คุณคิดอย่างไรในฐานะเเม่บ้าน ที่เเฟนตัวเองซ่อนเงินเรา
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

คุณคิดอย่างไรในฐานะเเม่บ้าน ที่เเฟนตัวเองซ่อนเงินเรา

ครอบครัวเดียวกัน สามีภรรยาย่อมใช้กระเป๋าเดียวกัน ข้อนี้เป็นเรื่องที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว บางคนก็แย้งว่าไม่เห็นจำเป็นต้องกระเป๋าเดียวกันเลย แยกกระเป๋า แยกจ่าย ส่วนของใครของมัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการตกลงเรื่องการเงินภายในครอบครัว ถ้าตกลงแยกกระเป๋าเรื่องซ่อนเงินนี่ไม่มีปัญหาเพราะเป็นสิทธิ์ของเขา แต่ถ้าตกลงว่าใช้กระเป๋าเดียวกันแล้วซ่อน…อันนี้คงต้องพิจารณาแต่ละครอบครัวว่าจะมองแบบไหน ปล่อยได้ก็ปล่อยเพราะหาเงินมาเหมือนกัน…หรือไม่ยอม!

เจ้าของกระทู้เขียนกระทู้ขึ้นมาว่า….

คุณคิดอย่างไรในฐานะเเม่บ้าน ที่เเฟนตัวเองซ้อนเงินเรา

‘ก็ในฐานะพ่อบ้าน เป็นผู้นำครอบครัว เป็นช้างเท้าหน้าที่จะนำพาลูกเมีย (ครอบครัว) มีอนาคต พูดง่ายๆ คือสร้างอนาคตไปด้วยกัน พอวันหนึ่งเกิดการซ้อนเงินภรรยา ลิบเงินเอาไว้ส่วนหนึ่ง(ซ้อนไว้ไม่ให้เรารู้) พูดง่ายๆ คือไม่ให้เงินเมียหมดอะนะ และอีกส่วนหนึ่งคือเอามาให้ผู้เป็นภรรยา ปกติเเล้วผู้เป็นภรรยาก็ให้เงินใช้ไม่ขาดมือ อาหารการกินซื้อเข้ามาให้ตลอด คือเหตุผลที่อยากรู้คือทำไมเอาเงินอีกส่วนหนึ่งเก็บ เเล้วอีกส่วนนำมาให้เรา เเล้วเงินที่ใช้จ่ายเเต่ละครั่งเเต่ละมือคือเงินที่เอามาให้ผู้เป็นภรรยา เเล้วทำไมเขาไม่เอาเงินอีกส่วนที่เขาเก็บไว้มาใช้ล่ะ…..? พอเรารู้เราจะถามดีไหม……..? หรือโวยวายดี…….? ขอคำเเนะนำหน่อย ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะจ๊ะ’

อยากรู้ว่าที่ผ่านมาแฟนเจ้าของกระทู้มีหน้าที่ช่วยออกตังค์ตลอดเลยเหรอ แบบว่าใช้กระเป๋าเดียวกัน? ถ้าเขายังให้ครอบครัวอยู่แต่แอบเก็บบ้างเล็กๆ น้อยๆ ก็ลองปล่อยๆ ดูก็ได้นะ เพราะเขาไม่ได้ทิ้งเรา แต่แค่แอบเก็บเงินเพิ่มส่วนตัวเท่านั้น…อาจมีของที่อยากได้

ความคิดเห็นที่ 2

เราว่าถ้าสงสัยก็ถามได้นะคะ. แต่ถามดีๆ. อย่าไปโวยวายละกัน. ในความคิดเราเรามองว่า ไม่เห็นมีความจำเป็นที่สามีต้องให้เงินภรรยาทุกบาททุกสตางค์เลย. เค้าทำงานของเค้ามาเหนื่อยๆ เค้าก็มีสิทธิ์เก็บไว้ใช้ส่วนตัวบ้างสิ. เค้าก็ต้องมีของที่เค้าอยากได้บ้างหล่ะ จะให้ไปขอเงินเมียทุกครั้งๆมันก็น่าอึดอัดนะคะ.

จริงๆ แล้วอยู่ในสถานะที่ชัดเจน โตๆ กันแล้วเรื่องพวกนี้ถามออกไปตรงๆ อย่างความเห็นนี้ว่าก็ถูกนะ

ความคิดเห็นที่ 3

คนเราก็ต้องมีเงินส่วนตัวกันบ้างนะคะ เป็นเราคงไม่คิดมาก เพราะจากที่อ่านเขาก็รับผิดชอบทุกอย่างอย่างดี จุนเจือครอบครัวไม่ได้ขาด ถ้าเขาอยากได้ของอะไร ต้องมาคอยขอภรรยาตลอด มันก็ดูจะยุ่งยากนะคะ หรือเขาอยากจะซื้อของเซอร์ไพรส์ครอบครัวแต่ดันไม่มีเงิน อันนี้ก็น่าอึดอัดใจอยู่ หรือมีเพื่อนมายืม ญาติพี่น้องพ่อแม่มีเรื่องให้ช่วยเหลือ ตัวเขาจะได้มีสำรองไว้บ้าง ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเอ่ยขอภรรยา คือเราว่าคนเราต่อให้แต่งงานแล้วก็ควรมีเงินเก็บเป็นของตัวเองอยู่บ้างนะคะ ถ้า จขกท ข้องใจ ก็ถามเขาดูก็ได้ค่ะ แต่ไม่ต้องโวยวาย ไม่ต้องชวนทะเลาะ จริงๆให้เขาแบ่งเงินไว้เก็บเองได้บ้าง แต่ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆแบบนี้ คือการมาแอบทำลับหลังมันรู้สึกไม่ดีนะ บอกเขาไปค่ะ ถ้าไม่หนักหนา จขกท ก็ให้เขาได้มีเงินเก็บของเขาบ้างเถอะค่ะ

ใช่เลย คือส่วนหนึ่งเขาก็ช่วยเหลือ เงินเขาก็หามาเอง จะเก็บไว้บ้างก็ไม่น่าเกลียด คิดเสียว่าเป็นค่าแรงเล็กๆ น้อยๆ

ความคิดเห็นที่ 4

เงินเขาหามา ถ้าเขาไม่ได้เอาไปทำไม่ดี ปล่อยเขาเถอะค่ะ เขาก็ดูแลคุณดีอยู่ให้เขามีเงินสำรองติดตัวบ้าง ถ้าเราหาได้ก็กองกลาง 50 เก็บ 50 เหมือนกัน

ถ้าไม่ได้เอาไปทำอะไรไม่ดีก็หมดห่วงแล้ววววว

ความคิดเห็นที่ 5

เป็นผม ผมจะอึดอัดที่ต้องขอเงิน (ของผมเอง )จากภรรยา ค่าใช้จ่ายของครอบครัวเท่าไหร่ ก็ว่ามา แล้วก็ตัดไปให้ แต่ที่เหลือ ผมจะใช้อะไรก็เรื่องของผมมั้ง จะอ้างว่า สร้างอนาคตร่วมกัน ภรรยาต้องรู้หมดนี่ คงเหมาะสำหรับผู้ชายบางคนเท่านั้นครับ

ในความคิดผู้ชายบางคนก็คิดว่าพฤติกรรมการใช้กระเป๋าร่วมกันนี้สร้างความอึดอัด…เรื่องแบบนี้ต้องคุยกับก่อนแต่งจริงๆ แหละ

ความคิดเห็นที่ 6

ถ้าไม่สบายใจถามเค้าไปตรงๆก็ได้ค่ะ แต่ถามดีๆนะคะ อย่าโวยวาย บางทีที่เค้าซ่อนเงินอาจจะเป็นเพราะเค้าอยากเอาไว้ซื้อของเล่นหรือของส่วนตัวบางอย่าง แล้วอาจจะกลัวว่าเราจะบ่น ค่ะ อย่างสามีเราก็ชอบอุ๊บอิ๊บเงินไว้ค่ะ เก็บไว้ซื้อพวกอะไหล่แต่งรถ เรารู้แต่ก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ พอเค้าเก็บเงินจนซื้อของเค้าได้เราก็แกล้งแซวว่าเอาเงินมาจากไหน เงินเดือนให้เมัยหมดแล้วหนิ เค้าบอกอุ๊บอิ๊บไว้ทีะเล็กละน้อย เพราะไม่อยากขอเรากลัวเราบ่น กลัวเราไม่เข้าใจ กลัวเราว่าไร้สาระ ประมาณนี้ค่ะ บางทีก็เป็นความสุขเล็กๆของเค้าค่ะ ถ้าเค้าไม่ได้อุ๊บอิ๊บไปทำอะไรเสียหาย ปล่อยเค้าไปเถอะค่ะ ถือเป็นความภูมิใจอย่างนึงของเค้า ถ้าอุ๊บอิ๊บแล้วเมียๆอย่างเราจับไม่ได้ 😁😁

ทุกคนมีของที่อยากได้ แฟนเจ้าของกระทู้ก็อาจมีเหมือนกัน หรือไม่แน่ถ้าดีกว่านั้นก็เก็บเงินทำเรื่องเซอร์ไพรส์

ความคิดเห็นที่ 7

อ่านวนอยู่หลายรอบ ถึงเพิ่งเข้าใจว่าที่คุณสงสัยคือ ในเมื่อสามีแบ่งเงินเก็บเอาไว้แล้ว ทำไมเวลาใช้จ่าย ก็ยังต้องมาใช้จ่ายในส่วนที่แบ่งมาให้คุณอีก แล้วเงินที่เค้าเก็บละ เอาไปไหนหรือทำอะไร ทำไมเค้าถึงไม่ใช้เงินส่วนนั้น แบบนี้ใช่รึป่าว ก็ต้องย้อนถามกลับว่า หากสามีให้เงินคุณเก็บหมด คุณแฟร์กับเค้าแค่ไหน ที่คุณว่าให้เงินใช้ไม่ขาดมือ คือให้โดยไม่อิดออดหรือไม่ เวลาเค้าอยากซื้ออะไร คุณซื้อให้ โดยที่ไม่ต้องมีการบ่นด้วยรึป่าว และไหนจะเรื่องเงินออมอีก คุณได้ออมเงินให้เค้าบ้างมั๊ย ไม่ใช่ว่าเก็บเงินเค้าหมด แต่ไม่เเบ่งเก็บเอาไว้ให้เค้ายามฉุกเฉินเลย ก็ไม่ไหวนะคะ

สิ่งที่ลืมคิดคือเวลาฉุกเฉิน เงินสำรองตามความเห็น 7

ความคิดเห็นที่ 8

ถ้ากลับกัน คุณหาได้เท่าไหร่ให้เอามาไว้ที่เค้าให้หมด แล้วเขาอ้างว่าเค้าเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นช้างเท้าหน้า เดี๋ยวเค้าจะดูแลเรื่องการเงินเอง คุณยอมมั้ยล่ะ ถ้ายอมก็สลับกันไปเลย ทุกคนทำงานมาเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ก็อยากมีความมั่นคงทางความรู้สึกบ้าง อยากใช้จ่ายตามใจบ้าง ต้องมานั่งขอเหรอ? แต่งงานกันต้องเก็บทุกเม็ดเลยเหรอ ใครกำหนดว่าผู้หญิงหรือผู้ชายฝ่ายไหนเก็บเงินเก่งกว่า? ใช้เงินเป็นมากกว่ากัน? ผู้หญิงน่าจะถามตัวเองนะว่าทำไมเค้าต้องซ่อน? ถ้าเค้ามีหญิงอื่น ต่อให้คุณยึดเงินเค้าทั้งหมด เค้าก็มีวิธีไปอยู่ดี เห็นมานักต่อนักแล้ว หรือถ้าอีกฝ่ายมือเติบก็หาวิธีอื่นมั้ย ชวนเค้าออมโน่นนี่ทุกเดือนอะไรก็ว่าไป ไม่ใช่จะเอาทั้งหมด ผู้ชายบางคนขี้เกียจดูแลเงินก็เลยให้เมียเก็บมี ก็แยกเป็นกรณีไป แต่นี่เค้าไม่อยากให้ทั้งหมด ไหงทำเหมือนเค้าทำผิดล่ะ ยึดของเค้าไว้หมด แถมจะให้เค้าใช้ในส่วนที่เค้าอยากเก็บอีก กะว่าให้ไปไหนไม่รอดงี้ใช่มะ ไม่ได้ผลหรอกคุณถ้าเค้าจะไปอ่า คนเราจะสร้างครอบครัว ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาชีวิตไปขึ้นอยู่กับอีกฝั่งเลย เงินเค้า เงินเรา เงินกองกลางเพื่อค่าใช้จ่ายในบ้าน เงินออมเพื่ออนาคต แบบนี้ถึงจะเรียกว่าร่วมกันสร้างครอบครัว ถ้ายังยืนยันว่าวิธียึดเงินของอีกฝ่ายไว้ทั้งหมดเป็นวิธีชนะเลิศ ก็ค่อย ๆ พูดอย่าไปโวยวาย มันเป็นแพทเทิร์นของเมียที่น่าเบื่อมาก ๆ ในความคิดเราเลยอ่า

หลายๆ ความเห็นคิดว่าการเก็บหรือซ่อนเงินที่เจ้าของกระทู้พูดถึงสามีไม่ใช่เรื่องแย่อะไรมาก เพราะทุกคนมองว่าเป็นเงินที่มีเหตุผลได้หลากหลาย อีกทั้งทำงานเลี้ยงครอบครัวเองเก็บเล็กเก็บน้อยก็เป็นสิทธิ์ของเขา ไม่รู้ว่าผลสรุปโดยรวมจะเหมือนทุกคนหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ คือต่างคนต่างความคิด

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pantip.com