ถ้าการที่คนมาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แล้วถ้าเปลี่ยนที่เรียน ที่ทำงานละครับ
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

ถ้าการที่คนมาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แล้วถ้าเปลี่ยนที่เรียน ที่ทำงานละครับ

ได้ยินมาบ่อยกับประโยคที่ว่า ‘ไม่ใช่ความบังเอิญ’ ‘ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ’ มีหลายคนเชื่ออย่างไม่มีข้อสงสัย พอคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญบางครั้งมันก็ทำให้สบายใจดีในบางเหตุการณ์ บางสถานการณ์ แต่หารู้ไม่ลึกๆ แล้วคนส่วนใหญ่ก็แอบสงสัยกันทั้งนั้น เพราะไม่มีอะไรชัวร์ 100% แถมมันยังย้อนแย้งกับความคิด เหตุผลบางส่วนจนอดถามไม่ได้จริงๆ เหมือนอย่างเจ้าของกระทู้

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ถ้าการที่คนมาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แล้วถ้าเปลี่ยนที่เรียน ที่ทำงานละครับ

‘ว่ากันว่า คนทุกคน มาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน ศัตรู ครูอาจารย์ หรือแม้แต่คนรักหรือแฟน คนที่เราใช้ชีวิตอยู่ตอนนี้ ถ้าเกิดว่า …….. ตัวเราเลือกที่เรียนอื่น? ที่ทำงานอื่น? ละครับ เราจะยังได้พบเจอกับคนพวกนี้อยู่ไหม กรรมมันจะเปลี่ยนให้ไปพบเจอกับคนอื่นไหมครับ หรือว่า ก็ต้องได้เจอกันอยู่ดี หรือว่ามันทุกอย่างมันถูกกำหนดมาแล้ว ผมค่อนข้างเชื่อเรื่องกรรมนะครับ เพราะมันก็มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นแบบวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้ แต่บางอย่างก็ย้อนแย้งแบบน่าสงสัย …. จะปล่อยไปก็คาใจ 55555 ขอบคุณล่วงหน้าครับ’

คิดแบบไหนแล้วสบายใจก็คิด แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่ใช่ความบังเอิญ มันก็เหมือนกับละคร ม้วนฟิล์มเรื่องหนึ่งนั่นแหละ สุดท้ายก็ถูกเซ็ตมาตั้งแต่แรกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1

อย่าลืมสิคุณเปลี่ยนได้เขาก็เปลี่ยนได้ -3-

ถ้าเปลี่ยนได้ก็แปลว่าไม่ใช่มั้ง

ความคิดเห็นที่ 2

ถ้าชีวิตเราเลือกได้ จะไม่มีคำว่า บังเอิญ พรุ่งนี้ยังคงมีเสมอถ้าเราตื่นมาแล้ว ยังคงหายใจได้ด้วยตัวเอง

เหมือนมองได้หลายมุม ถ้ามองในส่วนความ ‘บังเอิญ’ ความบังเอิญที่ว่าหมายถึงแบบไหน บังเอิญเจอคน สภาพแวดล้อม กับบังเอิญเลือก การตัดสินใจ? คิดว่าความบังเอิญที่ว่าน่าจะเป็นปัจจัยภายนอกหลังเลือกแล้วมากกว่า แต่เรายังขอยืนยันว่า ‘ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ’

ความคิดเห็นที่ 3

บางคนเจอกันตั้งแต่อนุบาลไปจนแก่ บางคนเจอใครก็คบกันแปรบๆ เดี๋ยวก็จากกัน ทุกคนมีกรรมเป็นของตน การเปลี่ยนที่เรียน เปลี่ยนที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็ชาติไหนๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น

ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ขนาดใจคนยังเปลี่ยนได้ทุกๆ นาที

ความคิดเห็นที่ 5

คนมาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องของกรรม (การกระทำ) ทั้งของเรา และของคนอื่น หากเราเปลี่ยนกรรม(การกระทำ) โดยไปเลือกที่อื่นๆ เราก็จะเจอคนที่เลือกที่เดียวกับเราอีก

คำว่า บังเอิญ มันกว้างมาก ซึ่งแล้วแต่มุมมองที่จะมองจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 7

คำถามน่าสนใจ และอยากตอบ แต่การอธิบายกลับไม่ง่ายเลย จขกท.กำลังคิดว่า … ถ้าคุณเรียนมหาวิทยาลัย A แล้วเจอเพื่อนกลุ่มหนึ่ง พอเปลี่ยนไปเรียนมหาวิทยาลัย B ก็จะเจอเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่ง >>>>> เสมือนว่าการเลือกเรียนมหาวิทยาลัย A ของคุณไม่เคยเกิดขึ้น !!! มีความจริงอีกชุดหนึ่งแบบโลกคู่ขนาน มุมมองแบบ Sci-Fi มองมุมนั้นได้ค่ะ มี plot แบบนี้เยอะมากในซีรีส์ของฝรั่ง แต่มุมมองพุทธศาสนาไม่มีอย่างนั้น การกลับสู่อดีตเพื่อเริ่มต้นการเลือกแผนผังชีวิตอีกแบบ เป็นไปไม่ได้ กฏแห่งวิบากกรรมเดินไปข้างหน้าเสมอ เพราะสร้างเหตุปัจจัยเช่นนี้ จึงเกิดวิบากของกรรมเช่นนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นและดำเนินอยู่คือความจริงเซ็ตเดียวเท่านั้น การที่คุณเรียนที่มหาวิทยาลัย A เป็นความจริงของการสอบเข้าที่นี่ กลุ่มเพื่อนของคุณ คนรัก คนรู้จักของคุณที่มหาวิทยาลัย A พวกเขาเองก็ล้วนสร้างเหตุปัจจัยให้มาเจอคุณ มีความจริงเดียวเกิดขึ้นและดำเนินไปเท่านั้น ไม่มีแผนผังความจริงอื่นให้คุณเลือก เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิตแบบโลกคู่ขนานค่ะ !

ตอบยากจริงๆ คนอ่านก็เข้าใจยาก ขนาดบางครั้งพิมพ์เองยังงงเอง

ความคิดเห็นที่ 12

เคยบังเอิญเจอเพื่อนคนเดิมเป็นสิบครั้งและสถานที่แปลก ๆ ทั้งนั้น บางทีก็คิดว่ามันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า แม้จะไม่ได้สำคัญกับชีวิต แต่มันก็บังเอิญเกินไปจริง ๆ เช่น เจอในปั๊มที่เคยไปครั้งแรก เจอที่ต่างจังหวัด เจอในงานที่คนเยอะมาก ๆ ส่วนใหญ่ก็มักเพิ่งรู้จักกันไม่นานเหมือนบังเอิญให้ต้องคุยกันเยอะ ๆ บางครั้งพระพุทธองค์ก็ทรงพยากรณ์เป็นหลายทาง เช่น หากบุคคลนี้ทำแบบนี้ ก็จะมีชีวิตแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาทำแบบนี้ จึงมีชีวิตแบบนี้ เป็นต้น แสดงว่า อนาคตไม่ได้เป็นเส้นตรงตลอดไป เปลี่ยนได้เสมอเพราะการกระทำในปัจจุบัน

สุดท้ายสิ่งที่เราคิดว่าบังเอิญมันอาจจะไม่ใช่ความบังเอิญ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าชีวิตคนๆ หนึ่งก็เหมือนม้วนฟิล์มที่เล่นต่อไปรอวันจบ ถ้าการที่เราคิดแบบไหนแล้วสบายใจก็คิดแบบนั้นนั่นแหละ แม้จะมีข้อสงสัยมากมายแต่มนุษย์ทุกคนตอบไม่ได้หรอก

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pantip.com