การโสดนานจนหมดความสนใจในเรื่องความรักหรือเคยชินกับการตัวคนเดียวไม่ใช่ ‘หมดศรัทธาในรัก’ นะคะ เพราะประโยคนี้เหมือนกับ ‘ไม่เชื่อ’ อะไรอีกแล้วในความรัก แต่การที่รอ ตามหา อยู่คนเดียวนานจนเกิดความเคยชินเมื่อถึงเวลาก็คงกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้ง เพราะงั้นหมายความว่า ‘ยังไม่หมดศรัทธา’ ค่ะ

เจ้าของกระทู้ตั้งกระทู้ขึ้นมาว่า….

คนโสดส่วนใหญ่ยังศรัทธาในความรักกันอยู่ไหม?

‘ในความรู้สึกส่วนตัวมันน้อยลงไปทุกวันเลย…. ยิ่งอยู่คนเดียวนานเท่าไร ยิ่งศรัทธามันน้อยลงไปเท่านั้น หรือเราเกิดมาเพื่ออยู่คนเดียวนะ? คิดว่าตอนนี้ตัวเองก็ยังอายุไม่เยอะ คงมีโอกาสได้เจอใครสักคนที่คุยกันเข้าใจ แต่รอมานานแล้วยังไม่เจอ เคยมีแฟนแบบให้หัวใจชุ่มช่ำอยู่บ้าง ตอนม.5 จากนั้นโสดลากยาวมาจนถึงปัจุบัน (ตอนนี้อยู่ปี4) เกือบ 5 ปีแล้วที่ไม่มีแฟน เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนที่มีแฟนตอนนั้นเรียกว่าความรักรึเปล่า เพราะตอนนั้นเด็กมาก

– อยู่มหาลัยแล้วยังไม่มีแฟนมันแปลกมากไหมคะ? คนรอบตัว เพื่อนและพี่ๆ เริ่มเอาเรื่องความโสดของเรามาเป็นประเด็นหลักในการคุยทุกครั้งที่เจอหน้ากัน  ไอ้คำถามพื้นๆ “เมื่อไรจะมีแฟน?” เราโคตรเบื่อคำถามนี้เลย เลือกได้ ใครจะอยากอยู่คนเดียวนานขนาดนี้กัน…

– ไลฟ์สไตล์ชีวิตที่น่าเบื่อทำให้ไม่มีแฟนรึเปล่าคะ? ส่วนตัวเวลาว่าง จะไปวิ่งออกกำลังกาย ดูซีรี่ย์ ฟังเพลง  อ่านหนังสือบ้าง ไปดื่มบ้างหลังสอบ หรือเวลามีศิลปินที่ชอบมาร้านนั่งชิว

– สำหรับคนโสด คุณโสดมานานแค่ไหนคะ?

– สำหรับคนมีแฟน คุณโสดมานานแค่ไหนกว่าจะมีแฟน?

– แล้วตอนรู้สึกเหงา ทำอะไรแก้เหงากันหรอคะ?’

ความคิดเห็นที่ 1

นานมากค่ะ ถ้าเหงาก็จะดูหนัง ดูซีรี่ย์ รายการทีวี อ่านหนังสือ ส่วนช่วงนี้ก็คือเข้ามาอ่านกระทู้พันทิป ถามว่าศรัทธาในความรักอยู่ไหม? แม้ว่าการอ่านกระทู้พันทิปจะทำให้เราเห็นเรื่องราวหลายอย่าง แต่เรายังเชื่ออยู่นะ เชื่อว่ารักดีๆ มีอยู่จริง แต่เราจะเจอไหมนี่อีกเรื่อง 55+

ก็ต้องเชื่ออยู่แล้วล่ะค่ะถ้าเราเป็นหนึ่งในคนที่กำลัง ‘รอ’

ความคิดเห็นที่ 3

นานพอสมควร เหงาบ้างบางเวลา แต่หากิจกรรมที่ชอบทำ ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ไปในที่ๆ ไม่เคยไป

ลดการโฟกัสเรื่องความรักลง แต่โฟกัสสิ่งที่อยากทำเยอะขึ้น โฟกัสครอบครัวมากขึ้น บางทีความรักเฉกเช่นหนุ่มสาว อาจจะไม่ใช่เป้าหมายของชีวิตแล้วก็ได้ เห็นจากรอบๆ ตัว และ อะไรต่ออะไรที่พบเจอมา ทำให้ศรัทธาในความรักน้อยลงไปเลย จนคิดว่า บางทีอยู่คนเดียวอาจจะแฮปปี้กว่า

สมัยนี้ ใครที่ได้แฟนดี ซื่อสัตย์ ไม่นอกใจนี่นับว่าเป็นคนที่โชคดีมาก ซึ่งเราว่าหาได้น้อยสมัยนี้ ในยุคที่เทคโนโยยีเฟื่องฟู แต่ความรู้ผิดชอบชั่วดีในใจคนลดน้อยลง

ชอบคำแนะนำที่บอกให้โฟกัสเรื่องความรักน้อยลง หันมาโฟกัสสิ่งรอบตัว ทุกอย่างอยู่ในประโยคนี้จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 5

โสดมา 3-4 ปีค่ะ เหงานะ นั่งดูละคร รายการ ย้อนหลัง ซีรีย์ ยูทูป ฟังเพลง ทำอาหาร คุยกับหมา คุยกับตัวเอง เเต่ก็แอบเหงาอยู่ดี สุดท้ายเลยไปนอนโง่ๆบนเตียง สรุปไม่เหงาแล้ว เพราะหลับ 55

แหม๋ ชอบการหยอกเล่นตอนท้ายจริงๆ ไม่เหงาเพราะหลับ แบบนี้คนโสดต้องพากันนอนยาวๆ จะได้ไม่เหงา

ความคิดเห็นที่ 7

เป็นโสดไม่หนักหัวใครค่ะ

มาแบบสั้นๆ แต่ได้ใจความ และ…ตอบไม่ตรงคำถาม ศรัทธา ความรัก หนักหัว? 3 อย่างที่เหมือนจะไม่เข้ากัน อะไรเอ่ยไม่เข้าพวก

ความคิดเห็นที่ 14

ยินดีด้วยครับที่คิดได้ตั้งแต่อายุยังน้อย จริง ๆ ความรักแบบโลก ๆ มีความสุขน่าจะราว ๆ ไม่กี่สิบเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือความทุกข์ครับ เพื่อน ๆ ที่ชวนเราไปมีแฟน ชวนเราให้แต่งงาน ให้มองว่าเขากำลังชวนเราไปรับวิบากกรรมก็ได้ครับ อิอิ

แค่เลื่อนดูหน้าแรกห้องบางรักจะพบว่า 99% มีแต่คนทุกข์เพราะรัก แล้วสังคมข้างนอกนั้นจะอีกมากมายมหาศาลแค่ไหน แนะนำ จขกท ลองหาโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมดูนะครับ จขกท จะเข้าใจแบบแจ่มแจ้งว่าทำไมเราจึงควรอยู่เป็นโสด

หากครองตัวแบบนี้ได้ และใช้ชีวิตที่เหลือโฟกัสที่การทำประโยชน์ให้สังคม และสร้างบุญกุศลแก่ตนเอง แทนการใฝ่หาผู้ฯ คุณจะมีความสุขจนคนมีคู่ต้องอิจฉาครับ

ของแบบนี้ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ แต่พอได้ประสบการณ์จะเข็ดไปเลย ทางที่ดีไม่ได้สัมผัสมันดีกว่า เพราะทุกข์จากความรักฝังรากลึกนาน

ตราบใดที่เรายังมองเห็นความรักคือสิ่งดีๆ ยังเห็นด้านดีของความรัก และ ‘รอ’ หรือ ‘ตามหา’ แสดงว่าคุณยังไม่หมดศรัทธาในความรักค่ะ คนที่หมดศรัทธาจริงๆ น่าจะเป็นคนที่ผ่านมาเยอะจน ‘ไม่รู้สึกอะไรกับความรัก’ แล้วนั่นล่ะ

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://pantip.com/topic/39043892