ทำไมถึงยังเชื่อกับประโยคที่ว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

ทำไมถึงยังเชื่อกับประโยคที่ว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้

ได้บ้าน ได้รถ ได้ของที่อยากได้ ในช่วงเวลาเหล่านั้นทุกคนมีความสุขไหม? แน่นอนสิ! ก็ในเมื่อได้ของที่อยากได้ใครบ้างจะไม่มีความสุข ขนาดเด็กร้องไห้ได้ของเล่นยังหยุดร้อง ใครที่บอกไม่มีความสุขก็แสดงว่าไม่ได้ต้องการของสิ่งนั้นมาตั้งแต่แรก พอเป็นแบบนี้แล้วใครกันที่ให้คำนิยามว่า ‘ความสุขซื้อไม่ได้’

เราหลงลืมไปรึเปล่าว่าความสุขที่มีอยู่บนโลกใบนี้แบ่งออกเป็น 2 สุขใจและสุขกาย บนโลกใบนี้อยู่ได้ด้วยสุขกายเป็นหลัก แต่ลึกๆ แล้วเราหนีไม่พ้นคำตอบจริงๆ ว่าทุกๆ วันก็ถูกขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘สุขใจ’ สุขแค่กายมากขนาดไหนถ้าใจบอกว่า ‘ไม่’ แล้วจะเดินหน้าได้ยังไง สุขกายเป็นของนอกกายแปบๆ เดี๋ยวก็หายแล้วมีสิ่งใหม่มาทดแทนคอยเติมอยู่เรื่อยๆ แบบนั้นมันไม่ใช่ของแท้แน่นอน แต่สุขใจเหมือนสิ่งเดียวที่สามารถเข้ามาอุดช่องโหว่ทั้งหมดได้ เพราะฉะนั้นสุขที่แท้จริงคืออะไร ต้องถามตัวเองดู แล้วไอ้ความสุข ‘แท้’ เนี่ย…คิดว่าซื้อได้ไหม?

 

 

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ทำไมถึงยังเชื่อกับประโยคที่ว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้ ทั้งที่ผมหิวเป็นทุกข์ ไปทำงานหาเงินซื้อข้าวกินอิ่มจึงมีความสุข

‘นี่ก็เห็นได้ชัดแล้วว่า เงินซื้อความสุขได้ มีเงิน ซื้อข้าวกินอิ่ม ซื้อบ้าน คอนโด หลบฝนตก แมลง ยุงกัด ไม่ต้องไปนอนใต้สะพาน

ซื้อของใช้จำเป็น ซื้อตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวตปท มีความสุข สร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ได้

 

หรือว่าเพราะเพลง คนจนผู้ยิ่งใหญ่ ทำให้คนมองว่าคนรวยไม่ดี ไม่ดีตรงไหน ทำงานสุจริตหาเงินขยันขันแข็งพัฒนาตัวเองมี

ประโยชน์แก่สังคมเขาจึงให้เงินมา ภาษีก็จ่ายแก่รัฐไปพัฒนาประเทศ คนจนผู้ยิ่งใหญ่มีได้ คนรวยผู้ยิ่งใหญ่ก็มีได้เช่นกัน ชีวิตนี้ถ้า

ต้องเลือกระหว่างคนจนกับคนรวย ผมขอเป็นคนรวยดีกว่า เป็นคนรวยไม่ได้ผิด ไม่ได้ไปทำร้ายใคร ผมขอตะโกนดังๆ ว่า เงินซื้อ

ความสุขได้เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนคร้าบบบ’

 

 

ความคิดเห็นที่ 59

บางคนบอกเงินซื้อความไม่แก่ไม่ตายไม่ได้ เช่นกันคนที่ไม่มีเงินก็ซื้อความไม่แก่ไม่ตายไม่ได้เหมือนกัน

จะรวย จน ก็ต้องตายเหมือนกัน แต่คุณภาพชีวิตระหว่างตอนที่เป็นอยู่หล่ะ คนมีฐานะ คุณภาพชีวิตย่อมดีกว่า

 

จะบอกว่าเงินซื้อความแก่ ความตายไม่ได้ จริงๆก็ไม่ถูกทั้งหมด แน่นอนทุกคนย่อมต้องตาย แต่คนมีเงินสามารถเข้าถึงการรักษาที่

ดีกว่า ป่วยฉุกเฉินก็มีเงินไปหาหมอ มีเงินซื้อยา มันทำให้สุขภาพคุณภาพชีวิตดีกว่า ยืดอายุและทำให้มีเวลาอยู่กับลูกหลานนาน

ขึ้น ถ้าไม่มีเงินจะเอาตังที่ไหนไปซื้อยา หาหมอ ไม่ใช่ยาทุกอันจะเบิกได้ จะทำอะไรก็มีรายจ่ายทั้งนั้น

บางคนไปยกตัวอย่างมีเงินแล้วทะเลาะกัน ทำไมไม่ไปยกตัวอย่างไม่มีเงินแล้วถูกทอดทิ้งบ้างหล่ะ มันก็ต้องแยกกันไปหรือเปล่า

หลายคนชีวิตดี มีฐานะเค้าก็รักกันดี ทำไมไม่พูดถึงบ้าง พระพุทธเจ้าสอนว่าหมั่นรักษาทรัพย์ มีฐานะ มีกำลังจะประกอบทำความดี

อะไรก็ง่าย มันเป็นเครื่องช่วย มันไม่ใช่สิ่งที่ผิด หลายคนมีเงินก็ช่วยเหลือสังคม ดูอย่างบิลเกต รวยระดับโลกเขาก็แบ่งเงิน

มหาศาลมาช่วยคนยากจนด้านการศึกษา พยาบาล ทำไมไม่มองว่ามีเงินแล้วจะทำความดีอะไรมันก็ง่ายสะดวก

จะบอกว่าแม้ไม่มีเงินแต่สุขสงบที่ใจมากกว่า ประโยคนี้ก็ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ถ้าดูจากทฤษฎีความต้องการแบบปีรามิดของมาสโลว

จะสุขขั้นสูงสุด สุขสงบใจ ทำตามความฝัน เข้าใจตัวเองสังคม มีความสุขระดับจิตวิญญาณตระหนักรู้ มันก็ต้องผ่านขั้นแรก ความ

ปลอดภัย กินอิ่มนอนหลับก่อนสิ ถ้าไม่มีเงินท้องยังหิว จะไปสงบใจได้อย่างไร

 

มีเงินไม่ผิด การเป็นคนรวยไม่ผิด ไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะไปฟังบางคนมาบอก เราตั้งใจทำงาน ขยันทำงานหาเงิน ฝึกฝนทักษะ

สร้างฐานะ เก็บเงิน เลี้ยงชีพโดยสุจริต เอาเงินที่หามาเลี้ยงครอบครัว ซื้อความสุข ของจำเป็น ทำตามความฝัน มีความสุข ถูกต้อง

แล้ว

ลองดูคนทำเพลง คนจนผู้ยิ่งใหญ่สิ ชีวิตเค้าจนไหมตอนนี้ ทำธุรกิจจนมีเงินหลักพันล้านหรือมากกว่า ทำไมเค้าไม่เป็นคนจนผู้ยิ่ง

ใหญ่แบบในเพลงที่เค้าร้องหล่ะ มันย้อนแย้งไหม ลองคิดดู

 

 

ต้องบอกว่าความคิดเห็นระดับท็อปนี่มาเต็มอย่างปรัชญาให้คิดเองเลยทีเดียว แต่หลายๆ ประโยคที่ความคิดที่ 59 บอกถูกต้องและมีตัวอย่างมีหลักฐานของแนวคิดที่แน่ชัด ใช่ว่าคนรวย คนมีเงินจะมีความสุข เขามีทรัพย์สมบัติแต่ก็โดนทิ้ง แล้วแบบนี้ยังเรียกสุขได้อยู่ไหม?

ความคิดเห็นที่ 4

ตรงกันข้าม ไม่ใช่เพราะเพลงคนจนผู้ยิ่งใหญ่ แต่คือคนเขียนเพลง คนขัดเกลา สิ่งเหล่านี้ต่างหาก ล้วนแต่เป็นคนรวย กดหัวคนจน

ไว้ด้วยคำว่า พอได้แล้วพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีเถอะ อย่าเลียนแบบฉัน แล้วแอบยิ้มที่มุมปาก

เหมือนกับคำที่บอกว่าพอเพียงส่วนใหญ่มักรวยอยู่แล้ว อย่างข่าวดารามีไร่ร้อยไร่กับไปใช้ชีวิต อยู่ที่ไร่ ( อย่างพอเพียง ) เหรออ มี

ให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ ที่ชอบออกมาสอนล้วนแล้วแต่เป็นคนรวยไม่ใช่คนจน สอนจนคนจนเองต้องเจียมตัวไม่กล้าฝันไกล

จำไว้ใครๆ นั้นก็อยากรวยส่วนคนรวยนั้น ไม่อยากให้ใครทัดเทียมเลยสร้างคำมากดเอาไว้ต่างหาก รวยกระจุกจนกระจาย เกิดจาก

ระบบอุปถัม ประเทศไทยคนรวยร้อยล้านพันล้านมีแค่ไม่กี่เปอร์เซ็น จุดเริ่มต้นจากระบบอุปถัมเนี่ยแหละมันเกื้อกูล ที่ดิน 60% ของ

ประเทศเป็นของคนไม่กี่ตระกูล

สุดท้ายแล้วมีความพยามดิ้นรนไคว่คว้า ในสิ่งที่คนหยิบมือนึงของประเทศครอบครองไว้เกือบทั้งหมด สิ่งที่เขาตอบกลับมาได้คือ

ทำไมไม่รู้จักพออ รู้มั้ยเงินซื้อทุกอย่างไม่ได้ ทั้งๆที่มันเอาไปซื้อความสุขจนมันหน่ำใจแล้ว ใช่บางคนก็คงบอกก็เขาทำงานบลาๆ

จริงๆมันคือระบบมากกว่า คนรวยแล้วเขาก็จะรวยต่อไปด้วยเงินทุนที่เขามี ประเทศเรา ความเหลื่อมล้ำเรื่องทรัพย์สินที่คนรวยถือ

ครองมีมากกว่าคนทั่วไป 70 เท่า

แต่คนเยอรมัน ต่างกันแค่ 70% ไม่ถึง 1 เท่า ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วจะมาแย้งเรื่องเขาทำงานอะไรแบบนี้มันก็ไปเริ่มต้นที่ระบบอุปถัมจาก

นามสกุล อันสูงส่ง ทำให้ประเทศมีความเลื่อมล้ำมากกว่าปกติ ผมเชื่อว่ามีน้อยประเทศที่จะมีการปลูกฝังอะไรแบบนี้ ส่วนใหญ่จะ

เป็นประเทศที่มีระบบการปกครองภายในคล้ายไทย

 

 

บางครั้งการยกตัวอย่างเพลงขึ้นมาก็ต้องกลับไปไตร่ตรองดีๆ ว่าจุดประสงค์ของการทำเพลงและเนื้อหา แก่นแท้ของมันคืออะไร มันอาจทำให้เราเข้าใจอะไรมากขึ้น

 

ความคิดเห็นที่ 6

ควรมองว่ามันคือประโยคสำหรับเตือนใจคนรวย ไม่ใช่ประโยคปลอบใจคนจนค่ะ

เงินซื้อความสุขไม่ได้ แต่ไม่มีเงินนี่ความทุกข์มาแน่นอน

คนรวยไม่ได้มีความสุขทุกคน แต่คนที่ไม่มีเงินเลย(ไม่ใช่ว่าจนเฉยๆ นะ)ไม่มีความสุขแน่นอน

 

 

จากที่ความคิดเห็นที่ 6 บอก ถ้าสังเกตประโยค ‘เงินซื้อความสุขไม่ได้’ ดูดีๆ เจตนาก็เพื่อเตือนใจคนรวยจริงๆ เพราะบางครั้งการมีพร้อมอาจทำให้ลืมตัว

 

ความคิดเห็นที่ 2

เป็นเรื่องหลอกตัวเองของคนบางกลุ่ม จริงๆยังมีอีกหลายอย่าง เช่น ดูสิ คนนั้นจบ ป สี่ยังรวยเป็นเจ้าสัวได้เลย, ความรักที่แท้จริง

ดูจากภายใน ไม่ใช่หน้าตา รูปร่าง, ความสุขเริ่มที่ใจ ไม่ใช่ที่เงิน ฯลฯ

ที่สุดแล้วก็คือสรรหาคำต่างๆมาปลอบตัวเองนั่นแหละ แทนที่จะเอาเวลาไปพัฒนาตัวเองไปสู่จุดที่ดี คนเราชอบหาข้ออ้างปลอบ

ใจตัวเอง เพราะมันทำได้ง่ายกว่า

 

 

ความคิดเห็นที่ 13

ถ้าท่านทุกข์เพราะหิวข้าว แล้วหายทุกข์ได้ ท่านก็จะทุกข์เพราะเรื่องอื่นต่อ อาจจะเล็กน้อยหรือไม่เคยทุกข์เพราะเรื่องนี้มาก่อน

ก็ตาม จะหาเรื่องมาเป็นทุกข์ต่อไม่หมดไม่สิ้นหรอก คนรวยก็เป็นทุกข์ในแบบของคนรวยน่ะ ลองถามดูเค้าทุกข์เรื่องอะไรบ้าง

ฉะนั้น เงินซื้อ ความสุขได้ แต่ไม่ได้ทำให้ความทุกข์หายไป

 

 

ความสุขได้ แต่ไม่ได้ทำให้ความทุกข์หายไป และ…แค่แปบเดียวเท่านั้นด้วยนะ เพราะความสุขภายนอกอยู่แปบๆ ก็เบื่อ

 

ความคิดเห็นที่ 17

ถ้ามีเงินแต่ไม่มีคนร่วมทุกข์ร่วมสุข ชีวิตก็ว่างเปล่า คนรวยแต่ไม่มีความสุข ก็มีเยอะแยะ

 

 

ความคิดเห็นที่ 19

เพราะความสุข มันมาจากจิตคิดปรุงแต่งของตัวเราครับ

ไม่ใช่มาจากเงินมาปรุงแต่งให้เรามีความสุขครับ

 

 

ความคิดเห็นที่ 20

ความสุขที่ว่าซื้อได้คือความสุขทั่ว ๆ ไปที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วครับ ส่วนความสุขที่เงินซื้อไม่ได้มันเป็นสุขแบบนามธรรม เป็นสุขอีก

ระดับหนึ่ง

 

 

ความคิดเห็นที่ 21

ความสุขชั่วคราวทางกาย กับ ความสุขที่ยั่งยืนทางใจ

 

 

ความคิดเห็นที่ 21 สั้นๆ กระชับและได้ใจความ! เหมือนเนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้น ตามไปดูความคิดเห็นที่เหลือกันต่อเลย

 

ความคิดเห็นที่ 22

มีเงิน เวลาเจ็บป่วยไปรพ.เอกชนค่ะ ไม่มีเงิน เวลาเจ็บป่วย รพ.รัฐ รอคิวยาวววววมาก แถมบางคนไม่มีเงินแม้แต่จะไปหาหมอ พื้นฐานแค่นี้ น่าจะบ่งบอกถึงเงินซื้อได้ ความสุขความสบายได้ แต่ไม่สามารถซื้อชีวิตได้ แต่ ยื้อชีวิตเราได้ และเงินสามารถเป็นใบเบิกทางให้เราได้

 

 

ความคิดเห็นที่ 25

เงินมีไว้ซื้อความสะดวกสบาย ส่วนความสุขมีได้โดยไม่ต้องใช้เงินซื้อ

ถ้าคุณเป็นคนประเภทที่ต้องมีเงินเท่านั้น ถึงจะรู้จักมีความสุข คุณก็น่าสงสารมากค่ะ

 

 

ตั้งแต่อ่านมาชอบความคิดเห็นที่ 25 ตรงที่เขาบอกว่า ‘เงินมีไว้ซื้อความสะดวกสบาย’ เพราะมันตรงตัวและสื่อความหมายของคำแบบเข้าใจง่ายๆ แค่ประโยคเดียวโดยไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยุ่งยาก เพราะตัวของคำอธิบายความหมายของมันอยู่แล้ว และความสุขใจเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีเงินซื้อ จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เมื่อมันมามันจะมาพร้อมกับความอิ่มเอม

ความคิดเห็นที่ 31

ความสุขที่ได้จากเงิน มันจะมากช่วงแรก ๆ แต่จะน้อยลงในช่วงหลัง ๆ จนสุดท้ายมันก็ซื้อเพิ่มไม่ได้อีก

เขาเรียกว่า diminishing returns น่ะ กราฟชันช่วงแรก แล้วมันจะน้อยลง ๆ จนเป็นเส้นแนวนอน

เวลาที่ไม่มีเลย แค่มีเงินสักหน่อยก็ซื้อความสุขได้เหมือนขึ้นสวรรค์ ทั้งข้าวปลาอาหาร ความสุขความสะดวกสบายต่าง ๆ

แต่พอถึงระดับนึง เงินก็จะซื้อความสุขได้น้อยลง สมมติถ้าเรามีเตียงอยู่แล้ว เราจะซื้อเตียงที่ดียิ่งขึ้นไปอีก ก็นอนสบายขึ้นนิดนึง

พอรวยมาก ๆ จนมีเตียงที่ดีที่สุดอยู่ ถึงเราจะซื้อเตียงเลี่ยมทอง มันก็ไม่ได้ทำให้เราสบายมากไปกว่านั้นแล้ว แค่ดูหรูหราขึ้น

 

คนที่บอกว่าเงินซื้อความสุขไม่ได้ มันคือคนที่กราฟเป็นแนวนอนแล้ว สำหรับคนพวกนั้นถึงมีเงินอีกเท่าไหร่มันก็ซื้อความสุขเพิ่ม

ไม่ได้อีกแต่คนพวกนี้มักจะลืมไปว่าตัวเองมีความสุขจากการมีทุกสิ่งที่ต้องการอยู่กับตัว เงินมันซื้อความสุขให้อยู่แล้ว แค่ทำเป็น

มองไม่เห็น

 

 

ความคิดเห็นที่ 60

“เงิน”อาจจะซื้อทุกอย่างไม่ได้ แต่ทุกอย่างที่ซื้อได้ต้องใช้”เงิน”

 

 

แหม มาถึงความคิดเห็นสุดท้ายก็ยังคมจนเลือดออก แต่ละความคิดเห็นมาพร้อมกับประโยคชวนคิด บางคนก็ตอบกระทัดรัด สั้นๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความหมายสำคัญ บางความคิดเห็นก็ตอบในเชิงปรัชญาหรือให้คิดเอาเอง ถือเป็นอีกหนึ่งกระทู้ที่หลายๆ คนพร้อมใจอยากเข้าไปตอบ แล้วทุกคนที่อ่านล่ะอยากมีส่วนร่วมในความคิดเห็นของกระทู้นี้หรือไม่ ถ้าใช่ ลองแสดงความคิดเห็นในแบบฉบับคุณดูสิ เพราะความรู้สึกนึกคิดผ่านตัวหนังสืออาจเป็นคำตอบหรือให้แง่คิดดีๆ กับคนอื่นมากกว่าที่เราคิด pantip.com