ความคิดแบบนี้เราก็ได้ยินมานานแล้วค่ะ ตั้งแต่สมัยปู่ย่า ตายาย บอกสอนต่อๆกันมา แต่ทุกวันนี้ สภาพแวดล้อมสังคมเปลี่ยนไปจากเดิมมาก แต่ก่อนผู้ชายออกไปทำงานข้างนอกฝ่ายเดียว แต่ตอนนี้กลับกันฝ่ายหญิงออกไปทำงานนอกบ้านเยอะแยะค่ะ เวลาจะดูแลงานบ้านก็เลยไม่มี

ดังกระทู้ที่ว่า…

คิดยังไงกับผู้ชายที่บอกว่างานบ้านทุกอย่าง ผู้หญิงควรทำ

“มีแฟนค่ะ แล้วคือต่างคนก็ต่างทำงาน เวลาหยุดก็ไม่ตรงกัน เราแค่บอกว่าวันหยุดขอให้ซักผ้าได้ไหม เขาบอกว่าเหนื่อยวันหยุดก็อยากพัก และตอบกลับมาว่าผู้หญิงควรทำไม่ใช่หรอ คือบางทีเราหยุดอาทิตย์ละวันผ้า2คนมันเยอะแค่บอกว่าซักผ้าตัวเองก็ได้ถ้าไม่อยากซักหมด นางบอกว่าเราไม่อยากทำให้เพราะกลัวเสียเปรียบ คือหมดคำจะพูดเลยค่ะ ยังบอกอีกนะว่าอยู่ด้วยกันทำไมถึงแยกซัก คือไม่เข้าใจที่เราพูดเลย พยายามอธิบายก็เหมือนจะเข้าใจผิดทะเลาะใหญ่โต เห้อ”

ความคิดเห็นที่ 1

ผมทำนะครับ ซักผ้าไม่เห็นจะยาก ใส่เครื่อง ใส่ผงซัก แค่นั้นเอง

จริงๆแล้วงานบ้านทุกคนสามารถทำได้ค่ะ ไม่ยากเลย ตอนที่เราเป็นโสดทำยังไง เราก็ทำอย่างนั้น บางครั้งเราเห็นแฟนทำงานเยอะจนเหนื่อย เราก็สามารถช่วยทำในสิ่งที่ทำได้

ความคิดเห็นที่ 2

บางคน…บางคนนะ …… เอาเปรียบภรรยานี่ไม่น่ารักเลย ไม่ได้มาหาเสียงนะ คิอเราเกิดมาจนน่ะ…..รู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรสำหรับชีวิตสามีภรรยา ช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีกว่า ถึง จขกท ยังไม่ควรมีลูกนะ คุณ จขกท จะยิ่งลำบากอีกหลายเท่า

ใช่ค่ะ อยู่ด้วยกันเราก็ต้องช่วยเหลือกัน ในทุกๆอย่างเพื่อแบ่งเบาภาระ ซึ่งกันและกัน

ความคิดเห็นที่ 3

คำว่างานบ้านทุกอย่างผู้หญิงควรทำ. มันใช้ได้กับสมัยก่อน . ที่ผู้ชายทำงานนอกบ้านคนเดียว. เป็นคนหาเลี้ยงครอบครัวและผู้หญิงอยู่บ้านเป็นแม่บ้าน. ปัจจุบันถ้าทำงานนอกบ้านทั้งคู่. ก็ควรช่วยๆกันทำ. ช่วยกันแบ่งเบาภาระกันไป.

เห็นด้วยค่ะ สมัยนี้มีเยอะที่สามีและภรรยาทำงานนอกบ้านทั้งคู่ เลิกงานมาก็คงจะเหนื่อยทำคนเดียวไม่ไหว ก็ต้องช่วยกันทำแล้วจะไม่เหนื่อยมาก งานจะได้เสร็จไวๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4

เกลียดคนแบบนี้ ให้เขาอยู่คนเดียวไปเถอะ รักกันก็ช่วยกันดิ

ความรักคือการเสียสละ และพร้อมที่จะทำให้กับคนรัก เมื่อเรารักภรรยา เราก็ไม่อยากให้เขาเหนื่อยจนเกินไป เราก็ช่วยเขาได้ค่ะ นั่นคือการแสดงความรักให้ภรรยาเห็น

ความคิดเห็นที่ 6

ถ้าเจอแบบนี้เป็นเราจะเลิกค่ะ อย่าหาว่าใจร้ายเอะอะยุให้เลิก
แต่ปัญหานี้คือแก้ยากมาก เพราะมันมาจากทัศนคติและสามัญสำนึกในส่วนลึกของเขา ที่ตัดสินไปแล้วว่า งานบ้านเป็นงานของผู้หญิง เขาจะไม่สนใจบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปจากยุคผู้หญิงทำงานบ้านเลี้ยงลูก ผู้ชายทำมาหากิน แม้ว่าจะมีใครมาอธิบายเหตุผลต่างๆ เขาก็จะไม่รับรู้ คุณจขกท.จะลองจับเข่าคุยกันกับแฟนในประเด็นนี้ก่อนก็ได้ค่ะ นึกภาพแต่งงานมีลูก งานนอกบ้านก็ต้องทำ ในบ้านก็ต้องเรี่ยม ลูกเต้าก็ต้องดูแล หนักแน่ๆงานนี้

ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ อย่าพึ่งตัดสินใจเลิกทันที เราว่าควรจะคุยกันก่อนเพื่อให้รู้ว่าเราต้องการอะไร เขาสามารถที่จะช่วยเราได้มั๊ย มันเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7

คิดว่า ใจร้ายมากกกกกก ค่ะ อยู่กับผู้ชายแบบนี้ เหนื่อยแน่ค่ะ ทั้งเหนื่อยกายเหนื่อยใจ ยิ่งถ้าวันไหนมีลูก จขกท.จะยิ่งกดดัน แบกรับภาระทั้งหมดไม่ไหวแน่ๆ แต่งไปเป็นภรรยาค่ะ ไม่ใช่คนใช้ ไม่ได้ขอให้คุณดูแลเราเหมือนเจ้าญิง แต่คุณก็ต้องไม่ทำตัวเป็นคุณชาย ชี้นิ้วสั่งเราเหมือนกัน คำว่า คู่ชีวิตคือคนในครอบครัว เพราะฉะนั้นควรช่วยกันคนละไม้คนละมือค่ะ คุณน่ารักกับเรา เราก็จะแสนดีกับคุณ ช่วยกันทำงานบ้าน เราไม่เหนื่อยมาก ก็มีแรงทำการบ้านอย่างดีนะคะ ถนอมเราบ้าง ดูแลเราบ้าง เราจะได้อยู่ดูแลคุณ ดูแลลูกไปนานๆ เป็นเราคงคุยตรงๆแบบเด็ดขาดค่ะ แบ่งหน้าที่กันชัดเจน คุณไม่อยากซักผ้าหมด งั้นพีซักให้หมดเลย แต่คุณช่วยเรารีดสักครึ่งนึงได้ไหม เรากวาดบ้าน คุณถูบ้าน เราทำกับข้าว คุณขัดห้องน้ำ ถ้าเขาบอกจะไม่ทำอะไรสักอย่างเลย เฮ้อออ ไม่ทนเหนื่อยต่อไป ก็คงตัดใจเลิกนะคะจขกท.

ถ้าจะมองเป็นกลาง เราเห็นว่างานบ้านบางอย่างสามีเราสามารถทำได้ค่ะ แต่ไม่ทุกอย่างนะ การแบ่งงานกันเราว่ายังไม่ใช่การแก้ปัญหา ถ้าทั้งสองคนรักและเข้าใจกัน เมื่อมองดูแล้วทุกอย่างในบ้านก็ช่วยๆก้นได้ โดยไม่ต้องบอกเลยค่ะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39034728