ชาวเมืองร่วมใจกันอุดหนุนโดนัท เพื่อให้คุณลุงเจ้าของร้านกลับไปดูแลภรรยาที่ป่วยได้ไวไว
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

ชาวเมืองร่วมใจกันอุดหนุนโดนัท เพื่อให้คุณลุงเจ้าของร้านกลับไปดูแลภรรยาที่ป่วยได้ไวไว

“การทำดีกับใครสักคน อาจส่งผลให้ชีวิตคนๆนั้นเปลี่ยนไปตลอดกาล” คำพูดนี้อาจฟังดูสวยงามเกินจริงกับคนที่ยังไม่เคยพบเห็น แต่กับคนที่เคยสัมผัสมาแล้ว เชื่อว่าเขาจะเข้าใจคำพูดนี้ได้ดีเหมือนกับคุณลุงร้านขายโดนัทคนนี้

คุณลุง ‘John Chhan’  เปิดร้านขายโดนัทเล็กๆ ชื่อว่า Donut City อยู่ใน Seal Beach รัฐแคลิฟอร์เนีย แกขายโดนัทกับภรรยาที่ชื่อ Stella มากว่า 30 ปีแล้ว

แต่ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ลูกค้าที่เข้ามาซื้อโดนัทสังเกตเห็นว่าภรรยาลุงแกหายไป จึงเข้าสอบถามและได้พบคำตอบว่า ภรรยาของลุงแกป่วยเป็นโรคสมองโป่งพอง ซึ่งตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพักคนชรา

 

ลุง John Chhan

 

ต้องขอบคุณที่โลกนี้มีอินเตอร์เนต เพราะทันทีที่ได้ข่าวว่าภรรยาลุงแกไม่สบาย ชาวเน็ตที่ทราบข่าวก็รีบป่าวประกาศข่าวลงในนั้น ทำให้ลูกค้าประจำ คนใจดี และคนที่พึ่งรู้จักร้านนี้เป็นครั้งแรก ได้เข้ามาอุดหนุนโดนัทที่ร้านของลุง จนขายหมดเกลี้ยงภายในไม่กี่ชั่วโมง

 

8 โมงครึ่งปิดร้านแล้วจ้า

ถ้าถามว่าโดนัทร้านลุงหมดไวแค่ไหนละก็… ปกติคุณลุงกับภรรยาจะเริ่มขายโดนัทตั้งแต่ตี 4.30 กว่าจะขายหมดปิดร้านก็ราวๆบ่าย 3 แต่พอลูกค้าแห่กันมาช่วยซื้อแค่ 8 โมงครึ่งเท่านั้นคุณลุงก็ขายโดนัทหมดร้านแล้ว

คุณลุงเล่าให้ฟังว่า “ปกติลูกค้าจะเข้ามาซื้อโดนัทกันคนละ 1-3 ชิ้น แต่ตอนนี้บางคนมาซื้อ 12-24 ชิ้น ผมไม่รู้จะขอบคุณพวกเขายังไงดี”

 

เหมาหมดเกลี้ยง

 

Marc Loopesko ลูกค้าประจำของร้าน Donut City ตลอด 18 ปีได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “ผมได้ข่าวเกี่ยวกับภรรยาของคุณลุงในบอร์ดชุมชน เราเลยช่วยกันกระจายข่าวออกไป คนชุมชนของเราคิดเหมือนกันหมดว่า เมื่อใครก็ตามกำลังต้องการความช่วยเหลือ เราจะโยนความแตกต่างทิ้งไว้ข้างหลัง แล้วไปช่วยเหลือเขาในยามยากลำบาก” (โคตรเท่)

 

Marc Loopesko

ส่วนคนโดนัทที่ซื้อไปเยอะๆ เขาก็ไม่ได้เอาไปกินเองหมด แต่เอาไปแจกจ่ายให้กับคนไร้บ้าน คนยากจน หรือไม่ก็เอาไปแจกเพื่อนและญาติ

และอาการของภรรยาลุงโดนัทตอนนี้หลังจากที่เริ่มพูดไม่ได้ ปวดหัว ลืมตาไม่ขึ้น และมีสติแค่ครึ่งเดียวตอนจับมือลุง ล่าสุดก็เริ่มอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยตอนนี้ภรรยาลุงเริ่มกลับมาเขียนหนังสือด้วยมือขวาได้แล้ว

 

ที่มา : abcnews.go.com