การเจอกันเป็นพรหมลิขิตหรือเวรกรรมคะ?
ยังมีใครเขียนไดอารี่ในสมุดกันอยู่ไหม คิดว่าสักวันจะมีใครได้อ่านมันหรือเปล่า

การเจอกันเป็นพรหมลิขิตหรือเวรกรรมคะ?

อย่าว่ารัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน.. น่าจะเคยได้ยินคำเปรียบเปรยนี้กันทุกคนสินะ ซึ่งก็เป็นจริงดังคำที่ว่า เพราะในตอนที่รักกัน อะไรๆก็ดีไปหมด ตอนคุยกันช่วงแรกๆนี่ เรียกได้ว่า รู้สึกได้เลยว่าเหมือนพรหมลิขิตที่พัดพาให้คนสองคนมาเจอกัน แต่เมื่อไหร่ที่หมดรัก มันจะกลายเป็นเวรกรรมทันที เอ้า~ ลองมาดูกระทู้นี้กันดีกว่า

การเจอกันเป็นพรหมลิขิตหรือเวรกรรมคะ?

มีใครเคยเจอกันแล้วรักกันได้คบกันแรกๆคุณคิดว่าเป็นพรหมลิขิต แต่พอคบไปอีกสักนิดสักพักก็ รู้สึกว่าเป็นเวรกรรม บ้างไหมคะ พรหมลิขิตไม่มีจริงมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นหรือเปล่าคะ

ความเห็นที่ 2 :

คิดว่าบางคนที่เราเจอเป็นเพราะโชคชะตากำหนดมา เห็นครั้งก็เกิดเป็นรักแรกพบของกันและกัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก เข้ากันได้ดีมาก แต่บางคนตั้งใจมาเจอเราเพราะแอบชอบเราอยู่ สร้างโอกาสขึ้นมาทำเหมือนบังเอิญ

คอยติดตามเราอยู่ห่างๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเก็บความรู้สึกที่มีต่อเราไหวต้องมาเจอเรา

ความเห็นที่ 4 :

เขาว่ากันว่า เป็นเรื่องของกรรมจะเป็นกรรมดี หรือกรรมไม่ดี ก็แล้วแต่ที่ได้เคยสร้างร่วมกันมา จึงต้องผมผูกพันกันในชาตินี้

ความเห็นที่ 8

แรกเริ่มก็พรหมลิขิต หลังจากนั้นก็เวรกรรมล้วนๆ

ความเห็นที่ 9

การเจอกัน คือการเกิดมาชดใช้กรรมให้กัน ถ้าทำกรรมดีร่วมกันมา และช่วยกันสร้างกรรมดีใหม่ๆ ก็จะอยู่ด้วยกันได้นาน แต่ถ้าทำกรรมไม่ดีร่วมกัน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำไม่ดีต่อกัน การเจอกันครั้งนี้ก็เป็นชดใช้/มาเอาคืน เมื่อชดใช้เสร็จแล้ว ก็จบ แยกย้าย

ความเห็นที่ 21

แบบนั้นไม่น่าจะเรียกพรหมลิขิตนะคะ น่าจะเรียกว่าผีผลักมากกว่า ขำๆ นะ อิอิ. คนเราเจอกันได้ บางคนเรียกพรหมลิขิต บางคนเรียกบังเอิญ ตามหลักศาสนาก็เรียกเวรกรรม ทุกอย่างเป็นไปตามกรรม(กรรม=สิ่งที่ทำมา) กรรมดีก็เจอคนดีเจอแต่เรื่องดีๆ แต่ส่วนตัวแล้วเห็นว่า กรรมดีกรรมชั่วตามหลักศาสนาพิสูจน์ยาก คนเลวได้ดิบได้ดีมีถมไป(หลักศาสนาก็อธิบายเรื่องนี้ว่าเป็นบุญเก่า) เรื่องกรรมตามหลักศาสนานี้พิสูจน์ยาก ส่วนตัวคิดว่าคนเราเจอกันได้ด้วยความบังเอิญเคมีที่เข้ากันได้

การปรับตัวเมื่อคบหากันสักพัก ก็จะรู้ว่าใช่หรือไม่ใช่ ต่างฝ่ายต่างรับในความเป็นตัวตนของอีกฝ่ายได้หรือเปล่า รับได้แค่ไหน (ไม่ใช้คำว่าดีหรือเลว เพราะไม่มีใครเลยทุกอย่าง ไม่มีใครดีทุกอย่าง ถ้าหากพิจารณาชัางน้ำหนักระหว่างความดี ความเลวแล้ว ความดีมีมากกว่าก็ถือว่าโอเค ความดีเลวในมุมมองแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันด้วย) หากแรกเจอรู้สึกว่าโอเค คบไปรู้สึกไม่โอเค นั่นหมายถึงคนนี้ไม่ใช่สำหรับเราแล้ว ก็ควรที่จะเดินออกมาค่ะ

ความเห็นที่ 26

ถามขำๆเนอะ เพราะถ้าตอบจริงๆคงไม่มีอะไรนำพามาทั้งนั้น มันมีเหตุการณ์ความบังเอิญ สถานการณ์ทำให้คนเจอกัน พอมันนออกมาดีเราก็เรียกว่าพรหมลิขิต พอมีนแย่บอกว่าคู่เวรคู่กรรม สรุปแล้วเราไปตั้งชื่อให้มันเองทั้งนั้น บางคนชอบคิดว่าอะไรมันก็ถกกำหนดมาแล้ว แต่ผมว่านะบางทีมันก็แค่เหตุการณืพาไป ไม่มีใครชักนำหรอก มันก็เจอกันเอง

ความเห็นที่ 31 :

สำหรับเรา เราคิดว่าเวรกรรมนะ ทุกคนบนโลกนี้เกิดมาเพื่อใช้กรรมซึ่งกันและกัน บางทีเรายังคิดเลยว่าเพื่อนบางคนเราก็เฉยๆ ไม่ได้สุงสิงช่วยเหลืออะไรมากมาย แต่เค้ากลับคอยช่วยเหลือเราตลอดรวมทั้งครอบครัวเค้าด้วย คงเพราะบุญเก่าที่เราเคยช่วยเหลือเค้ามาก่อน เราคิดงี้ตลอดเลย 55555 ส่วนเรื่องแฟนยิ่งเห็นชัดเลย ดีกับมันแค่ไหน ถ้าหมดบุญ,กรรมกันแล้วก็ต้องไป แต่ถ้ายังมีบุญ,กรรมร่วมกันอยู่ก็ต้องทนเสียใจ หรือมีความสุข ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันต่อไป

ความเห็นที่ 33

การคนที่คนเราเจอกันนั้น มันเป็นได้ทั้งสองแบบอยู่ที่ว่า จะเป็นคู่แท้หรือคู่เวรคู่กรรม ถ้ากล่างถึง คู่แท้ คือคู่ที่สร้างกรรมดีต่อกันมา ส่วนคู่เวรคู่กรรม คือคู่ที่สร้างเวรสร้างกรรมต่อกัน ตัวอย่างเช่น เราอาจจะเคยทำร้ายจิตใจเค้าด้วยการนอกใจทำให้เค้าต้องทนทุกข์ใจ ในชาตินี้เราเลยต้องมาพบเจอกับกรรมที่เราเคยก่อกับเค้า เราเคยอ่านมาว่า ถ้าคู่แท้เค้าจะมาเองโดยที่เราไม่ต้องพยายามอะไร แต่คู่เวรคู่กรรมจะมาก่อน

ความเห็นที่ 45

ก่อนอื่นต้องแยกกันให้ได้ก่อน ระหว่างกฏแห่งกรรมกับพรหมลิขิตนี่คนละเรื่องกันเลยนะ กฏแห่งกรรมเป็นคำสอนทางศาสนาพุทธ หมายถึง กฏแห่งการกระทำ ภาษาอังกฤษมีคำที่ความหมายใกล้เคียงกันนี้เขาเรียกว่า butterfly effect คือทำสิ่งใดย่อมเกิดผลลัพธ์ตามมา แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไรนั้นบอกไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วเสมอไป หลายๆครั้งทำดีกับคนผิด ทำแล้วเขาไม่ถูกใจ ก็ได้ชั่วกลับมาเป็นผลลัพธ์ มันถึงเป็นคำตอบได้ว่าทำไมโลกเรานี้ยังมีคนที่ทำดีแล้วชีวิตแย่ลง แต่คนที่ทำชั่วแล้วยังมีชีวิตดีอยู่อีกมากมายนัก ส่วนพรหมลิขิตถ้าแปลตรงตัวก็คือการกำหนดโดยพระเจ้า (พระพรหม) นั่นแหละ

ซึ่งศาสนาพุทธไม่มีความเชื่อเกี่ยวกับพระพรหม พระพรหมเป็นเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ ทั้งนี้ตราบใดที่เรายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าพระพรหมมีจริงหรือไม่ และท่านศาสมาลิขิตชีวิตเราได้จริงไหม มันขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคนนั่นแหละ แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ รวมถึงการได้พบเจอและสร้างความผูกพันกับใครสักคนล้วนเป็นผลจากกลุ่มก้อนการกระทำของหลายๆสิ่งที่บังเอิญเกิดขึ้นพร้อมๆกัน เรากำลังทำสิ่งนี้ เขากำลังทำสิ่งนั้น แต่มันบังเอิญมาเกิดขึ้นในที่ๆเดียวกัน และมีเรื่องที่ทำให้ได้พูดคุยทำความรู้จักกันได้อย่างพอดี มันก็แค่นั้น

ถ้าเรามัวแต่นอนอยู่บ้านไม่ออกไปเจอผู้คน ถ้าเราเลือกคบแต่คนที่ภายนอกมากกว่าจิตใจ สุดท้ายชีวิตเรามันก็เหมือนลอยเคว้งคว้างอยู่ในห้วงสายธารของการกระทำของผู้อื่น จะล่องลอยไปทางไหนอยู่แต่ว่าใครจะนำสิ่งใดมาให้เรา สู้เป็นฝ่ายเทคแอคชั่น เริ่มต้นการกระทำเพื่อกำหนดชีวิตตัวเองก่อนดีกว่าปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของสิ่งที่เรามองไม่เห็นหรือพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีอยู่จริงหรือเปล่า ปล่อยให้มันนำพาชีวิตเราไปเรื่อย โดยที่ไม่รู้จุดหมาย จะดีหรือร้ายไม่อาจะกำหนด ได้แต่เพียงยอมรับชะตากรรมที่เข้ามา ผมว่ามันน่าเศร้านะ

เป็นไงกันมั่ง แฟนของคุณหรือคู่สามีภรรยาของคุณตอนนี้ เป็นพรหมลิขิตหรือว่าเวรกรรมกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม อย่าลืมวันแรกที่เคยรักกันละ เอ้า~ มาเล่าให้ฟังหน่อย ว่าคู่ของคุณเป็นยังไง ที่กระทู้ https://pantip.com/topic/35098106