารณ์อยู่แล้วล่ะนะ

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ทำไมเวลาเกิดมีปัญหาสังคม คนมักจะโทษละครทีวีเป็นประจำเลย

‘อันนี้ชวนให้ลองวิเคราะห์กันนะครับ เมื่อก่อนไม่ว่ากัน  เพราะทีวีมีอิทธิพลต่อคนไทยในฐานะเป็นสื่อหลักสื่อหนึ่งที่เข้าถึงแทบจะทุกครัวเรือน แต่ปัจจุบัน  อินเตอร์เน็ตเข้ามามีส่วนจำเป็นมากต่อสังคมไทย  ทำให้คนดูทีวีน้อยลง  เรตติ้งก็ลดลงมาก แม้กระทั่งละครทีวีที่เมื่อก่อนได้เรตติ้ง 20+ ถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างปรกติ  ปัจจุบันแค่ได้สัก 2-3+ ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว เวลามีกระทู้พูดถึง  ก็มีแต่คนบอกว่าไม่ได้ดูทีวีนานแล้ว แทบไม่มีอะไรให้ดู  หรือดูก็ดูแต่ช่องหนัง คนที่ยังดูละครแบบเป็นประจำ  โดยส่วนมากก็เป็นกลุ่มแม่ค้าหรือแม่บ้านแม่เรือนเป็นหลัก (?) ตรงกันข้าม  คนที่ดูหนังต่างประเทศหรือซีรีส์ต่างประเทศ รวม ๆ แล้วน่าจะเยอะกว่านะ (ผ่านโรงภาพยนตร์ ทีวี สตรีมมิ่ง ยูทูป  ออนไลน์ แอพฯเฉพาะ และอื่น ฯลฯ) แต่พอมีเหตุการณ์อะไรที่ไม่ค่อยดี หรือเกิดปัญหาอะไรตามมา ก็จะยังเห็นหลาย ๆ คอมเมนท์ในโซเชียลที่บอกว่า เพราะสังคมไทยยังไม่มีการพัฒนา ยังมีละครน้ำเน่า

พออ่านแล้วก็ได้แต่สงสัยว่า  เอ๊  ก็ไหนว่าคนส่วนใหญ่ไม่ดูละครทีวี (ไทย) กันแล้วไง  แต่พอมีปัญหาทีไร  ทำไมยังโทษละครไทยกันอยู่ ทั้งที่กลุ่มคนดูละครไทย  น่าจะเป็นกลุ่มที่สร้างปัญหาน้อยที่สุด (หรือเปล่า ?)

ป.ล. ช่วยลองวิเคราะห์กันดูครับ  ไม่ได้จะว่าอะไรทั้งสิ้น หรือว่า ละครไทยที่เคยดูกันเมื่อนานมาแล้ว  ยังคงมีอิทธิพลส่งผลให้ใจของคน’

ความคิดเห็นที่ 1

สมัยนี้เขาไม่โทษละครแล้ว คนสมัยนี้บ้าบออะไรโทษนา ยกไว้ก่อน ขนาดลูกน้องฝ่ายแค้น พรรคฟรีด้อมปากน้ำหวาน ขายยากลายเป็นไม่ผิด โทษฐานไม่จริงจัง เป็นซะอย่างงั้นไปแล้ว

ถือว่าเป็นเรื่องจริงที่เราเห็นๆ กันอยู่ ไม่ว่าอะไรก็โดนโทษได้ทั้งนั้น แค่ว่าเราอยู่ในสังคมสภาพแวดล้อมไหนและพบเจอแบบไหนมากกว่ากัน

ความคิดเห็นที่ 2

เนิ้อหามันแย่จริง ทุกวันนี้ทนดูไม่ได้สักเรื่อง นานๆทีจะดู

ถือเป็นความสบายใจและสิทธิ์ส่วนบุคคลที่จะเลือกดูล่ะเนอะ เพราะเป็นไปได้ทุกคนก็อยากดูอะไรที่พัฒนาตัวเองมากกว่าดึงลง

ความคิดเห็นที่ 4

เอาจริงๆละครไทยมันก็น้ำเน่าอย่างที่เขาว่าจริงๆแหละ วนเวียนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ แย่งผู้ชาย ไม่ก็แย่งสมบัติ ทะเลาะกันทั้งเรื่องแย่งผู้หญิงแย่งผู้ชายคนเดียว

ถึงบอกไงคะว่าเป็นพล็อตที่รู้ๆ กันอยู่ ขึ้นชื่อว่าละครไทยต้องมีประเด็นนี้เข้ามาแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 7

ละครก็มีส่วนในวัยเด็กค่ะ หลานเราเล่นบทบาทสมมุติ ทะเลาะกันกับเพื่อนข้างบ้านเป็นตัวละครในละคร เกิดการลอกเลียนแบบ แต่คนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วโทษละครไม่ได้หรอก

จะโทษละครอย่างเดียวไม่ได้เพราะขึ้นอยู่กับคนของเราด้วย ถ้าดูแล้วผู้ใหญ่บอก สอน ตักเตือนไปด้วย คิดว่าเด็กคงยับยั้งชั่งใจมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 12

เพราะมันง่ายในการปัดความผิดไปให้สิ่งอื่นไงครับ สิ่งที่บ้านเราเป็นอยู่ทุกวันนี้มันมีหลายสาเหตุและมีปัญหามานาน การจะแก้คงใช้เวลาหลายปี ดังนั้นปัดเรื่องไปเลยง่ายกว่า

เป็นอีกเหตุผลที่ฟังขึ้น การปัด เหมือนหาแพะมาสักตัวเรื่องก็จบไวขึ้น

ความคิดเห็นที่ 13

ก็โทษได้ ในฐานะองค์ประกอบหนึ่ง จะโทษว่า สื่อ ผิด อย่างเดียวก็ไม่ได้ จะปกป้องว่า มันไม่ผิดเลยก็ไม่ได้  เพราะบางกรณีมันก็เกี่ยวจริงๆ ในพันทิป ส่วนมากเวลามีข่าวทำนองโทษสื่อทีไร  ก็จะปัดไปให้โทษครอบครัว โทษการเลี้ยงดู โทษอย่างอื่นแทน ทั้งที่จริงๆ ทุกๆอย่างมันก็มีส่วนร่วมๆกัน ก็โทษมันทุกอย่างเลยก็ได้

เห็นด้วยกับ คห.นี้นะคะ เป็นกลางที่สุดแล้ว และอย่างที่เขาบอกคือทุกคนมีส่วนร่วมกันหมด แต่แค่คนเราไม่ชอบรับผิดเข้าตัว

เหตุผลของการโทษสื่อไม่น่าเกี่ยวกับความเป็นแปลงเรื่องค่านิยมการเลือกชม อย่างที่ จขกท.พูดมาถึงเดี๋ยวนี้จะมีทางเลือกอื่นมากกว่านั่งดูทีวี แต่การจะโทษสิ่งหนึ่งสิ่งใดสักอย่างก็แค่พูดมันออกมา ‘อย่างที่เคย’ ซึ่งลืมดูความจริงว่าทุกคนล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องหมด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39273881?