ขึ้นชื่อว่า ‘คนไทย’ 99.9% ทุกคนต้องเคยเข้ากรุงเทพมาบ้าง อย่างน้อยก็หนึ่งครั้งในชีวิตนั้นล่ะ เพราะกรุงเทพเป็นเมืองหลวงและมีครบทั้งด้านการศึกษา ด้านการงาน บางคนออกมาจากบ้านเกิดตั้งแต่รุ่นๆ เพื่อหาเงิน เพื่อเรียน เป็นประสบการณ์ต่างที่ครั้งแรก บ้างก็มีประสบการณ์ในด้านบวก บ้างก็ด้านลบ ถ้าอยากรู้ความรู้สึกการเข้ากรุงเทพครั้งแรกของแต่ละคน ต้องตามกระทู้นี้เลย!

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

ความรู้สึกตอนเข้ามาใช้ชีวิตใน กทม. แรกๆ เป็นยังไงกันมั่งคะ

‘ท่านที่มาจากจังหวัดอื่นแล้วเข้ามาใช้ชีวิตใน กทม ช่วงแรกๆ เป็นยังไงกันมั่งคะ อย่างเราเข้ามาเรียนใน กทม. เมื่อประมาณสิบปีก่อนค่ะ จากที่ทั้งชีวิตก่อนหน้านั้นอยู่ที่ เชียงใหม่ มาตลอด เคยมา กทม. บ้าง แค่เข้ามาเยี่ยมญาตินานๆ ที มาอยู่ช่วงแรกตื่นเต้น คนเยอะ รถเยอะ แอบกลัวไปสารพัด กลัวคนล้วงกระเป๋า กลัวหลงทาง ขึ้นรถเมล์ครั้งแรก จากรามอินทราไปอนุสาวรีย์ชัยฯ ขากลับ งง ลืมป้ายรถ จำไม่ได้ว่าต้องขึ้นรถเมล์จากตรงไหนของวงเวียนเพื่อกลับบ้าน คิดย้อนไปก็ขำตัวเอง แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดี การเข้ามาอยู่ กทม ทำให้เรามีสติ และรู้จักเอาตัวรอด มากขึ้น แล้วประสบการณ์ท่านอื่นๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ ^^’

ของขึ้นชื่อก็คงหนีไม่พ้นรถ จราจรบนท้องถนน ความแออัด แน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 2

ตื่นเต้น ชอบอย่างแรก คือการเดินทาง รู้สึกว่าสะดวกกว่าบ้านเรามาก ถึงรถจะติด ต้องวางแผนการเดินทางดีๆ ก็มีรถไปได้แทบจะถนนทุกสายในกทม ผิดกะบ้านเรา ไม่มีรถส่วนตัวลำบากมาก อีกอย่างที่ชอบ เราพอหาโซนที่คนไม่เผือกไม่ยุ่งกันได้ ต่างคนต่างอยู่ สบายใจกว่าบ้านเรามาก อีกอย่าง ผู้คนหลากหลายมาก มีทุกแบบ ทำใหเดราพอหาคนที่เหมือนกัน สนใจเรื่องเดียวกันได้ไม่ยาก มันทำให้สิ่งต่างๆหลากหลายไปด้วย เช่นอาหารการกิน วิถีชีวิต มันมีทางที่เหมาะกับเราให้เลือกเยอะดี กลัวคนล้วงกระเป๋า กลัวโจรไรงี้ ไม่ได้กลัวน้แยไปกว่าบ้านตัวเอง เชียงใหม่ในตัวเมืองก็มีโจร มิจฉาชีพเยอะ ต้องระวังตัวแยะเหมือนกัน อยู่แรกๆ มองเห็ยข้อดีเยอะ อยู่ไปนานๆโน่นแหละ เริ่มคิดถึงบ้าน แต่ถ้าให้เลือก ถ้าเลือกได้ เราว่าใช้ชีวิตในกทม ก็ดีกว่าตจวอีกหลายที่

แต่ปัจุบันต่างจังหวัดบางจังหวัดเดี๋ยวนี้ก็หารถสายง่ายนะ สำหรับบางคนอาจจะชอบการเดินทางในต่างจังหวัดมากกว่า เพราะมันก็สบายอีกแบบ ที่กทม ต้องวางแผนดีๆ เรื่องเวลาสำคัญมาก

ความคิดเห็นที่ 3

ลงมากรุงเทพใหม่ๆ ให้คำเดียวครับ อึดอัด เดิมเป็นคนภาคเหนือ พอลงมาแล้วเจอความชื้นสัมพัทธ์เข้าไป ทั้งร้อน ทั้งชื้น อึดอัดสุดยอด ขนาดอยู่กลางแจ้งยังอึดอัดเงี้ยน่ะครับ

เป็นเมืองหลวง เป็นแหล่งรวมทุกๆ สิ่งจะไม่อึดอัดก็ให้มันรู้ไป สำหรับบ้านคนที่มีสนามหญ้ามีธรรมชาติอยู่บ้างนี่ช่วยได้เยอะเลย โอโซนหายากใน กทม

ความคิดเห็นที่ 6

‘งง’ คำเดียวสั้นๆครับ 55555 ไปไหนไม่ถูก คนเยอะแยะไปหมด แถมต้องเร็วด้วย คือปกติผมทำอะไรช้าอยู่แล้ว พอมากรุงเทพฯนี่เหมือนกดปุ่มกรอไปข้างหน้าอะ แต่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ครับ มันวุ่นวาย และเสียเวลาบนท้องถนนนานเหลือเกิน

รู้สึกทุกอย่างมันเร็วไปหมด กระทั่งเวลายังคิดว่า…เฮ้ย! นี่มันเท่ากันเหรอ เอะอะ อะไรก็แปบๆ

ความคิดเห็นที่ 7

เฉยๆ ครับ เพราะตอนอยู่ใต้ ก็ใช้รถตู้เป็นหลัก พอมา กทม. ก็ต้องใช้รถตู้ รถเมล์ตอนเรียน ม. ต้น ก็ขึ้นกลับบ้านบ่อย แค่ต้องจำสายกับตำแหน่งที่จะลงให้ได้ ส่วนเรื่องบรรยากาศ ผู้คนนั้นไม่มีปัญหา เพราะที่อยู่ตอนนั้น คนใต้ทั้งเพ แถวนั้นเรียก ราม 2 (เรียกก่อนจะมี ราม 2)

บางคนก็ไม่ค่อยต่างมาก เพราะสภาพแวดล้อมจากที่บ้านกับการเปลี่ยนแปลงมีไม่มาก

ความคิดเห็นที่ 20

แรก ๆ ที่มาอยู่เลย คือ งงมาก แล้วไม่เข้าใจด้วยว่าคนกรุงเทพฯ จำสายรถเมล์ได้ยังไง แบบมีหลายสาย หลายเลขไรเงี้ย แล้วที่สำคัญเราไม่รู้จักป้ายรถเมล์ด้วย คือ ไม่รู้ว่าตรงไหนคือป้ายที่รถจะจอด จนต้องถามเพื่อนที่เป็นกรุงเทพฯ และขึ้นต้นคำถามด้วยประโยคที่ว่า “แก ขอเราถามโง่ ๆ หน่อยนะ…” เรียกว่าออกตัวไว้ก่อนเลย (ป้ายรถเมล์สำหรับเรา อันเล็กมากเลยนะ เทียบกับถนนหนทางที่มีคนเดินมีอะไรไม่รู้มาบังทัศนวิสัย คือ ถ้าคุณไม่รู้มาก่อนว่าตรงไหนมีป้ายรถเมล์ จะกดลงไม่ตรงป้ายนะเราว่า) อยู่กรุงเทพฯ เราไม่เคยประมาท เราไม่เคยมีความคิดว่า “เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นกับเรา” เราค่อนข้างระวังพอสมควร เรียกว่าช่างสังเกตมากขึ้น ตอนมาอยู่ที่นี่แหละ คนขับแท็กซี่ คนถามทาง สังเกตหมด ใครมีพฤติกรรมแปลก ๆ นี่ห่างไว้ก่อน เราไม่ค่อยกลับบ้านดึกเลย เอากระเป๋าไว้ด้านหน้าเวลาช็อปปิ้ง ส่วนเรื่องที่ชอบมากในกรุงเทพ คือ คนไม่สนใจกัน แบบคุณกินก๋วยเตี๋ยวคนเดียวที่ร้านข้างทางหรือในห้าง การทำอะไรคนเดียว หรือกิจกรรมใด ๆ ของคุณ ทั้งการแต่งตัวและอิริยาบถ จะไม่ถูกมอง ไม่ถูกเพ่งเเล็งว่าพิลึกกึกกือ ในขณะที่สังคมต่างจังหวัดการทำอะไรคนเดียวอาจถูกมองว่า “ทำไมมากินคนเดียว มาดูหนังคนเดียวไรงี้” สบายตรงนี้ อีกเรื่อง คือ กรุงเทพฯ ค่อนข้างมีระเบียบในสังคมพอควรนะ เพราะคนมันเยอะ เช่น การเดินหรือต่อแถวในรถไฟใต้ดิน การจ่ายเงินในเซเว่น (แม้จะมีเบียด ๆ แซง ๆ กันบ้าง แต่ยังมีคิวนะ) ในขณะที่ต่างจังหวัดนี่แทบจะตามใจฉัน บางคนอาจมองว่า คนกรุงเทพฯ ไร้น้ำใจ เราว่าไม่เสมอไปนะ เราอยู่มาเกินสิบปีแล้ว เรื่องแย่ที่เจอก็เยอะ เรื่องดีก็มาก แต่ที่จำได้ไม่ลืม คือ เราหกล้มที่อนุสาวรีย์ชัยฯ แบบล้มลงไปทั้งตัวเลย ทั้งแขนทั้งขาไถลไปกับพื้นเลย เป็นช่วงเช้าเวลาเร่งด่วนด้วย เราจำได้ว่า มีผู้ชายคนนึงมาหิ้วปีกเราขึ้นเลย แบบเอามือช้อนใต้รักแร้ให้เราลุกนั่ง มีคนมาช่วยเยอะมาก ทั้งคนช่วยเช็ดเลือดโดยไม่รังเกียจ เอาน้ำมาล้างแผล ให้ยาทาอีก แบบทุกคนช่วยกันไม่ได้นัดหมายมากเลย ประทับใจมาก เจ็บตัวแต่ซึ้งใจ ตอบนอกเรื่องไปเยอะเลย เล่าแล้วยาว อิอิ

ความเห็นนี้ละเอียดยิบบบบบบบ ดูเหมือนทุกคนจะพร้อมใจกันบอกว่า งง!

ความคิดเห็นที่ 29

เป็นคนเหนือครับ เข้ากทม.ครั้งแรกหาเพื่อนตอนปี 44

-หมอชิตคนเยอะมาก แววตาคนตจวฟีลมาหาความหวังที่นี่

-แท็กซี่ขับเร็ว

-บ้านเพื่อนที่มารับอยู่แถวๆดินแเดง แอบมืดๆทึมๆ แต่ไม่น่ากลัว

-เดินสยามสาวๆน่ารักดี ของแพงได้แต่มอง

-อยู่สักพักก็คิดถึงบ้าน รู้สึกโหวงๆแปลกๆ

ข้อที่มาจากประสบการณ์ ความรู้สึกและความทรงจำตอนมา กทม ครั้งแรก เหมือนรื้อฟื้นความรู้สึกในอดีตไรงี้

ความคิดเห็นที่ 31

ขอปักไว้อ่าน กำลังจะเข้าไปใช้ชีวิตในเมืองกรุงค่ะ ปัจจุบันอยู่นครปฐม จะเข้ากรุงเทพเฉพาะที่จำเป็น แต่รู้สึกอยากเรียนหนังสือเพิ่มค่ะ คอสเรียนภาษาต่างๆก็น่าเรียน ทำให้รู้สึกอยากไปอยู่กรุงเทพมากขึ้นเพราะเดินทางสะดวก เกิดมาทั้งชีวิต mrt bts ไม่เคยนั่งเลยค่ะ นั่งรถเมล์ยังไม่ถูกสาย แต่ดีมีปากถามทาง ถามสายรถคนอื่นเอา 5555 คงต้องศึกษากันอีกยาว…… กำลังคิดอยู่ว่าเราจะใช้ชีวิตรอดมั้ยในกรุงเทพแบบตัวคนเดียว

กรุงเทพถ้าไม่นับความเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม เรื่องดีๆ ก็มีอยู่มาก เป็นเมืองที่ให้โอกาสเราได้หลายอย่าง

ความคิดเห็นที่ 33

ประสาทจะรับประทานค่ะ ฮืออออ…ทุกวันนี้ก็เหมือนป่วย

ป่วยที่ว่านี่คือป่วยตอนกลับหลังเลิกงานใช่ไหมคะ ช่วงเลิกงานนี่สังเกตทุกคนจะสภาพเหมือนซอมบี้ อิดโรยสู้ชีวิตกันไป แต่นอกจากความเหนื่อยล้า แสง สี เสียง เพื่อให้ผ่อนคลายก็มีมากจริงๆ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pantip.com