ทำไมเจ้าของ ‘กิจการ’ หรือ ลูกจ้าง’ ที่ทำงานด้าน ‘บริการ’ บางคนถึง ‘เรื่องมาก’ ครับ?
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

ทำไมเจ้าของ ‘กิจการ’ หรือ ลูกจ้าง’ ที่ทำงานด้าน ‘บริการ’ บางคนถึง ‘เรื่องมาก’ ครับ?

เรื่องมากมีหลายรูปแบบ แต่อีกรูปแบบคือการเรื่องมากในรายละเอียดเพื่อลูกค้า เพราะเขาคือเจ้าของกิจการ ส่วนลูกจ้างด้านบริการก็มีงานเป็นตัวกำหนดความเนี๊ยบและรายละเอียด ส่วนที่ว่ามาคือตัวอย่างที่ดีค่ะ แต่ตัวอย่างที่น่ากุมขมับคือประเภทหัวแข็งไม่มีเหตุผล ยกเรื่อง ‘ศักดิ์ศรี’ มาเกี่ยวข้อง น่าจะตรงกับกระทู้นี้พอดี

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ทำไมเจ้าของกินการ หรือ ลูกจ้าง ที่ทำงานด้านบริการ บางคนถึงเรื่องมากครับ

‘ชอบมองว่า ฉันจะขายแบบนี้ ลูกค้าต้องปรับตัว และไม่อ่อนข้อให้ลูกค้าเด็ดขาด ผมเข้าใจว่าถ้ายอมมากไปแบบสุดๆก็ไม่ดี แต่บางคนไม่ยอมถึงขั้นระดับที่ ไม่ง้อลูกค้า นิดๆหน่อยก็ไม่ยอมลูกค้า ยอมแล้วเสียศักดิศรี แล้วชอบคิดเรื่องศักดิ์ศรีเป็นใหญ่ ยอมไม่เอาเงิน ดีกว่ายอม (เล็กๆน้อยๆ) ให้ลูกค้าแต่ได้เงิน

สรุปคือ เขาคิดว่า คนขาย กับ ลูกค้า ต้องเท่าเทียมกัน ถ้ายอมแม้เพียงเล็กน้อย คือเขาเสียศักดิ์ศรี ยอมไม่เอาเงินดีกว่า คิดยังไงกับคนขายที่มีทัศนคติแบบนี้ครับ’

ความคิดเห็นที่ 1

ยอมเล็กน้อย คือแบบไหนครับ ลองยกตัวอย่างคำว่าเล็กน้อยหน่อย เผื่อหลายๆ ท่านอาจจะคิดต่างกัน

ก็จริงค่ะที่ความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เล็กน้อยของบางคนอาจจะมากกกกกกกสำหรับอีกคน

ความคิดเห็นที่ 2

เราก็ว่ามันมองได้ทั้งสองข้างนะ คำว่า เล็ก ๆ น้อย ๆ นี่คือ ระดับไหน อยากให้ลองยกตัวอย่าง บางทีมันไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรี แต่ลูกค้าขอมากไป อาจจะทำให้ไปกระทบลูกค้าคนอื่น อันนี้ก็ไม่ไหว

ใจเขาใจเราเนอะ บางอย่างก็มองในสายตาตัวเองไม่ได้ ต้องนึกถึงคนเป็นเจ้าของและลูกค้าท่านอื่นๆ

ความคิดเห็นที่ 3

ถ้าลองมาทำงานด้านบริการ ก็จะรู้ครับ ว่าอยากทำอะไร แล้วก็คิดต่อมาว่าทำไมไม่เป็นอย่างโน้นอย่างนี้ อย่าเรื่องมากได้มั้ย ไรงี้ ผมก็เคยทำงานให้บริการมาก่อนครับ ก็เลยเข้าใจหัวอกเค้า แต่อะไรเกินไปมันก็ไม่ดีเนอะ ลูกค้ามีทางเลือก ครับสมัยนี้ไม่ง้อ คนขายหรอก

เห็นด้วยค่ะว่าเดี๋ยวนี้ผู้บริโภคไม่ง้อเพราะทางเลือกปัจจุบันเยอะมากจริงๆ และงานบริการก็มีกฏของมันในตัวอยู่

ความคิดเห็นที่ 5

เขาคิดว่า คนขาย กับ ลูกค้า ต้องเท่าเทียมกัน เราคิดมาหลายสิบปี ว่า คนขาย กับ ลูกค้า เท่าเทียมกัน ต่อให้เรามีเงินในกระเป๋า หลายหมื่น เราก็ไม่คิด (และไม่ทำเหมือน) ว่า ลูกค้า ไม่เท่า กับเรา (คนขาย) เมื่อเราอยากได้ เงิน ไม่กี่ร้อย จากกระเป๋าเขา มาเพิ่มเงินหมื่นในกระเป๋าเรา

ตามหลักควรเป็นแบบนั้นค่ะ ถึงจะมีคำพูดว่า ‘ลูกค้าคือพระเจ้า’ ก็ตาม…

ความคิดเห็นที่ 9

พูดกว้างไปนะครับ อย่างนี้ก็มองอีกมุมได้เช่นกันว่า คุณอาจจะเรื่องมากเกินไปหรือเปล่า หรือกดอีกฝ่ายมากไปหรือเปล่า เพียงแต่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสมาเล่าในมุมเขา เรื่องทำนองนี้เวลาอีกฝ่ายมีโอกาสมาพูด ส่วนมากเรื่องพลิก

เพราะไม่ได้ลงรายละเอียดเลยไม่รู้ว่าขอบเขตของเรื่องเป็นประมาณไหน แต่ก็อย่างว่าค่ะ ทุก คห.เลยออกมาเป็นกลางๆ

ความคิดเห็นที่ 11

เผอิญไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็บอกไม่ได้ว่าฝ่ายไหนเยอะกว่ากัน คนขายบางร้านนอกจากจะไม่สนใจลูกค้าว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อแล้วยังทำเหมือนลูกค้าเป็นตัวรบกวนเวลาอันมีค่า อันนี้ผมเคยเจอ

แต่ลูกค้าบางคนก็ชอบตัวทำกร่างกำเงินเดินเข้าร้านแล้ววางท่าราวกับลูกค้าคือพระเจ้า อันนี้ก็แลดูเกินไป สุดท้ายก็ต้องดูกันไปตามแต่สถานะการณ์ คนขายกับคนซื้อมันก็คนเหมือนๆกัน มีสิทธิ์ที่จะทำตัวแย่ๆได้พอๆกัน ถ้าคนขายแย่ก็ไม่ต้องไปใช้บริการอีกแล้วขอให้เจริญๆ ถ้าคนซื้อแย่แล้วโดนให้กลับมาก็ถือว่าสมน้ำหน้าเพราะหาเรื่องเอง

ไม่ว่าจะลูกค้าหรือคนขายทุกคนเคยมีประสบการณ์ต่างกัน ส่วนตัวเคยเห็นคนขายแย่ๆ เพราะเราเป็นลูกค้า แต่ถ้าลองสลับกันอาจจะเห็นอีกแบบก็ได้

ไม่ใช่ใครที่มากไปน้อยไปเพราะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสถานะตอนนั้น แต่การที่เราจะเรียกร้องอะไรบางอย่างก็ต้องคิดถึงคนอื่นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ทั้งนั้นการมองให้กว้างๆ และเป็นกลางอาจช่วยได้ในระดับนึงค่ะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39030065