คบกับแฟนมาเป็น 10 ปี แต่ยังไม่ได้แต่งงานสักที
ผู้ชายที่ไม่ชอบง้อแฟนไม่กลัวเสียแฟนไปหรอ?

คบกับแฟนมาเป็น 10 ปี แต่ยังไม่ได้แต่งงานสักที

หลายๆ ครั้งที่เรื่องแต่งงานกลายเป็นเสื้อผ้ามือสอง ดูราคาถูกและมูลค่าลดลง นั่นเพราะอะไร? เพราะการให้ความสำคัญที่เป็นเพียงตัวเลือก ไม่มีกำหนดอะไรจริงจังที่แน่ชัด อาจมีคุยกัน แต่ด้วยพฤติกรรมของเราเองบางอย่างมันย้อนแย้งทำให้ความเข้มข้นของการแต่งงานดูเจอจางลง การจะได้รับความสำคัญกับอะไรนั้นเราต้องพิจารณาดูตัวเราเองก่อนว่าเหมาะสมที่จะได้รับมันหรือเปล่า ให้ความสำคัญกับมันพอหรือยัง และความศักดิ์สิทธิ์ของสิ่งนั้นยังคงมีอยู่ไหมในชีวิตคู่ของเรา

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

คบกับแฟนมาเป็น 10 ปี แต่ยังไม่ได้แต่งงานสักที

‘เราคบกับแฟนมา 10 กว่าปีแล้วค่ะ เค้าเป็นคนดีค่ะ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่ชอบออกนอกบ้าน ชอบอยู่บ้าน ไม่ชอบเที่ยว มีไปกับเพื่อนบ้างบางครั้งปีละครั้งสองครั้งค่ะ แฟนอายุ 30 ต้น ๆ ค่ะ ส่วนเรากำลังจะ 30 ปัจจุบัน อยู่ด้วยกันที่บ้านแฟนค่ะ พ่อกับแม่แฟนก็เอ็นดูเรา เห็นเราเป็นลูกสาวท่านอีกคน ส่วนทางบ้านเราก็เอ็นดูแฟนเราค่ะ ท่านเห็นว่าด้วยปัจจัยเรื่องที่ทำงานและหลาย ๆ อย่างก็เลยอนุญาตให้มาอยู่บ้านนี้ได้ ปัญหาของเราคือ เรื่องแต่งงานค่ะ เราเคยถามเมื่อประมาณต้นปี ตกลงกันว่ากลาง ๆ ปี เราจะหมั้นกันไว้ก่อน แล้วเก็บเงินซักสองปีแล้วค่อยจัดงาน เพราะเรารู้สึกเกรงใจที่บ้านเรา ส่วนหนึ่งต่อให้ท่านอนุญาตเราก็อยากให้ท่านสบายใจไม่ใช่มาอยู่บ้านเค้าเฉย ๆ แต่นี่คือ จะสิ้นปีแล้วแฟนเราก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ตอนนี้เรารู้สึกว่าเค้าไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งที่คุยกันไว้เลย เรารู้สึกเหมือนเราไม่มีค่า จนบางครั้งเรารู้สึกอยากย้ายงาน อยากกลับบ้านเรา แต่เราก็รักเค้าค่ะ กลัวว่าพอถึงเวลาที่เรากลับบ้านจริง ๆ เค้าก็คงไม่ขัดเรา แต่ทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป เราควรทำยังไงดีคะ?’

ที่ครอบครัวฝ่ายชายยอมรับเรามันก็ดีนะ แต่ความเรียบร้อยดีทุกอย่าง ไม่มีอะไรให้ต้องคิดมากนี่แหละ ทำให้ตัดสินใจพลาด เป็นปกติที่ทุกคนจะรู้สึกเฉยชาต่อสิ่งที่ไม่จำเป็น ในเมื่อได้อยู่ด้วยกันความ การแต่งงานก็ดูเปล่าประโยชน์

ความคิดเห็นที่ 1

ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกแล้วคุณคิดช้าไปแล้วครับเขาจะแต่งไม่แต่งเขาเลือกได้มีแต่คุณที่เสียมาอยู่บ้านเขา

ใช่แล้ว ตอนนี้ที่เหลือมีแต่เขามีสิทธิ์เลือก เราทำได้แค่รอและคาดหวังเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 3

ถ้าอยากแต่งต้องย้ายกลับไปอยู่บ้านตนเอง ถ้าเขาอยากแต่งจะไปขอ แต่ถ้าเป็นของตายอยู่บ้านเขา แต่งทำไมมิทราบครับ

เป็นความคิดที่ดีนะกับการย้ายกลับไปอยู่ที่เดิมของตัวเองที่ไม่ใช่บ้านแฟน เพราะมันควรเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 4

คุณไม่ควรไปอยู่บ้านเค้าก่อนเเต่งนะคะ ในความคิดของเราเมื่อลดคุณค่าตัวเอง เค้าเลยคิดว่า ยังไงคุณก็ไม่ไปไหน อยู่ๆกันไป ไม่ต้องเเต่งก็ได้ เสียเปรียบค่ะ ทางที่ดีควรเปิดอกคุยกันเลยค่ะ ว่าจะยังไง จะเเต่งไม่เเต่ง ถ้าเค้าดูเฉไฉ ก็กลับไปอยู่บ้านตัวเองเถอะค่ะ

เหมือนกับว่ามันหมดอารมณ์ตื่นเต้นไปแล้ว ถือเป็นคำแนะนำที่ดีของความเห็น 4 ที่บอกให้เปิดอกคุย เรื่องแบบนี้ยิ่งรอยิ่งเสียเวลาและบั่นทอนความรู้สึกตัวเองด้วย

ความคิดเห็นที่ 5

อยากให้โฟกัสที่ความรักระหว่างคุณทั้งคู่นะครับ แบบทั้งคู่มีความสุขที่มีกันและกัน วางแผนสร้างครอบครัวไปด้วยกันในอนาคต ส่วนตัวผมก็คิดนะว่าการแต่งงานก็คือสิ่งสำคัญที่เราควรทำให้ชีวิตคู่เราชัดเจนขึ้น แต่ถ้าถามความจำเป็นว่าด้วยเรื่องการแต่งงาน การที่คนสองคนรักและพร้อใจะดูแลกันตลอดไปไม่ต้องจัดงานยิ่งใหญ่ก็ได้ แต่ต้องจดทะเบียนสมรสให้ชัดเจนและดูแลครอบครัวของเราให้ดีผมว่าก็โอเคนะครับ การแต่งงานไม่ใช่สิ่งการันตีว่าจะรักกันไปตลอด ความรักที่มีให้กันและกันต่างหากครับ ยังไงก็คุยกันตรงๆ และพร้อมรับฟังเพื่อหาทางแก้ไขข้อหนักใจข้อนี้นะครับ เป็นกำลังใจให้นะครับ

อีกหนึ่งมุมมอง ความคิดที่ว่าอยากให้โฟกัสไปที่ความรัก ในเมื่ออยู่ด้วยกันไปแล้วก็ต้องมองไปที่อนาคตการสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่อย่างน้อยควรมีใบจดทะเบียนให้ถูกต้อง

ความคิดเห็นที่ 7

คุณทำตัวเอง คนที่ไม่เกียรติคุณเป็นคนแรก ก็คือตัวเอง ที่หอบเสื้อผ้าเข้าไปอยู่บ้านเค้า แล้วงงกับพ่อแม่คุณจริงๆ ที่อนุญาตให้ลูกสาวไปอยู่ก่อนแต่งได้ อย่างน้อยๆ ควรจะมีการหมั้นหมายไว้ก็ยังดี ส่วนพ่อแม่แฟน ถึงจะเห็นคุณเป็นลูกสาวคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่า เค้าอยากจะจัดงานแต่งให้ เค้าจะต้องสนทำไม ใครอยากแต่งก็เก็บเงินเอง จัดการเอง ตอนนี้ที่ควรทำให้ได้คือ ต้องให้แฟนพาไปจดทะเบียนสมรส เรื่องทางกฎหมายสำคัญกว่าพิธีการ เก็บเงินกันไว้จะดีกว่า แต่ถ้าเค้าบ่ายเบี่ยงไม่ยอมจด ก็แยกย้ายได้แล้ว

ก็จริงนะว่าที่อย่างน้อยน่าจะมีการหมั้น สักนิดก็ยังดี แต่อันนี้คือไปอยู่ด้วยกันเลย โดยที่ไม่มีอะไรเป็นข้อผูกมัด ยืนยันให้เป็นหลักฐานแบบรูปธรรม

ความคิดเห็นที่ 8

ย้ายออกจากบ้านเค้า หาอยู่เองพื่อให้เค้าคิดว่าอยากจะมีอนาคตกับเราไหม ถ้าเค้าถามทำไมจะย้ายออก ก็ตอบไปว่ามันดูไม่โอเคที่อยู่บ้านเดียวกันนานๆ โดยที่ยังไม่แต่ง

แก้ปัญหาเท่าที่แก้ได้ เลี่ยงได้ ไม่มีอะไรสายเกินไป มีแต่แค่เสียโอกาสเท่านั้นถ้าก้าวพลาด

ความคิดเห็นที่ 12

คุณอยากจัดงานจริงๆหรอคะ งานแต่งมันเป็นงานที่สิ้นเปลืองมากนะคะ เหนื่อยมากด้วย หรือถ้าแค่อยากแต่งงายให้เป็นเองเป็นราว ก็คุยกันดีๆ ลองเสนอเป็นไอเดีย งานเล็กๆ เป็นพิธีอบอุ่น หรือไม่ก็จดทะเบียนแล้วฉลองกับครอบครัวก็ดีนะคะ แต่ถ้าทำไปทั้งหมดแล้ว เค้ายังไม่กระเตื้อง แปลว่าเค้าไม่อยากแต่งงานแล้วค่ะ คุณคงต้องถามตัวเองแล้วล่ะ ว่าเค้ารักคุณมั้ย ถ้ายังมีความสุขดี และงานแต่งงานไม่ได้สำคัญขนาดนั้นสำหรับคุณ ก็ลืมๆมันไปนะคะ

ถ้าลืมและตัดมันได้ก็ดี แต่เพราะคิดมากไม่ใช่เหรอเจ้าของกระทู้ถึงต้องตั้งกระทู้มาถาม อย่างที่เคยบอกไปว่าไม่มีอะไรสายเกิน แต่จะพลาดโอกาส เพราะฉะนั้นคิดเสียว่าตอนนี้เราได้เสียโอกาสหนึ่งไปแล้ว อาจจะยังไม่เสียไปร้อยเปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจต่อจากนี้

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ pantip.com