เกิดเป็นคนไทย…จะอยู่รอดได้ด้วยความ ‘อดทน’ คนจริงเท่านั้นที่จะอยู่ในประเทศไทยได้ค่ะ เพราะคุณจะเหมือนได้ฝึกวิชา สมาธิ ความอดกลั้นไปโดยปริยาย ชีวิตมันก็แบบนี้ อยู่ไม่ได้ก็ออกประเทศไป!…แล้วเอาเราไปอยู่ด้วยนะ อีก 4 ปีค่อยกลับมาอีกที…

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ทำยังไงให้ สามารถอดทนกับรถติดก่อนไปทำงาน หรือ อดทนรอคิวอะไรได้บ้างคะ ?

‘เราเป็นคนจะเครียดมาก ถ้า

1. วันไปทำงาน :

เราจะเครียดมาก ถ้าออกจากบ้านสาย แล้วต้องเจอรถติด ขึ้นลิฟท์คนเยอะๆ

>>>> ทำให้เราต้องรีบตื่น เพื่อจะได้ไม่เจอรถติดและไปถึงที่ทำงาน ตอนคนยังไม่มา ไม่ต้องเบียดเสียดคนเยอะๆ ตอนขึ้นลิฟท์

2. เวลาไป 7-11 จะหงุดหงิดมาก เครียดมาก เวลาต้องต่อแถวคนเยอะๆ

3. ส-อา เราจะไปตอนห้างเปิดเลยค่ะ เพราะ ไม่ชอบไปวนหาที่จอด

ไม่ชอบไปเบียดแย่งร้านอาหารกับใคร บางครั้งเราคิดว่าเราเป็นคนแปลกมากๆนะคะ มีใครเป็นแบบเราบ้างคะ ?’

ความคิดเห็นที่ 1

ไม่เป็นเลยไม่รู้จะตอบยังไงเลย แต่เพื่อนๆ​ที่อยู่ไกลชอบมีนิสัยแบบนี้กันนะครับ พวกอยู่ไกลๆ​ จะกลัวรถติดมาแต่เช้า ส่วนพวกใกล้ๆ​ มาสายตลอด

มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ พฤติกรรมของคนที่อยู่ใกล้จะมาช้ากว่าคนไกลกว่าเสมอ เพราะความกังวลมีต่างกัน

ความคิดเห็นที่ 3

ก็ปกตินะ เพราะผมก็เป็นครับ ไปทำงาน สมัยเริ่มทำงานใหม่ๆ ที่เดินทางไปเอง ผมไปถึงก่อน 7 โมงเช้าทุกวัน หนีรถติดครับ คนแรกๆของ office ตลอด .. แต่ทุกวันนี้ บ้านใกล้ บิดมอไซค์ ยังไงก็ไม่ติด 5 นาทีถึง เลยขยับมา 8 โมง (เค้าตัดสายตอน 8.10 น.) ทำรถ พวกร้านประจำ จะคุ้นผมดี เพราะผมไปรอก่อนร้านเปิดตลอดแทบทุกร้านล่ะครับ

– ร้านศูนย์ล้อ

– ร้านเบรค

– ร้านถ่วงล้อ (อันนี้ไปตอนร้านเปิดแล้ว แต่ก็คันแรกของร้านทุกที)

– อู่เช็คระยะ pulsar (อันนี้ เพิ่งไปไม่กี่ครั้ง ช่างจะตกใจหน่อย ตานี่ มารออะไรแต่เช้า 55)

ผมยอมเสียเวลานอน ตื่นเช้า ออกเช้า แลกกับ ไม่ต้องไปรอคิวไง สะดวกกว่าเยอะ

วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดก็คงวิธีนี้แหละค่ะ ไม่เดือดร้อนใคร สบายใจเราด้วย

ความคิดเห็นที่ 4

ข้อ 1 กับ ข้อ 3 .. ดีแล้ว ที่เป็นการปรับตัว แต่ข้อ 2 .. อันนั้นน่าจะเป็นปัญหา ข้อแนะนำ .. ไปวัด นั่งสมาธิ ทำใจว่างๆ ผ่อนคลาย ให้กับตัวเองบ้างครับ

ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับสมาธิเรา ยิ่งมีเยอะ ความอดทนก็จะมีเยอะตาม

ความคิดเห็นที่ 8

ทุกสิ่งที่คุณพูดมา มันเป็นเรื่องธรรมดาของกรุงเทพฯ วิธีแก้ ฟังธรรมมะใช้ชีวิตให้ช้าลง คุณจะเห็นทุกอย่างว่ามันคือเรื่องปกติ สุดท้ายก็ปล่อยวางไปได้ อีกวิธี อยู่กับตัวเองด้วยหูฟัง ฟังเพลงไปเรื่อย ทำเหมือนอยู่คนเดียวอย่าสนคนอื่น ไปเรื่อยๆ ตามสไตล์ จิตใจไม่ต้องจดจ่อกับการรอ คุณจะสุขขึ้นเอง

ธรรมมะมีส่วนช่วยได้จริงๆ ค่ะ เหมือนแต่ละวันเรารีบเร่งตามสภาพแวดล้อมจนเกิดความตึงเครียด ถ้าสงบจิตสงบใจได้ ตั้งสติในแต่ละวันจะง่ายต่อการตัดสินใจและการดำรงชีวิตมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 10

จะอยู่กับสังคม ต้องเปลี่ยนตัวเอง จะเอาให้ได้ดังใจทุกอย่าง พอไม่ได้แล้วเกิดความเครียด หงุดหงิด อย่างนี้ผมขอเรียกว่า เสียสติ เข้าข่ายตัองบำบัดจิต และบำบัดอารมณ์ สร้างสติและสมาธิกลับมา พูดตรงๆนะ อย่าโกรธกัน พฤติกรรมแบบคุณถูกพบในเด็กที่เอาแต่ใจ ถูกเลี้ยงแบบตามใจมาตลอด ขาดความอดทน ขาดความอดกลั้น ทางอารมณ์และจิตใจ จนติดเป็นนิสัยมาจนโต เหตุการณ์ต่างๆเป็นเรื่องทั่วไปของการดำเนินชีวิตประจำวัน คนที่มีพื้นฐานต่างกัน จะรับกับสภาพที่เจอได้ต่างกันด้วย สิ่งที่คุณจะรับมือกับมันได้ เรื่องรออะไรไม่ได้ คุณต้องทำอะไรก่อนใคร เอาเอง พาตัวเองหนีไปจากคนหมู่มาก ที่ต้องทำอะไรร่วมกัน ซึ่งต้องถามตัวเองว่า คุณทำได้ไหม อยู่ได้ไหม อินดี้พอไหม ถ้าอิโก้เยอะ ก็ต้องยอมแลก นะ

ตรงไปหน่อยแต่มันคือมุมมองที่ทำให้เราได้คิด บางทีสภาพแวดล้อมมันก็อยู่ปกติของมันนี่แหละ แต่เราไปทำให้กลายเป็นปัญหาเอง

ความคิดเห็นที่ 11

ผมรอคิวขึ้นรถไฟฟ้าได้ รอคิวร้านอาหารได้ แต่ยอมไม่ได้เลย ถ้าใครมาแซงคิว เจอบ่อยมาก

โดยปกติเราทุกคนก็รอได้นะ เพราะมันคือมารยาท แต่เรื่องแซงนี่ขอที…โตๆ กันแล้ว ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่รีบแน่นอน

เราทุกคนต่างก็มีความคิดเห็นในเรื่องเดียวกันเมื่ออาศัยอยู่เมืองหลวงที่แออัดและรีบเร่ง แต่ความจริงคือคุณหนีจากมันไม่ได้นอกจากแก้ที่ตัวเอง ปรับตัวตามสังคมให้ใช้ชีวิตมีความสุขและคุ้มค่า

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pantip.com