ต้องทำยังไง? ให้ ‘เลิกกิน’ ขนมจุกจิก
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

ต้องทำยังไง? ให้ ‘เลิกกิน’ ขนมจุกจิก

เรื่องนี้ถ้าจะขอความช่วยเหลือต้องเริ่มที่ตัวเองรึเปล่านะ? ถึงบอกวิธีไปแต่ทำไม่ได้หรือเคยลองมาแล้วไม่ได้ผลก็ไม่มีประโยชน์ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอนแต่ยับยั้งชั่งใจไม่ได้ คงต้องท่องจำประโยคนึงให้ขึ้นใจแล้วล่ะ ‘ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น’ ต่อให้มีวิธีเป็นร้อยก็แพ้ให้กับความพยายามของการกระทำนะจ๊ะ

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ทำยังไงให้เลิกขนมจุกจิก

‘ทุกคนคะ มีใครมีวิธีลดขนมของตัวเองได้บ้างคะ ออกตัวก่อนว่าเราน้ำหนัก85แล้ว สูงร้อย5ต้นๆ ติดการกินขนมมาก ต่อให้ไม่มีเงินจะกินข้าว ก็จะเอาเงินสุดท้ายของวันนั้นมาซื้อขนม และต่อให้อิ่มมาก จนจะขยอนออกมา สักพักก็จะยัดขนมเข้าไปได้อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น เราเคยกินขนมและน้ำหวานได้มากสุดเท่าที่จำได้ประมาณวันละ5-6ถุงใหญ่ น้ำหวานสูงสุด3แก้วต่อวัน แต่กับของทอด ซื้อมากินไม่กี่ไม้ก็ไม่กินแล้ว โดยการกินขนมแบบนี้มันเริ่มสะสมมาในแต่ละปี ตั้งแต่อยู่ประถมกินทุกวันวันละห่อ เพิ่มเรื่อยๆจนตอนนี้ ซื้อแทบทุกวันวันละ2-3ห่อต่อวัน ไม่รู้จะหยุดยังไง ใครมีวิธีก็ช่วยบอกได้น้า

ปล.สุขภาพ ตอนนี้ปกติแต่อนาคตโดนแน่จ้าโรค

ปล.2 ถ้ามีคนบอกให้พบจิตแพทย์ บอกเลยว่าเคยพบมาตั้งแต่ประถมต้นแล้วจ้า

ปล.3 โสดจะ จะหาแฟนยังไงในเมื่ออ้วนแบบนี้ห้ะอิอ้วน5555555

ปล.4และต่อให้ไม่กินก็ต้องซื้อ ไม่รู้เป็นบ้าอะไร’

ความคิดเห็นที่ 3

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ไม่มีใครช่วยคุณได้

อย่างที่บอกค่ะว่าต่อให้เข็ญวิธีมาให้เป็นร้อยขนาดไหน ถ้าไม่พยายามด้วยตัวเองก็เปล่าประโยชน์

ความคิดเห็นที่ 4

พอผมศึกษาเรื่องฮอร์โมนอินซูลินจะต่อต้านโกรทฮอร์โมน ผมเลิกกินจุกจิกเลยครับ ความรู้ช่วยได้ครับ

เอ๋ๆ ใช้ไม่ได้กับทุกคนนะยู รู้มากไม่ได้แปลว่าทำได้

ความคิดเห็นที่ 5

อาการมันแค่อยากกินเฉยๆ มันเป็นที่นิสัยเสีย ไม่ใช่อาการติด วิธีแก้

1.หาของอย่างอื่นที่ไม่อ้วนมากินแทน เช่น ผลไม้ที่น้ำตาลน้อยๆ

2.พอรู้สึกอยากให้ไปแปรงฟันเลย ช่วยลดอาการอยากได้

แต่บางคนก็ติดของหวานจริงๆ นะคะ โดยเฉพาะผู้หญิงมีแนวโน้มมากกว่าผู้ชาย มันไม่ใช่แค่นิสัยเสียทั่วๆ ไปนี่สิ

ความคิดเห็นที่ 6

มันอยู่ที่ใจตัวเองล้วนๆครับ​ ไม่มีวิธีไหนหรอกที่ช่วยได้​ ถ้าเราตั้งใจอะไรก็ทำได้​

อย่าปล่อยตัวกินตามใจจนเป็นเหมือนผมเลยครับ ผมก็ติดช็อกโกแลต​ และน้ำอัดลมมาตั้งแต่เด็กๆ​แล้วเหมือน​ จขกท​ ยิ่งขนมพวกเป็นแท่งๆเคลือบช็อกโกแล็ตกล่องแดงๆ​ส่วนใหญ่ก็ผสมพวกไขมันทรานส์ทั้งนั้น​ ​วันหนึ่งก็กินหลายกล่องหลายอย่าง​มาก​ ผลสุดท้าย… ไขมันพอกตับ​ ส่งผลให้ตับผลิตน้ำดีผิดปกติ​ จนเกิดเป็นนิ่วในถุงน้ำดี สุดท้ายหมอต้องตัดถุงน้ำดีทิ้ง​ และหมอให้เฝ้าระวังไขมันที่พอกตับ​ ซึ่งถ้าไม่ลดขนมไรสาระที่มีแต่เกลือ​ น้ำตาล​และไขมัน​ อนาคตผมก็จะเป็นตับแข็ง​และมะเร็งตับในที่สุด

จะรอให้เป็นเหมือนผมแล้วถึงเลิกไหม…ลองคิดดูครับ

ขอบคุณตัวอย่างและความรู้ดีๆ จาก คห.นี้ที่อาจทำให้ความคิดหลายคนเปลี่ยนทันที อย่าวัวหายล้อมคอกเลยนะจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 10

เลือกเองค่ะ ระหว่างร่างกายแย่เพราะของที่กิน กับจะขาดใจเพราะของที่คิดว่าต้องซื้อต้องกิน เปลี่ยนทัศนคติชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว

เปลี่ยนทัศนคติชีวิต เปลี่ยนวิถีชีวิต ตั้งใจมุ่งมั่นอย่างจริงจัง

ความคิดเห็นที่ 11

น้ำหวานลองเปลี่ยนเป็นชาจีนไม่ใส่น้ำตาลดูมั้ยครับ ส่วนขนมเปลี่ยนเป็นผลไม้ เช่น ฝรั่ง กล้วย ส้ม มะละกอ แอปเปิล ถั่ว อัลมอนด์

จริงๆ วิธีที่กินอย่างอื่นทดแทนจำพวกผลไม้ก็ดีนะ แต่พอปฏิบัติจริงมันไม่เหมือนเรากินของหวาน ความรู้สึกมันต่างกันเลยหักห้ามใจได้ยาก

อย่างที่รู้กันค่ะว่าของหวาน ขนม ไม่ใช่ของที่มีประโยชน์ ทุกคนรู้ดี แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ยิ่งถ้าคนที่กินจนเกิดความเคยชินติดเป็นนิสัย ไม่เปลี่ยนนิสัยตอนนี้แล้วจะไปเปลี่ยนตอนไหน? อย่าให้สายเกินแก้เลยนะคะ บริโภคอย่างพอเหมาะเพื่อตัวเองกันเถอะ!

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39137307